สำคัญ VS สำคัญกว่า
ขณะกำลังปิดพลาสเตอร์ที่แผลรองเท้ากัดให้กับพนักงานอยู่ จู่ๆ พนักงานก็พูดขึ้นว่า
“ขอโทษนะครับ เพียงแต่ผมสงสัยน่ะ ถ้าเราปิดแผลไว้แบบนี้ แผลอบจะมิยิ่งหายยากหรือครับ”
ฉันเหลียวดูพนักงานก่อนจะเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ว่า
“ได้ดูหนังเรื่อง Blue code มั้ยล่ะ” สีหน้าของพนักงานดูงุนงงที่จู่ๆ ก็ได้ยินคำถามแบบนั้น คงจะไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับคำถามของเขาตรงไหนกัน ยังไม่ทันที่เขาพูดอะไร ฉันก็พูดต่อว่า
ที่ลานสกีแห่งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุหมู่ มีคนบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อทีมแพทย์ฉุกเฉินเดินทางไปถึงต่างก็รีบแยกย้ายกันตรวจรักษา หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่อาการรุนแรงเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ที่พื้น จากการตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมอง แม้ว่าจะมีปริมาณไม่มากนักแต่ถ้าปล่อยให้เลือดที่ออกคั่งอยู่ในสมองก็จะเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แพทย์ตัดสินใจที่จะผ่าตัดเปิดกระโหลกเพื่อระบายเลือดที่คั่งอยู่
เพราะเป็นทีมแพทย์ฉุกเฉินที่ออกปฏิบัติการนอกสถานที่ ไม่ได้มีการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัดสมองไว้ครบครัน อย่างมากคงมีเพียงแค่ชุดผ่าตัดเล็กๆ เท่านั้น อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเจาะเปิดกระโหลกไม่ได้ถูกเตรียมไปด้วย ในภาพยนตร์กล้องฉายไปจับที่สว่านไฟฟ้า เครื่องมือของนักกู้ภัย ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาที่ใบหน้าของหมอ กล้องจับให้เห็นแววตามุ่งมั่นของหมอที่มองไปยังสว่านไฟฟ้าอันนั้น
การเจาะเปิดกระโหลกในสถานที่แบบนั้นเสี่ยงต่อการติดเชื้อแน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งต้องใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเป็นรูปแบบ (เพราะในสถานที่แบบนั้นการฆ่าเชื้อสว่านไฟฟ้าทำได้เพียงการใช้ไฟลนเท่านั้น) การติดเชื้อยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้นแน่นอน แม้ว่าจะมีการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกัน รวมถึงการพยายามเข้มงวดกับการทำการผ่าตัดอย่างปลอดเชื้อมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ตาม
ฉันเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ แต่ว่า ... ระหว่างปล่อยให้เลือดออกในสมองต่อไป คนไข้อาจเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพราะสมองตาย กับ การยอมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยการเปิดกระโหลกสมองเพื่อระบายเลือดออกมาก่อนเพื่อให้คนไข้มีโอกาสรอดชีวิต อันไหนสำคัญกว่ากันล่ะ”
“ต้องให้ชีวิตรอดก่อนแน่นอนอยู่แล้ว” เสียงพนักงานพูดพึมพำ
