เรามีกาลเทศะต่อคนไม่มีโรคฉันใด เราก็อยู่ร่วมบ้าน/ที่ทำงานกับผู้ติดเชื้อHIVอย่างรู้ในกาลเทศะได้ฉันนั้น :]

โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome: AIDS)

คือ โรคกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดจากเชื้อไวรัส HIV ที่มีความ จำเพาะต่อเม็ดเลือดขาวชนิด CD4-T Lymphocyte & Monocyte  เมื่อเชื้อไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายก็จะไปทำลายเม็ดเลือดขาวเหล่านี้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลงเป็นผลให้เป็นโรคติดเชื้อต่างๆหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด

โรคเอดส์เกิดจาก 4 สาเหตุใหญ่ ได้แก่

  •  การมีเพศสัมพันธ์ 
  •  การรับเลือดและองค์ประกอบของเลือด 
  •  การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาเสพติดร่วมกัน 
  •  จากมารดาสู่ทารก 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แบ่ง ระยะของ AIDS  ออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

 ระดับที่ 1  คือ ระยะติดเชื้อHIV ไม่มีอาการ ไม่จัดเป็นโรคเอดส์

ð  ต่อมน้ำเหลืองโต

 ระดับที่ 2  คือ มีอาการน้อย

ð  น้ำหนักลดลงจะลดลงร้อยละ10 มีการติดเชื้อทางเดินหายใจซ้ำๆ งูสวัด ปากนกกระจอก แผลในปากเป็นซ้ำ ผื่นที่ผิวหนัง เป็นเชื้อราที่เล็บ

 ระดับที่ 3  คือ มีอาการโรคเอดส์

ð  น้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ10 เป็นวัณโรคปอด ท้องร่วง/ ไข้เรื้อรังนานกว่า 1 เดือน เป็นเชื้อรา/มะเร็งในช่องปาก ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรง

ระดับที่ 4 คือ มีอาการรุนแรง

ð  ปอดบวมรุนแรงซ้ำ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง/ปากมดลูก การติดเชื้อราในหลอดอาหาร หลอดลมหรือปอด

การรักษา ใช้เคมีบำบัด ยาต้านไวรัส และป้องกันรักษาภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

 

การป้องกัน ได้แก่

 

  • การตรวจเลือดหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยง(หลังสัปดาห์ที่5 เป็นต้นไป)
  • การมีเพศสัมพันธ์อย่างเหมาะสม
  • ระมัดระวังเรื่องการใช้เข็มร่วมกัน เช่น หลีกเลี่ยงการสักหรือเจาะร่างกาย 
  • ก่อนแต่งงานและมีลูกควรตรวจเลือดทุกครั้ง

 

 คนที่ติดเชื้อHIV สามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวและสังคมได้ สามารถทำงานได้เหมือนคนทั่วไป เพราะเชื้อ HIV ไม่ได้ติดต่อกันโดยการสัมผัส การกอดจูบ การรับประทานอาหาร (แต่ถ้ามีแผลภายในช่องปากหรือทางเข้าของเชื้อไวรัส ก็อาจไม่ปลอดภัย100%) ไม่ต้องแยกห้องนอน ห้องทำงาน

บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด

จากกรณีศึกษา : นาย ก เป็นโรคเอดส์ อายุ 35 ปี  มีอาชีพประจำคือเป็นนักร้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง  มีงานอดิเรกคือชมคอนเสิร์ต ร้องเพลง เล่นดนตรี เล่นกีฬาฟุตบอลกับเพื่อนๆ เป็นต้น  เขาแต่งงานแล้วมีลูกอายุ 6 ขวบหนึ่งคน จากการที่เป็นโรคเอดส์นาย ก เกิดความละอายใจเกินกว่าจะสู้หน้าใคร ไม่กล้าเข้าสังคม ไม่รู้จะปฏิบัติตนอย่างไรจึงได้แต่วิตกกังวล ทำให้เครียด และรู้สึกอ่อนล้าทางจิตใจและร่างกาย ขาดความมั่นใจในในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเป้าหมายในชีวิต รวมถึงคิดว่าตนเองไม่มีคุณค่าที่จะใช้ชีวิตต่อไป ไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเลยในแต่ละวัน มีความคิดโทษตนเองและอยากย้อนเวลากลับไปช่วงที่ยังปกติ

ในการประเมินหากใช้กรอบอ้างอิง PEOP ในการวิเคราะห์นาย ก ในสุขภาพโดยเฉพาะด้านจิตสังคมที่กำลังส่งผลให้ไม่มีแรงจูงใจในการกิจกรรมการดำเนินชีวิต การทำงาน การเรียนรู้ การทำกิจกรรมยามว่างหรืองานอดิเรกหายไป ทั้งที่ความสามารถในทำงานการร้องเพลง กิจกรรมยามว่างในการเล่นดนตรี การเช้าสังคม ของนาย ก ยังสามารถทำได้อยู่

นักกิจกรรมบำบัดจึงมีบทบาทในการเพิ่ม self-esteem และ self-confidence ของเขาให้สูงขึ้น โดยให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมของผู้ป่วยโรคเอดส์กับตัวนาย ก เองและคนในครอบครัวของเขา กระตุ้นนาย ก ให้กลับมาทำกิจกรรมการดูแลตนเองทั้งกิจวัตรประจำวัน เรื่องการทานยา เรียนรู้การปรับตัวกับคนในครอบครัว เพื่อน และคนในสังคม อย่างการกลับมาร้องเพลง-เล่นดนตรีในช่วงแรก หากยังไม่พร้อมรวมวงเล่นกับเพื่อนอาจใช้ Social network เป็นช่องทางการสื่อสารเกี่ยวกับดนตรีเพื่อเพิ่มคุณค่าในตัวเองได้ การเล่นฟุตบอลถ้าหากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ล้าง่าย อาจเล่นเป็นเกมฟุตบอลหรือแค่ก็เตะเล่นเข้าประตูสนุกๆ เป็นต้น ฝึกทักษะการจัดการตนเอง การจัดการความล้า เทคนิคการสงวนพลังงาน การจัดการความเครียด การจัดการเวลา [;

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากนายนฤเศ เสาร์แก้ว นักศึกษากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล C: