กระบวนการพัฒนาชุมชนที่ได้ศึกษาฝึกฝนมานำไปใช้ในพัฒนาชุมชนได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในทุกๆสถานกาลแต่ใช้ได้ในบางที่บางเวลาเงื่อนไขเท่านั้น

โอกาสหรืออุปสรรคของการพัฒนาชุมชน

 

การพัฒนาชุมชนโดยกระบวนการพัฒนาชุมชน โดนเน้นแต่ผลที่จะได้รับแต่ลืมไปว่าการพัฒนาชุมชนสำคัญที่กระบวนการพัฒนา เพราะกระบวนการพัฒนาชุมชนจะทำให้คนในชุมชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถที่จะนำเอาศักยภาพมาแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ แต่ว่าการสนใจแต่ผลที่จะได้รับ โดยไม่คำนึงถึงความสำคัญของกระบวนการพัฒนาเพราะการพัฒนาชุมชนสำคัญตรงกระบวนการพัฒนา จึงเกิดความล้มเหลวในการพัฒนา อย่างเช่น เทศบาลได้จัดทำโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชน เทศบาลได้นำกระบวนการพัฒนาชุมชนมาใช้โดยเริ้มจาก การศึกษาชุมชนด้วยวิธีการสำรวจ ตอบแบบสอบถาม ทำประชาคมเพื่อให้มาซึ่งข้อมูลพื้นฐานของชุมชน พร้อมกับได้ปัญหาความต้องการ ศักยภาพของชุมชน และได้รวมรวมข้อมูลที่ได้ในการศึกษาชุมชนมาวิเคราะห์ ได้ปัญหา แต่ไม่ได้มีการจัดลำดับความสำคัญ ว่าอะไรควรทำก่อนหลัง การที่เทศบาลจะทำอะไรจะพัฒนาอะไร แผนการพัฒนาที่ทำจะมาจากความคิดของผู้บริหาร หรือจากการส่งเสริมของภาครัฐ ขั้นตอนในการเลือกทำโครงการจึงไม่ได้มาจากชุมชน ทำให้โครงการที่ทำไม่ตรงกับความต้องการของชุมชน เช่นชุมชนมีความพร้อมในด้าน การจักสาน มีปราชญ์ชาวบ้าน และสถานที่ดำเนินการก็ไม่ต้องอาศัยพื้นที่ในการดำเนินการมากมายนัก แต่ชุมชนนี้ กลับได้ทำโครงการเพาะเห็ดซึ่งโครงการนี้มาจากการส่งเสริมของภาครัฐ ซึ่งเมื่อโครงการเกิดขึ้นได้ไม่นานก็ล้มลง เหมือนกันในหลายด้าน ด้านสาธารณูปโภคที่ทำโครงการไม่ต้องกับความต้องการของชุมชน เช่น ทำถนนที่อยู่ในแผนงบประมาณ แต่ทำไม่ตรงกับที่ต้องการของชุมชน ทำตามระเบียบหรือแผนงานโดยไม่ดูถึงความเหมาะสม การพัฒนาจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง เมื่อเสร็จโครงการก็ได้ประเมินโครงการโดยประเมินว่าได้ทำตามวัตถุประสงค์ของโครงการแล้วแต่ไม่ได้ประเมินภายหลังโครงการว่าจะเกิดปัญหา หรือส่งผลดีหรือร้ายแก่ชุมชน ได้เพียงเห็ดแต่ไม่รู้ว่าจะเอาเห็ดไปแก้ไขปัญหาชุมชนได้อย่างไรเพราะที่แท้จริง ชุมชนไม่ได้เป็นตัวการ  ได้ถนนหนึ่งสาย แต่ได้ร่วมรู้ว่าใครจะให้ประโยชน์ แต่ที่ทำแล้วได้ประโยชน์กลับได้ทำ จึงแสดงว่าการทำงานหรือบทบาทของเทศบาลเป็นไปตามกระบวนการที่ไม่ได้ผล เนื่องจากการทำตามกระบวนการโดยขาดหลักการในการพัฒนาชุมชน อาจจะทำให้การพัฒนาชุมชนอย่างมีปัญหา

ลักษณะในการพัฒนาชุมชนของเทศบาล

ใช้ระบบการมีส่วนร่วม หมายความว่ามีส่วนร่วมทำ แต่ไม่มีส่วนร่วมในการคิด ลักษณะการพัฒนาของเทศบาลจงเป็นแบบ top down จึงทำให้นโยบายแผนหรือยุทธศาสตร์ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ต่างๆได้จริง ถึงแม้ในทางปฏิบัติแผน นโยบาย ยุทธศาสตร์ จะมีผลมุ้งเข้าไปสู่เป้าหมาย แต่ก็ไม่เกิดการแก้ไขปัญหาให้ชุมชนเป็นเมืองที่น่าอยู่โดยแท้จริง เหตุเพราะ การพัฒนาแบบ top down ไม่สามารถสนองตอบ ต่อความต้องการของคน ชุมชน ได้ จึงก่อให้เกิดความผิดพลาดในการวางแผนพัฒนาชุมชน

                กระบวนการการพัฒนา

เทศบาลได้จัดทำกระบวนการในการพัฒนาโดย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการของภาครัฐ รัฐก็ค่อยสนับสนุนโครงการของภาคเอกชน ซึ่งรูปแบบของโครงการส่วนใหญ่มักได้มาจาก การส่งเสริมจากภาครัฐ ประชาชนมีส่วนร่วมแค่เข้าร่วมโครงการ แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะเสนอโครงการ ที่เป็นความต้องการของตนเองได้และ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ถึงกระบวนการพัฒนาที่แท้จริงที่ต้องมาจากความเป็นตัวตนของคน ชุมชน จึงเกิดผลกระทบจากโครงการของภาครัฐ ทำให้ผลของการพัฒนาชุมชนไม่ตรงเป้าหมาย แก้ปัญหาชุมชนไม่ได้ จึงไม่นำไปสู่ความยั้งยืนจึงก่อให้เกิดปัญหา ต่อต่อกระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาชุมชนดังขั้นตอนที่ได้พบเห็นใน กรณีศึกษา เทศบาลแม่ขรีดังนี้

