พยาบาล,นอนวัด

วันนี้ขอเล่าเรื่องที่ไม่เครียดที่เกิดขึ้น ในขณะทำงานนึกถึงเมือ่ไร ก็ขำทุกที เรื่องมีอยู่ว่า  มีตากับยายอายุ 70 กว่า ๆ  มาตรวจ ผู้ป่วยนี่เป็นคุณตา ส่วนคุณยายแกมาเป็นภรรยา ( เป็นเพื่อน)  คุณตาแกมาด้วยอาการ เหนื่อยเพลีย  ไม่มีแรง  กินอาหารไม่ค่อยได้  นอนไม่ค่อยหลับ  เมื่อถึงคิวเรียกซักประวัติ  น้องรักษ์สุดา  ผู้ช่วยฯ สาวของเราก็เรียนชื่อคุณตา มาที่โต๊ะซักประวัติ แก่ก็พยุงกันมางกๆเงิ่นๆ  เสร็จสรรพ  พยาบาล หนิง ก็เริ่มซักประวัติแก ในขณะนั้นเอง น้องรักษ์สุดา ก็วัดความดันโลหิตคุณตาไปด้วย  แล้วน้องรักษ์สุดา ก็เรียกพยาบาลด้วยเสียงอันตกใจว่า

      รักษ์สุดา :  พี่หนิงคุณตาความดัน 80/50

     พยาบาลหนิง : เออ ! เอาไปนอนวัด

   เท่านั้นแหล่ะ  คุณยายที่มาด้วย  แต่ทำท่าต๊กใจอย่างแรก  บอก  หา!!!! ถึงขั้นต้องไปวัดเลยเหรอหมอ  แล้วแกก็พูมฟาย ตาแก่ แกอย่าเพิ่งทิ้งฉันไป ลูกเต้าก็ไปอยู่อื่นหมดแล้ว ถ้าแกจากฉันไปจะทำยังไง( อื่น..................  ) ตาก็เริ่มใจเสีย  งง!!!!!  

      น้องรักษ์สุดา กับพยาบาลหนิง มองหน้ากัน จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ต้องรีบปลอบยายเป็นพัลวัล ว่าที่ให้ไปนอนวัดนั้น นั้น ความหมายคนละวัด  ที่พยาบาลหมายถึงคือ  ดูอาการแล้วตาแกก็ไม่เป็นอะไรมาก ความดันโลหิตไม่น่าจะต่ำขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะความดันตก ขณะเปลี่ยนอริยาบถ ก็ได้ พยาบาลจึงสั่งให้  ผู้ช่วยฯ พาคุณตาไปนอนเตียงเพื่อวัดความดันโลหิต ก็เท่านั้นเอง  พอยายแกได้ยินพยาบาลอธิบาย ดังนั้นแก ก็รู้สึกเสียหน้า ต่อหน้าผู้คนมากมายที่พากันนั่งอมยิ้ม แกก็ได้แต่นั่งค้อนพยาบาล  ที่ทำให้แกเสียน้ำตา เราก็ได้แต่ขอโทษขอโพยแกเป็นการใหญ่  แล้วก็รีบแทรกคิวให้แกตรวจก่อน เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้แกเข้าใจผิด 

    นี่แหล่ะน้า  พูดยาวไปคนก็ไม่ค่อยอยากฟัง  พูดสั้นไปก็พลันเข้าใจผิด เฮ้อ!

"ความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนอิริยาบถ: หมายถึงความดันโลหิตจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนท่าทางจากการนอนมาเป็นการนั่งหรือยืนในทันที หรือมีการยืนนาน ๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ส่งผลให้สมองทำงานผิดปกติจนเกิดอาการเวียนศีรษะ ตาพร่า คลื่นไส้ ใจสั่น ปวดต้นคอ ปวดหลังฯลฯ" ที่มา http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/17259