กราบเท้า  คุณลุง คุณป้าด้วยความเคารพรัก

               วันนี้เป็นวันพระปกติหนูหน่อยจะรักษาศีลแปด  อะไร ๆ  ก็พอทนแต่เรื่องอดข้าวดูเหมือนจะยิ่งใหญ่จริง ๆ ค่ะ แต่ทุกอย่างมันเป็นอนิจจังไม่เที่ยง    ดูจิตดูใจตัวเองไปเรื่อย ๆไม่ว่าจะเป็นความหิว ความเจ็บปวด ความทุกข์ต่าง ๆ  มันก็มีแต่ความเปลี่ยนแปลงไม่เที่ยง  ขอแต่เราเข้าใจในเรื่องของกฎไตรลักษณ์เราย่อมคลายความยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตนนะคะ

               เมื่อวานเล่าเรื่องวันหยุดสุดหรรษาภาคเช้าไปแล้ว  คราวนี้มาต่อภาคบ่ายบ้างนะคะภาคบ่ายเดินทางไปเยี่ยมญาติธรรมที่สำนักสงฆ์พระปฐมเจดีย์     ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกำแพงแสน   ห่างจากที่บ้านประมาณ ๑๔ กิโลเมตรค่ะ

              

                             ป้าชื่น   มีเทศน์  และ พี่สุนีย์  ดีมา

                 หนูหน่อยและพี่สาวรู้จักกับพี่สุนีย์ ดีมา โดยบังเอิญเมื่อปีที่แล้ว  ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอจึงทำให้รู้ว่าผู้หญิงวัยห้าสิบปีเศษ ๆ คนนี้ไม่ธรรมดา เธอกินเนื้อสัตว์ไม่ได้ตั้งแต่เด็ก  กินแล้วจะอาเจียนทุกครั้ง  พ่อแม่ยกมรดกที่ดินให้  ๒๒ ไร่  มีคนมาขอซื้อเธอไม่ขายค่ะ  ราคาประเมินประมาณไร่ละ เจ็ดถึงแปดหมื่น

                 เธอสนใจเดินสายปฏิบัติธรรม  จนกระทั่งมีศรัทธาอย่างแรงกล้า  ยกที่ดินทั้งหมดให้วัดพระปฐมเจดีย์ค่ะ  แล้วก็แบ่งไว้เป็นที่อยู่ของตัวเองเพียงเล็กน้อยไม่ถึงไร่

    

                เธอปลูกต้นไม้ไว้มากมายจนวัดร่มรื่น  บ้านเธอเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว  และผลไม้นานาชนิด   เธอบอกว่าเธอมีความสุขดี  วัน ๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย   รายได้มาจากการเก็บใบขี้เหล็กตากแห้งเพื่อเป็นยา  และเก็บมูลวัวขาย  เพียงเดือนละไม่กี่พันบาทก็ทำให้เธอและป้าชื่นวัยเจ็ดสิบปีเศษ ๆ คนบ้านใกล้กันซึ่งต่างไม่มีครอบครัวและชวนกันมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข

                ทุกวันเธอทั้งสองรักษาศีลแปดตื่นตั้งแต่ตี่สาม  เพื่อพิจารณารูปนาม  หุงข้าวด้วยฟืน ทำกับข้าวจากผักที่เธอปลูก  ดูแลถางหญ้า  ปลูกต้นไม้ให้วัด  เวลาหมดไปกับการทำงานที่เธอถนัดและมีความสุข

           

                  หนูหน่อยและพี่สาวนำขนมจีนน้ำยาเห็ดไปฝากเธอ  เราเพิ่งพบเจอกันครั้งที่สอง  แต่เธอช่างมีน้ำใจเหลือเกินพิ่งตัดกล้วยน้ำว้ามาได้หนึ่งเครือก็ยกขึ้นรถให้  หาผักหาผลไม้  เช่น ลูกมะกอก  ฝรั่ง  หัวปลี  มะละกอ  และดอกแค  กุลีกุจอทั้งป้าชื่นและ
พี่สุนีย์จนผู้รับรู้สึกอาย... นี่หนอจิตของพระโพธิสัตว์  เธอบอกใครมาเยี่ยมเธอก็หาให้เช่นนี้เสมอ

                    

                   ชีวิตนี้ไม่มีอะไรจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยากนะคะคุณลุง   หากเราดำรงชีวิตโดยไม่เป็นทาสวัตถุ  อยู่ง่ายกินง่ายโดยไม่เบียดเบียน     ใช้ชีวิตแบบพอเพียงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ  ปลูกทุกอย่างที่เรากิน กินทุกอย่างที่เราปลูก  แล้วเราจะหาเงินหาทองมากมายไปทำไมนะคะ ?

                   นั่งคุยกับพี่สุนีย์และป้าชื่น  ทำให้สัมผัสความสุขบนความเรียบง่ายงดงาม
ปราศจากการเสแสร้ง  บนวิถีที่พอเพียง  นี่กระมังนักปฏิบัติธรรมตัวจริง

                    วันนี้คุยแค่นี้ก่อนนะคะ   โอกาสหน้าค่อยเล่าเรื่องราวดี ๆ ให้คุณลุงคุณป้าฟังใหม่นะคะ

                                                             ด้วยความเคารพอย่างสูง
                                                                    หนูหน่อย

"ผู้ที่เข้มแข็งที่สุด  จะเป็นผู้ที่อ่อนโยนที่สุด
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด    คือผู้ที่สุภาพที่สุด"