อ่านมากคิดมากวันนี้  เรื่องต่างๆๆประดังเรียงกันเข้ามาในสมองตั้งแต่เช้า  ต้องเรียงลำดับความสำคัญอีกครั้ง  จนกว่าจะทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จทันการ และไม่ทันการ  ต้องใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำอีก  ทุกเรื่อง.....รวมทั้งเรื่องสุขภาพ  ก่อนที่จะไม่มีร่างและวิญญาณในการทำงาน

*****

อะไรๆก็ไม่ใช่ของเรา  หรืออีกครั้ง  ทุกสิ่งทุกอย่างกำหนดชีวิตเราไม่ได้  นอกจากเราจะตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด  อย่าเลย.....อย่าไปคิดเลยในเรื่องเหล่านั้น  มันบั่นทอนปัญญา สติ และกำลังใจของเราเป็นอย่างยิ่ง

*****

ห่วงแต่คนรอบข้าง  ที่ทำอะไรโดยไม่คิด และ มักจะคิดเข้าข้างตนเองเสมอ

*****

เช่นเรื่องนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  หลังจากที่นักเรียนสอบข้อสอบชุด S.T. ซึ่งเป็นข้อสอบของโรงเรียน วัดผลนักเรียนก่อนเดินทางโค้งสุดท้ายเข้าสู่.....สอบปลายปี

*****

นักเรียนหญิง คนหนึ่ง วิ่งมาหาครูอ้อย ในขณะที่ครูอ้อยกำลังจะไปอยู่เวรประจำวัน  พร้อมกับพูด ด้วยใบหน้านองน้ำตาว่า.....ครูอ้อยขา หนูขอดูคะแนนค่ะ  เพราะ หนูไม่เชื่อว่า หนูทำคะแนนได้เท่านี้

*****

ถ้าไม่คิดมาก  ครูอ้อย ก็เปิดประตู เปิดกระดาษคำตอบดู  ให้รู้แน่ชัด  แต่.....ครูอ้อยคิด  สิ่งที่คิดก็คือ.....

1.อ้าว นักเรียนเกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวเองเสียแล้ว
2. หาว่าครูอ้อย....ตรวจข้อสอบผิดพลาดหรือคะ

*****

ครูอ้อย พานักเรียนนั่งลง  พร้อมกับถามนักเรียนว่า....ใช่ไหม  ทั้ง 2ข้อ  เธอตอบว่าใช่  และบอกกับครูอ้อยว่า......กลัวคุณแม่ ด่า  และจะไม่ให้หนูเรียนในชั้นศักยภาพอีกต่อไป

*****

เมื่อนักเรียนมีความเชื่อมั่น ขนาดนี้  ครูอ้อยจึงเริ่มเปิดกระดาษข้อสอบให้เธอดู  ผลก็คือ  เธอทำคะแนนได้เท่าที่ปรากฏจริงๆ คือ 15 คะแนน แถมยังมีข้อผิดพลาดอีก ก็คือ.....ทำข้อสอบไม่ครบจำนวน 40 ข้อ ซึ่งเธอทำเพียง 30 ข้อเท่านั้น

*****

สืบสาว หาความต่อไป ก็จะได้ว่า ครูประจำชั้น  ไม่ได้เตือนนักเรียน ในเรื่องการทำข้อสอบอีก

*****

หากครูอ้อยคิดลบ....ต้องไปเอาเรื่อง กับครูประจำชั้นเลย

หากครูอ้อยคิดบวก.....จบและมองน้ำตานองหน้า นักเรียน

หากครูอ้อยคิดคูณ.....เดินออกไป  หาคนผิด  แต่คงไม่มีประโยชน์  ที่จะไป ฟื้นฝอยหาตะเข็บ กันอีก

หากครูอ้อยคิดหาร.....นี่มันคือ บ่มเพาะ ความไม่เชื่อมั่นในตนเอง และกล่าวหา ผู้อื่น ผิด....กันชัดเจน

*****

หยุดเลย หยุดคิดบวก คิดลบ คิดคูณ และคิดหารเลย

*****

ปวดหัว  ป่วยการ