ตอน ได้แต่หวัง
โดย เจน
ชีวิตก็เหมือนนิยาย...นิยายก็สร้างมาจากชีวิตจริง...เป็นเรื่องจริง ที่หนีไม่พ้นนะคะ
อยากเขียนเรื่องน้องสัตวแพทย์ท่านหนึ่ง เพิ่งเรียนจบมา ยังไม่ได้รับปริญญาให้พ่อแม่ที่ส่งเสียเลี้ยงดูได้ไปถ่ายรูปในวันสำคัญกับตัวเองด้วยซ้ำ ทันทีที่เรียนจบก็บินลัดฟ้ามาอยู่ที่แคนาดา เพียงเพราะใจเรียกร้องให้มาหาชายหนุ่มที่เจอกันทางเฟสบุคได้สามเดือนก่อนจะเรียนจบ อยากมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาไวๆ จนลืมที่จะคิดถึงบุพการีที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดู ถนุถนอนให้ได้มีการศึกษาที่ดี และฝากความหวังเอาไว้ว่าในยามท่านแก่เฒ่า หนูเจ้าจะเลี้ยงท่านบ้าง
แต่เธอก็ทำให้ทุกคนในครอบครัวผิดหวัง เมื่อบินมาแคนาดา โดยฝากแค่จดหมายบอกลาไว้ว่ามาตามความฝัน และคิดว่าชีวิตที่นี่จะสวยหรู .... เรียนสูง สติปัญาดี ก็ไม่ได้การันตีว่าจะคิดดีได้เสมอไป คนเราเมื่อขาดสติ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ...เป็นตัวอย่างที่มีให้เห็น ในสังคมโดยทั่วไป ความรักทำให้คนตาบอด....ใครที่เคยมีความรักแบบลุ่มหลง ก็คงได้ประจักษ์กับตรงนี้
มาถึงแคนาดา ช่วงเวลาแห่งความหวาน แฟนพาไปเที่ยว ไปทานอาหาร และเอาอกเอาใจ สั้นแค่อาทิตย์เดียว เขาบอกว่าเขาต้องกลับไปทำงาน และงานเขาไม่ได้มีรายได้เยอะมากนัก ดังนั้นมีเวลาแห่งความสุขให้เธอได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ต่อจากนี้เธอก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน
ทำงานอะไรได้ในเมื่อวีซ่าเป็นวีซ่าชั่วคราว เธอไปรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร รับเงินใต้โต๊ะ ตกทุกข์ได้ยาก แต่ก็ปริปากบ่นบอกใครไม่ได้ เรารู้ เราสงสารแต่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน ที่แคนาดา ใครทำผิดกฏหมาย..สามีบอกเสมอว่าให้อยู่ห่าง ห้ามไปยุ่ง...แม้ว่าจะคนไทยด้วยกัน รู้จักกัน อยากช่วยขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ยื่นเข้าไปไม่ได้เป็นอันขาด บอกเขาได้คำเดียวว่าให้กลับไทย ไม่ใช่นิ่งดูดาย เห็นแก่ตัว ไม่ช่วยคนไทยด้วยกันนะคะ แต่เพราะช่วยไปแล้ว เราก็จะจมน้ำติดไปด้วย เรามีครอบครัว มีลูกมีสามี มีพ่อแม่ที่เราคิดถึงเสมอ ดังนั้นเราจึงไม่ทำลายครอบครัวของเราด้วยการไปช่วยคนอื่น ...ว่ายน้ำไม่แข็ง ไปช่วยคนตกน้ำ ก็พลอยจมทั้งคู่ แม่เตือนไว้เสมอ
ในขณะที่บอกเธอว่าให้กลับเมืองไทย ไปหาพ่อแม่ เริ่มต้นใหม่ ปริญญามี ทำงานดีดีที่เมืองไทยได้ มาล้างจานรับเงินชั่วโมงละเจ็ดเหรียญที่แคนาดาทำไม แล้วตอนนี้วีซ่าก็ขาด อยู่แบบหลบๆซ่อนๆ จะไปขอความช่วยเหลือสถานทูตไทยก็ไม่ได้ เพราะไปแล้วถูกส่งกลับไทยอย่างเดียว และบอกได้เลยว่านี่คือปัญหาระหว่างประเทศที่ต้องแก้ไขเพื่อไม่ให้คนไทยในภาพรวมถูกมองในทางลบไปด้วย
เมื่อไม่มีใครช่วยเธอได้ และเธอก็ยืนยันว่าไม่อยากกลับไทย และไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป....แต่ละวันที่อยู่ที่นี่ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นล่ะคะ แฟนที่เคยดีแสนดีในเฟสบุค ก็ไปดีแสนดีกับสาวๆคนอื่นๆในเฟสบุคเช่นกัน
ได้แต่หวังว่า ...วันหนึ่งน้องเขาคงหาทาง...แลตาสว่าง บอกตัวเองได้ว่าจะจัดการกับชีวิตและปัญหาของเขาอย่างไร
วันหนึ่งเขาคงได้ประจักษ์ว่าคนสองคนในโลกที่รักเขายิ่งกว่าตัวเขาเองนั้น...คือพ่อแม่ ที่เฝ้ารอให้ลูกกลับบ้าน
ได้แต่หวังจริงๆ
โบราณสอนไว้ "สิบเบี้ยไกลมือ ห้าเบี้ยไกล้มือ"
นี่สินะ ที่เค้าว่า รักใคร่ปราถนา ที่สนตะพายให้คนเราบ้าทำอะไรได้หลายอย่าง
บางทีทิ้งพ่อทิ้งแม่ ทิ้งลูกทิ้งเมีย เผลอๆ ปลิดชีวิตตัวเองเพื่อบูชา ความรัก
น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดในชีวิต สร้างเหตุอะไรไว้ ก็ได้อย่างนั้น ยอมจำนน
กับกรรมเก่าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราต้องไปทนซะเมื่อไหร่ อิอิ
เห็นด้วยครับ
เรื่องนี้เกิดกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอบอก "ยกให้เลย"
ถามว่า "ยกให้" หมายความว่าอย่างไร
เธอตอบ "ยกให้" คือการ ผลักออกไป ออกให้ห่างจากตัว
เหมือนกับการถวายข้าวแด่พระภิกษุสงฆ์ ถวายแล้ว
ไม่ต้องมาเมียงมอง ขอดูอีก สละเป็นทานแล้ว ออกจากตัวแล้ว ก็ได้บุญแล้ว