การที่ปิดแผลแล้วทำให้แผลอบมีส่วนทำให้แผลหายยากบ้าง เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ง่ายขึ้น แต่ว่าระหว่างยอมให้แผลอบกับการที่ต้องเสี่ยงที่จะรับเชื้อโรคเพิ่มขึ้นถ้าเปิดแผลไว้น่ะอะไรจะสำคัญกว่ากัน ในระยะแรกที่แผลยังสดเชื้อโรคยังมีปริมาณมาก แม้เราจะให้ยาฆ่าเชื้อทั้งทาที่แผลและรับประทานด้วย แต่หากเราปล่อยให้เชื้อโรคเข้าไปเพิ่มจำนวนขึ้น โอกาสในการหายอาจจะช้ามากหรืออาจจะติดเชื้อลุกลามไปต่อได้ แต่ถ้าเราเลือกที่จะปิดแผลเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าไปสมทบ แม้จะอบบ้างแต่ก็ใช่ว่าเราจะปิดแผลทึบ วัสดุปิดแผลพวกนี้อากาศผ่านเข้าออกได้อยู่แล้ว แล้วเราก็ยังให้ยาฆ่าเชื้อไว้แล้วด้วย แผลอบนิดหน่อยคงไม่ถึงกับเป็นผลเสียมากนัก แต่ถ้าแผลเริ่มแห้งหรือว่าอยู่ในที่ๆ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยสิ เราอาจจะพอเปิดแผลได้บ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ใน 1-3 วันแรกของการเกิดบาดแผล หลอดเลือดย่อมมีการฉีกขาดบ้างไม่มากก็น้อย การปิดของหลอดเลือดยังไม่สนิท หากปล่อยให้รับเชื้อโรคเพิ่มแล้วเชื้อโรคบางส่วนเล็ดลอดเข้าหลอดเลือดได้ เกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังที่อื่นโดยเฉพาะหากเข้าไปในทางเดินของน้ำไขสันหลังเข้าสู่สมอง อันตรายเกินคาดคิดทีเดียว
ในรายการ the symptoms เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 กย.) เคสเด็กชายอายุประมาณ 8 ขวบที่มีแผลถลอกเพียงเล็กน้อยจากหกล้ม ทำแผลแล้ว ทว่าที่บ้านเด็กน้อยเลี้ยงสุนัขไว้ ลูกสุนัขบังเอิญเลียแผล และที่ร้ายคือ ลูกสุนัขนั้นคาดว่าคงได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้า เพราะไม่กี่วันต่อมาสุนัขตัวนั้นก็ไปกัดกับสุนัขนอกบ้านแล้วตาย ส่วนเด็กน้อย ภายหลังแม้แผลจะหายสนิทดี ทว่ากลับมีไข้ขึ้นสูง ปวดแสบปวดร้อนแผล เพ้อสับสน หงุดหงิด เมื่อนำส่งรพ.ในที่สุดก็ตรวจพบว่า เด็กได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าและพิษขึ้นสมอง
................................
ตอนที่เรียนพยาบาล ข้อสอบวิชาพวกการพยาบาลอายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ ฯลฯ น่ะถือว่าโหดมาก แม้ข้อสอบจะเป็นปรนัย ไม่ต้องบรรยายให้มากความ (ข้อสอบบรรยายน่ะจะทำเป็น Oral test คือ สอบปากเปล่าที่หอผู้ป่วย) แต่ทุกตัวเลือกต่างก็ถูกทั้งนั้น เพียงแต่ว่าตัวเลือกไหนถูกต้องเหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ ณ เวลานั้น ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า โหดมาก ทำไมไม่ออกข้อสอบให้มันผิดชัดๆ ไปเลยนะ
จนเมื่อมาทำงานจริงๆ จึงได้รู้ว่า ในเวลาสอบแม้จะเลือกยากว่าข้อไหนถูก ข้อไหนผิด แต่ยังไงในที่สุดเราก็ยังมี “เฉลย” ให้รู้ได้ว่าถูกหรือผิด ต่างจากในการทำงานจริงที่ไม่มีใครมาเฉลยให้เราฟังได้ และในบางครั้งไม่มีแม้แต่ที่ปรึกษาเพื่อให้เราอุ่นใจในการตัดสินใจเลือกด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในรพ.อำเภอ ที่ทั้งรพ.มีแพทย์เพียงคนเดียว หรือในห้องพยาบาลก็เช่นกัน แม้ว่าปริมาณคนไข้จะน้อยกว่ามากก็ตาม
คำเฉลยจะปรากฏก็ต่อเมื่อสิ้นสุดการรักษา เมื่อผลสัมฤทธิปรากฏให้เห็นตรงหน้าเท่านั้น