...
บันทึกนี้มีเรื่องเล่าถึงวิถีชีวิตคนไทในรัฐกลันตันโดยเฉพาะที่บ้านยุงเกาเท่าที่เดินผ่านไปตามถนนในหมู่บ้านเห็นบ้านคนมีฐานะหรือเป็นบ้านชนชั้นกลางก็ได้รับคำตอบทำนองนี้ว่า...เอาในช่วงปี 1983
ยุคนายกรัฐมนตรีชื่อ ท่าน ดร. มหาธีร์ ได้ออกนโยบายเพื่อให้ดอกเบี้ยสูงเมื่อฝากเงินในธนาคารคือ ได้ดอกเบี้ย 15 % เพื่อช่วยชาวมุสลิมทำนองนี้ละ มีอักษรย่อว่า...ASB…A มาจาก อามานะ , S มาจาก สะฮำ , B มาจาก ภูมิปุตรา โครงการนี้เริ่มปี 1981 แต่ชาวมุสลิมส่วนมากไม่ฝาก เราคนไทคือผม ( ครูแดง ) ได้เสนอให้คนไทมีโอกาสได้ฝากด้วย ได้ผลได้ฝากธนาคารได้ในปี 1983 และสามารถกู้ได้ถึง 50 พันเหรียญ พอสิ้นปีเราส่งตามสัญญา
ตั้งแต่นั้นมา คนไทเราจึงแข็งแรงลืมตาอ้าปากได้ คนอินเดียว่าทำไมคนไทฝากได้ เขาเลยเดินขบวนที่ปาซีเกิดความวุ่นวายและด้วยเหตุนี้คนอินเดียยังไม่ได้รับสิทธิ์นี้

มีคำถามเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในรัฐกลันตัน เราได้รับคำตอบทำนองว่า...
ในปี 1989 รัฐกลันตันได้ปกครองโดยพรรคฝ่ายค้านคือพรรค PAS คือพรรคอิสลามมาเลเซียเริ่มปกครอง
ตั้งแต่นั้นมาการละเล่นหลายอย่างที่เป็นวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ไม่ได้ออกแสดงในสถานที่การจัดงานต่าง ๆ มะโย่ง , มโนราห์ , ไม่ได้เล่นเลย จะมีก็แต่ในงานวัดและเริ่มเสื่อมความนิยมคือเริ่มตาย
ถ้าถามถึงนายมโนราห์ก็ยังมีอยู่อย่างโนราทิพย์ บ้านบ่อเสม็ดอายุ 100 ปีตอนนี้ ก็ถือได้ว่า...มโนราห์...ในรัฐกลันตันนั้นได้สิ้นแล้ว.

เราได้มาเห็นวิถีชีวิตเดิม ๆ ของคนไทในวัดแล้วนึกย้อนถึงตนเองยังเป็นเด็กเห็นคนมาวัดเยอะ ๆ อย่างนี้ละ...ทำให้ได้มุมคิดว่า...ที่ว่าคนไทรวยนะคือรวยทางจิตใจ รวยในศีลรวยในธรรม อย่างน่าชื่นชมยิ่ง...





แวะมาชมคนไทยเหมือนกัน แต่ถูกแบ่งแยกไปอีกแดนหนึ่ง
http://www.matichon.co.th/play_clip.php?newsid=1328615768
สวัสดีครับ คุณ โสภณ เปียสนิท
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งครับผม
ขอบคุณครับ
เป็นภาพแม่ชี แล้วอิ่มใจ ได้รอยยิ้ม นะคะอาจารย์หล่อใหญ่