วันที่ ๒๗ สิงหาคมที่ผ่านมา พวกเรานักศึกษาระดับปริญญาโททั้งสองชั้นปี จากมหาวิทยาลัยพายัพได้มีโอกาสอันดีที่ได้เดินทางไปทัศนศึกษาในเรื่องการค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่าที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การไปทัศนศึกษาในครั้งนี้นั้นถือว่าเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนครั้งแรกหลังจากที่พวกเราเด็กปีหนึ่งได้เข้ามาศึกษา ณ สถาบันแห่งนี้ ในการเดินทางครั้งนี้พวกเราก็ได้รับเกียรติสำคัญจากท่านอาจารย์ พันธ์ทิพย์ หรืออาจารย์แหววของพวกเราได้ให้เกียรติเดินทางไปกับพวกเราด้วย

เมื่อมาถึงจังหวัดเชียงรายพวกเราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สาย จุดที่เหนือที่สุดของแดนสยาม พอไปถึงอาจารย์แหววก็ให้พวกเราทั้งสองชั้นปีแนะนำตัวกันและก็แจกจ่ายงานที่จะว่ายากก็ยากนะแต่จะว่าง่ายไหมมันก็ง่ายพอตัวเช่นกัน และเมื่อพวกเราได้รับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้ไปเตรียมเอกสารเพื่อที่จะเดินทางข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็น จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า

พอพวกเราได้เดินทางข้ามไปนั้นสิ่งที่ผมเห็นและสังเกตุก็คือความเป็นอยู่และแนวทางของวัฒนธรรมที่มีความที่ว่าจะเหมือนไหมก็ไม่ใช่จะว่าต่างไหมก็ไม่เชิง มันเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ดูแล้วมีความแปลกตาเป็นอย่างมากและสังคมของทางฝั่งนั้นจากที่ได้เดินดูรอบนอกตัวตลาดนั้นทำให้เห็นว่าก็ยังมีกลิ่นอายของความเป็นชนบทมากกว่าสังคมเมืองที่พัฒนาไปอย่างเติบโตรวดเร็วเหมือนอย่างในเขตฝั่งไทย ที่กล่าวอย่างนี้เพราะถ้าเราลองเดินออกไปไกลจากตลาดนั้นเราก็จะเจอกับวงเวียนที่โดยรอบวงเวียนนั้นจะยังคงเป็นตึกราบ้านช่องแบบเก่าดั่งเดิมไม่มีการพัฒนาให้ทันสมัยหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก(จุดนี้ไม่ได้กล่าวถึงตรงตลาดท่าขี้เหล็ก) ที่บอกว่าเป็นการแตกต่างสังคมนั้นก็เพราะว่าเมื่อดูสังคมทางฝั่งโน้นจะเห็นถึงความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมากกว่าทางอำเภอแม่สายที่มีแต่ความวุ่นวายเสียมากกว่าความสงบ แต่ฝั่งท่าขี้เหล็กนั้นจะมีความวุ่นวายก็แต่ตรงตลาดเท่านั้นนอกจากนั้นก็จะเป็นวิถีแห่งชาวบ้านๆที่อยู่โดยรอบตลาดท่าขี้เหล็กเท่านั้นแปลกดีจริงๆ

