ชุมชนแออัดเป็นเรื่องค่อนข้างกว้างสามารถแยกเรื่องเป็นระบบโรคได้เลย การออกชุมชนหนึ่งแห่งจึงเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล ;]

กระทรวงมหาดไทย

ให้ ความหมายของชุมแออัด ไว้ว่า คือ “สภาพ เคหะสถานหรือบริเวณที่พักอาศัย ที่ประกอบด้วยอาคารเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรม มีบริเวณที่สกปรกรกรุงรัง ประชาชนอยู่กันอย่างแออัดผิดสุขลักษณะ ต่ำกว่ามาตรฐานสมควร จนไม่อาจอยู่แบบครอบครัวตามปกติวิสัยมนุษย์ ทำให้ไม่ปลอดภัยในด้านสุขวิทยาและอนามัย”

ชุมชนแออัดเกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่คือ

  1. การอพยพโยกย้ายจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อการหาอาชีพใหม่ที่รายได้มากว่าเดิมและมาอาศัยอยู่กับเพื่อนหรือญาติที่มาทำงานอยู่ก่อนแล้ว
  2. การขาดแคลนที่อยู่อาศัยราคาเช่าถูกเมื่อเข้ามาพักอาศัยในชุมชนเมือง

ลักษณะของชุมชนแออัด

  • บ้านเรือนที่ดูไม่แข็งแรงปลูกติดกันอย่างหนาแน่นในพื้นที่จำกัด
  • ประชากรอาศัยอยู่อย่างแออัดยัดเยียด ในหนึ่งบ้านเล็กๆมักอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่
  • บริเวณที่อยู่อาศัยมักไม่ถูกสุขลักษณะและสุขอนามัย อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ ส่งผลถึงสุขภาวะที่ไม่ดี
  • อาคารบ้านเรือนค่อนข้างชำรุดทรุดโทรม ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจึงมีสูง
  • ผู้อยู่อาศัยมีอาชีพมากมายหลายประการ เช่น อาชีพรับจ้างที่เป็นงานไม่มั่นคงและรายได้ไม่แน่นอน

ปัญหาที่เกิดจากการอยู่อาศัยในชุมชนแออัด

  • ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย อันเกิดจากมลพิษทางอากาศ ทางเสียง ทางน้ำ และจากขยะที่มักมีการจัดการไม่ดี และมักไม่ได้ไปรับบริการด้านสาธารณสุข เมื่อป่วยอาการของโรคจึงรุนแรงและเรื้อรัง
  • ปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น สภาพบ้านที่ปลูกด้วยไม้-สังกะสี และแออัด ซึ่งหากเกิดอัคคีภัยอาจลุกลามได้อย่างรวดเร็ว
  • ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่อาจมีแรงจูงใจหลายประการ เช่น ว่างงาน ติดสารเสพติด เรียกร้องความสนใจจากคนอื่น เป็นต้น
  • ปัญหาด้านศีลธรรม ที่ลูกอาจเห็นและเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนในบ้านซึ่งมักเป็นห้องๆเดียว รวมถึงการเล่นกับเพื่อนข้างๆบ้าน เช่น การบริภาษหยาบคายต่อกัน ความรุนแรงในครอบครัวบางประการ ฯลฯ

ความสัมพันธ์ภายในชุมชน

ระดับครอบครัว: ไม่ค่อยมีเวลาให้กันโดยเฉพาะกับลูก

ระดับชุมชน -> เพื่อนบ้าน: ต่างคนต่างอยู่ ต่างดิ้นรนทำมาหากิน

บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด

เนื่องจากชุมชนแออัดเป็นเรื่องค่อนข้างกว้างสามารถแยกเป็นเรื่องเป็นระบบของโรค เช่น โรคทางระบบเดินหายใจ โรคชรา ความพิการ ฯลฯ ได้ ฉะนั้นบทบาทโดยรวมก็คือการปรับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกิจวัตรประวันให้ถูกสุขลักษณะ และส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวชุมชนนั่นเอง ;]

ขอบคุณการบรรยายดีๆจากนายธราดล รอดแก้ว นักศึกษากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล C: