ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อคอยก้มหัวพินอบพิเทาเอาใจนายฝรั่ง ที่ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด และรองเท้าแตะ ที่ชี้นิ้วบงการให้ท่านหลวง ท่านขุน ไทยโบราณหาบหิ้วกระเป๋าโสโครกขึ้นห้อง

                ขณะนี้ถือได้ว่าประเทศไทยขาดเอกราชในทุกๆมิติของการดำรงอยู่ กล่าวคือ เราเสียเอกราชในด้าน เศรษฐกิจ  สังคม การเมือง วัฒนธรรม  การศึกษา การวิจัย และจิตวิญญาณ ให้แก่ต่างชาติโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

นับว่าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการเสียกรุงทั้งสองครั้งในอดีตเสียอีก  เพราะการเสียกรุงทั้งสองครั้งในอดีตนั้น พม่าผู้ครอบครอง ครอบงำเราได้เฉพาะด้านการเมืองในพื้นที่เมืองหลวงเท่านั้น แต่ไม่ได้ครอบงำพื้นที่ทั่วประเทศและในทุกมิติดังเช่นในครั้งนี้

 

                เจ้านายพม่าไม่เคยบังคับให้เราโพกหัว นุ่งโสร่ง เหมือนพวกเขา หรือดูหนังฟังเพลง กินอาหารแบบพวกเขา

 

 แต่นายฝรั่งที่กำลังครอบครองเราในสมัยนี้ ได้ล้างสมองให้เราผูกไท ใส่เสื้อนอก แบบเขาหมดโดย ”สมัครใจ” อีกต่างหาก (เท่ากับว่าเป็นเมืองขึ้นด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับด้วยกำลังเหมือนดังเช่นที่พวกพม่าได้ทำไว้กับพวกเราในอดีต)

 

ทั้งนี้ ยกเว้นบ๋อย และหญิงเสิร์ฟในโรงแรมหรู ที่ถูก ”บังคับ” ให้แต่งตัวแบบเจ้านายไทยเดิม โจงกระเบนผ้าม่วงแบบท่านหลวงท่านขุน  เสื้อราชปะแตนสีขาว ถุงเท้าขาวยาวเคียงเข่า รองเท้าหนังมันวาว ..ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อคอยก้มหัวพินอบพิเทาเอาใจนายฝรั่ง ที่ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด และรองเท้าแตะ  ที่ชี้นิ้วบงการให้ท่านหลวง ท่านขุน ไทยโบราณหาบหิ้วกระเป๋าโสโครกขึ้นห้อง  แลกกับเศษเงินทิปของพวกเขา..ที่มีค่าเท่ากับเศษขนมปังหล่นๆ เท่านั้นเอง

 

 ...นับว่า.น่าหดหู่ยิ่ง ที่การแต่งกายแบบไทยเดิมอันสูงส่งของเรานั้น บัดนี้มีคุณค่าเพียงแค่ระดับคนรับใช้สามัญชนฝรั่งระดับรากหญ้าเท่านั้นเอง

 

...คนถางทาง (๓ มีนาคม ๒๕๕๕)

ปล. จบตอนที่ ๑ หากสนใจ โปรดติดตามอ่านตอน ๒ ต่อไปในเร็วนาทีนี้