และที่ยิ่งแปลกกว่านั้นก็คือเมื่อเดินทางเข้าไปในจังหวัดท่าขี้เหล็กแล้วนั้นก็ต้องเจอกับบุคคลผู้ที่จะพยายามหานักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวในที่ต่างๆ มีรูปภาพแสดงอันจุดนี้ก็ไม่ต่างอะไรหรอกกับฝั่งบ้านเรา แต่ที่แปลกอย่างมากนั่นก็คือ มีการเข้ามาชักชวนให้ลองไปเที่ยวผู้หญิงชาวไทยใหญ่ที่เป็นแบบการขายบริการทางเพศคล้ายกับการชักจูงนำพาไปเพื่อการค้าประเวณี ที่งงก็คือหากเป็นฝั่งบ้านเรานั้นการที่จะชักชวนให้ไปเที่ยวนั้นก็หมายถึงว่าเราได้เข้าไปในแหล่งของการค้าประเวณีแล้ว แต่ที่นี่กลับไม่ใช่เพราะถ้าจะไปจริงๆแล้วนั้นจะต้องนั้งมอเตอร์ไซค์ไปอีกประมาณ สิบถึงยี่สิบนาที ค่ารถประมาณสี่สิบบาท ถึงจะไปถึงที่ค้าแสดงว่าการค้าประเวณีทางฝั้งนั้นคงจะมีการที่จะหาลูกค้าด้วยวิธีนี้กระมั้ง แล้วแบบนี้จะผิดกฎหมายไหมเนี่ยถ้าหากเราไปใช้บริการ

ผมคิดว่าเป็นจุดที่น่าคิดก็คือในจังหวัดท่าขี้เหล็กนั้นมีคนพม่าอยู่เยอะแต่ที่เห็นแตกต่างก็คือการแต่งตัวและการพูดจา(สำเนียง)แสดงว่า ณ จุดนี้ต้องมีการอยู่รวมกันของหลากหลายชาติพันธ์ แต่ก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นคนพม่าโดยแท้เลยหรือเปล่าหรือว่าไม่ใช่แล้วการที่เราไปมีนิติสัมพันธ์ในการซื้อขายนั้นถ้าหากเกิดปัญหาในด้านการชำรุดบกพร่องละเราจะใช้กฎหมายประเทศไหนมาบังคับ 

แต่สิ่งที่น่าคิดคือ ณ ตรงจุดนั้นพวกเขามีสิทธิอะไรกันบ้างที่พวกเขามีในตอนนี้ ณ จุดตรงนั้นแต่ก็คิดว่าสิทธิที่มีนั้นก็คงจะน้อยและคงถูกจำกัดอย่างมากและน่าเป็นห่วงในเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศพม่าอย่างมากเพราะทั้งในเรื่องของการบริหารประเทศของรัฐบาลทหารพม่านั้นคงจะมีแต่การกดขี่มากกว่าสงสารเขานะ

ถามว่าการค้าเสรีหากเปิดระหว่างไทยกับพม่านั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นมากไหมส่วนตัวผมแล้วนั้นเห็นว่าเมื่อเราเปิดการค้าเสรีกับพม่าจริงๆแล้วนั้นการค้าก็คาดว่าคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากไปกว่านี้เพราะที่นี่เมื่อดูแล้วมันเหมือนกับเป็นสังคมหนึ่งที่ฝังรากมายาวนานความเจริญนั้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือในฝั่งแม่สาย แต่ในฝั่งท่าขี้เหล็กแล้วนั้นไม่ว่าระยะเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนแต่การเปลี่ยนแปลงกลับไม่หมุนไปตามระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแต่มันก็อาจจะทำให้การพันาไปของประเทศอาจจะล่าช้าไปอีกก็ได้

ท้ายที่สุดของการทัศนศึกษาในครั้งนี้พวกเราทุกคนก็ได้ความประทับใจและความรู้ใหม่ๆบางเรื่องที่เป็นเรื่องที่พวกเราไม่ได้คิดกลับไปเป็นกระบุงเลยแต่พวกเราก็มีความสุขกันทุกคน อิอิอิ

สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณอาจารย์แหวว อาจารย์ต๊อก อาจารย์กิติพงษ์ อาจารย์บอม และทางมหาวิทยาลัยพายัพเป็นอย่างสูงที่ได้ร่วมกันจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนแม้ระยะเวลาในการเรียนรู้จะมีน้อยแต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมากมายนัก และก็ขอขอบคุณรุ่นพี่ปริญญาโทปี 2 ทุกท่านที่เสนอจัดโครงการนี้ ที่ขาดไม่ได้ก็คือขอบคุณพี่ๆและเพื่อนปี1 ที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรมนี้ ขอบคุณครับ