จำวัดไม่ได้จ๊ะโยมหมอ
พระนอนไม่หลับ
เลยไปหาหมอป้ายแดงที่จบมาจากเมืองนอกใหม่ๆ
หมอ:
เป็นอะไรครับ
พระ :
จำวัดไม่ได้จ๊ะโยมหมอ
หมอ: (ทำหน้างง)
แล้วจะกลับวัดยังไง
พระ: (ทำหน้างงด้วย)
มามอเตอร์ไซต์รับจ้างก็ต้องกลับมอเตอร์ไซต์นะโยม
หมอ: (ทำหน้าง๊งงง)
แล้วมอเตอร์ไซต์รับจ้างจำวัดไม่ได้เหรอ
พระ:
(ทำหน้าง๊งงงด้วย) มอเตอร์ไซต์รับจ้างจำวัดไม่ได้หรอกโยม
มีแต่พระที่จำวัดได้
หมอ: (ทำหน้างงง๊งงง)
อ้าวไหนบอกว่าจำวัดไม่ได้ไง
พระ : !\=-+#@
%&*( +๐"ฯ ?
จำวัดเป็นภาษาพระแปลว่านอน........
หมอ:
อ๋ออออออออออออออออออออออออออ.......
5555555555555555555555555555555555555555
ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า
" ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย
อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต
มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก
แล้วเอาข้อมูลวัตถุดิบหรือมุขมาจากไหนหนักหนา"
อาตมาก็ตอบว่า
หลักๆเลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนังละครที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ
พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที
"ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน"
อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดู
เพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก
และที่สำคัญหากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ
ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลก
และจะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร ซึ่งนอกจากการอ่าน
การดูและการฟังแล้ว
หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุขฮาก็ได้มาจากการพูดคุยกับเหล่าโยมๆ
นี่แหละ
อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา
"พระอาจารย์เหรอคะ
นี่อาตมาเองนะคะ"
"หา
อะไรนะ"
"พระอาจารย์เหรอคะ
นี่อาตมาเองค่ะ"
"ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา
แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร"
"อ๋อ
ขอโทษค่ะ"
หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ
อาตมาก็กล่าวว่า "เจริญพร"
"ค่ะ เจริญพรเช่นกัน"
แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย