ผมได้เขียนตอนที่๑ ไว้แล้ว วันนี้ขอต่อตอน๒ ซึ่งผมว่า “การสอน” ของครูและพ่อแม่นั้นสำคัญ
(อ่านตอนที่ ๑ ไปที่ลิงค์นี้ครับ .... http://www.gotoknow.org/blogs/posts/458088)
เมื่อประมาณพศ. ๒๕๔๐ นักวิชา”เกิน”ระดมสมองกันว่าครูไทยเราสอนกันแต่ให้จำ ไม่สอนให้คิด ...ว่าแล้วก็ออกพรบ.การศึกษาพศ. ๒๕๔๒ ออกมาบังคับให้สอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ..ให้คิด
...มีการปรับหลักสูตรกันใหญ่ ตัดการ “จำ” ออกไป โดยเฉพาะการ “ท่องอาขยาน” (ซึ่งผมว่าท่องแบบนี้ทำให้คิดมากเลยนะ ผมเองแก่ป่านนี้แล้ว ยังคิดถึงอาขยานที่ไพเราะจำนวนมาก คิดแล้วก็ยิ่งทำให้คิดลึกค้นเข้าไปหาความหมายของแต่ละพยางค์ มันลับสมองมากเลย)
จนวันนี้กลายมาเป็นระบบการสอนแบบ “ใบงาน” อันแสนน่าอุบาทว์ ที่เข่นฆ่ามันสมองเด็กไทยอย่างโหดเหี้ยม จนผมน่าจะเป็นคนแรกที่เชื่อมโยงความกระโดดลงต่ำของมันสมองนักศึกษามหาลัยไทยกับการสอนแบบใบงานในรร.มัธยม ( สนใจอ่านที่ลิงค์นี้..... http://www.gotoknow.org/blogs/posts/479293)
กลายเป็นว่ายิ่งเปลี่ยนเป็นการสอนแบบให้คิด เด็กไทยยิ่งโง่ลง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนที่คิดวิธีการสอนแบบใหม่นั้น “สิ้นคิด”
การคิดคืออะไร มีกี่แบบคุณรู้บ้างไหม เช่น คิดแบบวิเคราะห์ สังเคราะห์ องค์รวม คิดแบบอนุโลม ปฏิโลม (ศาสนาพุทธ) คิดแบบไม่คิด .. ผมรับรองว่าพวก “นักปฏิรูปการศึกษา” พวกนี้คิดแบบวิเคราะห์ (ตามก้นฝรั่ง) กันทั้งน้าน และวิเคราะห์แบบผิดๆ อีกต่างหาก มันก็เลยออกมาแบบนี้
ผมได้เขียนบทความเสนอไว้ด้วยว่า คนไทยเราเก่งการคิดแบบสังเคราะห์ ต่างจากฝรั่งที่เก่งวิเคราะห์ ดังนั้นเราควรบริหารการคิดของคนไทยให้ถูก จะเก่งกว่าฝรั่งเสียอีก (ลิงค์.... http://www.gotoknow.org/blogs/posts/476455)
การคิด คืออะไรยังไม่รู้ แล้วจะไปปฏิรูปการศึกษาให้เด็กคิด มันน่าขำ สมดังที่ผมได้เขียนไว้ในบทความหนึ่งแล้วว่า..ก่อนทำอะไร ให้เข้าใจ “นิยาม” เสียก่อนว่าคุณกำลังทำอะไร ไม่งั้นวุ่น เช่น จะไปพัฒนาประเทศโดยคำว่า “พัฒนา” คืออะไรยังไม่รู้ จะไปประกันคุณภาพ คำว่า “คุณภาพ” คืออะไรก็ไม่รู้ แล้วมันจะไหวหรือ มันจะไม่ทำลายชาติจน “หมดสิ้นสกุลไทย” สักวันหรือ หากยังปล่อยให้พวกโง่ๆ พวกนี้บริหารนโยบายประเทศไทยอยู่อย่างนี้ ...มันคงต้อง “ปฏิวัติใหญ่” สักทีกระมัง
ผู้ใหญ่โง่ (ไอคิวต่ำ ) นักวางนโยบายการศึกษาโง่ (ไอคิวต่ำ) จะให้เด็กไทยไอคิวสูงคงยากครับ นอกจากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ให้หมดแล้งตั้งต้นใหม่ อิอิ
โปรดติดตามตอน๓ต่อไป
...คนถางทาง (๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)