กระบวนการพัฒนาชุมชน

    1.ศึกษาชุมชนมีการศึกษาชุมชนได้อย่างแท้จริงและถูกต้อง

    2.วิเคราะห์ปัญหาชุมชนได้ปัญหาชุมชนอย่างแท้จริง

    3.การจัดลำดับปัญหาในการพัฒนาชุมชน

  ในขั้นตอนที่ผ่านมาไม่สามารถทำตามกระบวนการพัฒนาชุมชนได้ เนื่องจากการจัดทำโครงการขององค์กร เทศบาลต้องอาศัยแผนนโยบายแผนงบประมานและระเบียบขั้นตอนของราชการ ทำให้ไม่สามารถทำตามผลของกระบวนการได้ จากข้อจำกัดนี้ทำให้เกิดปัญหาเช่นการดำเนินโครงการด้านสาธารณประโภคพื้นฐาน ที่เห็นได้ชัด คือการทำถนนในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรีที่ในชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น มีความเดือยร้อนในด้านการเดินทางหนทางใช้ไม่สะดวกเทศบาลรับรู้ปัญหาดี แต่กลับไปทำถนนในพื้นที่ที่เป็นสวน มีประชากรอยู่น้อย จึงไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ การพัฒนาของเทศบาลต้องเป็นไปตามแผนนโยบาย แผนงบประมาณที่ทางเทศบาลได้กำหนดไว้แล้ว

    4.การจัดทำโครงการ

โครงการที่มีการเสนอจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตอบสนองจากองค์กรมากนัก ซึ่งหากตอบสนอง จะทำให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เช่น ชาวบ้านอยากได้อาชีพเสริมเพิ่มรายได้แทนที่จะมีการจัดตั้งกลุ่มโดย คนที่มีความสามารถในแต่ละด้านมารวมกลุ่มกันทำโครงการหรือให้การสงเสริม แต่กลับได้รับการปลูกเห็ด ทำให้โครงการอยู่ได้ไม่นานก็ล้มไป การทำโครงการที่เกิดจากการส่งเสริมจากองค์กรเป็นการพัฒนาชุมชนแบบ top-down

    5.การดำเนินโครงการ

การดำเนินโครงการของเทศบาลที่นำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการปะติดปะต่อโครงการซึ่งไม่ได้เกิดจากการสนใจหรือความต้องการแต่เกิดจากสิ่งเชิญชวนจึงทำให้การดำเนินโครงการจบแล้วจบเลยไม่ได้มีผลกระทบและสานต่อโครงการ

    6.การประเมินผลโครงการ

การทำโครงการเป็นโครงการที่ทำในระยะสั้นการประเมินโครงการมาจากการประเมินของเทศบาล ได้แต่การประเมินด้านปริมาณแต่ไม่ได้ด้านคุณภาพ จึงได้แต่ผลสรุปในด้านความคุ้มค่ากับงบประมาณในการทำโครงการในขณะที่ผลจากโครงการไม่สามารถแก้ไขปัญหาและไม่สามารถพัฒนาชุมชนได้

จากปัญหาดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่ากระบวนการพัฒนาชุมชนที่ได้ศึกษาฝึกฝนมานำไปใช้ในพัฒนาชุมชนได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในทุกๆสถานกาลแต่ใช้ได้ในบางที่บางเวลาเงื่อนไขเท่านั้น

 

โดยมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา มี 2 แนวทางคือ

1.ให้ผู้เกี่ยวข้องในการวางแผนนโยบายของภาครัฐมีความเข้าใจในความเป็นชุมชนเพื่อการวางแผนนโยบายจะได้สอดคล้องกับความเป็นชุมชนเพื่อเป็นการให้โอกาสให้ชุมชนให้กระบวนการชุมชนได้อย่างเต็มที่

2.ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแผนนโยบายต่างๆได้มีส่วนการกำหนดแผนนโยบายเพื่อจะตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาชุมชนได้เต็มประสิทธิภาพ

แนวทางทั้งสองแนวทางนี้จะช่วยเพิ่มความสอดคล้องระหว่างแผนนโยบายจากภาครัฐกับความต้องการของประชาชนโดยผ่านการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเมื่อแผนมันเกิดจากความเข้าใจในการพัฒนาจึงทำให้นโยบายสอดคล้องกับกระบวนการการพัฒนาชุมชนจึงทำให้กระบวนการการพัฒนาชุมชนสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่ควรจะเป็นอย่างที่ได้ร่ำเรียนมา

 

บรรณานุกรม

 

โกมาตร    จึงเสถียรทรัพย์และคณะ. วิถีชุมชน. นนทบุรี:สถาบันวิจัยสังคมและสุขภาพ. , 2546.

อาจารย์นัณฑิต   รัตนสัมพันธ์และอาจารย์นราธิป   ศรีราม. การบริหารท้องถิ่น มปท.

เอกสารประกอบการเรียนวิชา ประชาคมกับการพัฒนา โดย ผศ.ดร.ณฐพงศ์   จิตรนิรัตน์

เอกสารประกอบการเรียนวิชา เทคนิคและกระบวนการพัฒนาชุมชน โดย ผศ.สนธยา   พลศรี

เอกสารประกอบการเรียนวิชา การวางแผนพัฒนาชุมชนและภูมิภาค

โดย อ.ดร. สุทธิพร   บุญมาก