...

บันทึกนี้มีเรื่องเล่าถึงการเดินทางในปลายด้ามขวาน  ด้วยมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางในถนนผ่านพื้นที่สีแดงหรือพื้นที่อันตราย พวก เราบางคนจึงมีหัวใจเต้นไม่ตามจังหวะ

เราออกเดินทางจากเมืองสงขลามุ่งหน้าไปทางสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง  ในเส้นทางนี้ผมเองไม่ได้เดินทางมานานตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมปี 2549 โน้นละ  พึ่งจะมีโอกาสผ่านไปในเส้นทางนี้ก็คราวนี้เอง

จากเมืองหาดใหญ่ไปถึงเมืองปัตตานีมีบางจุดที่เปิดร้านขายของริมทาง  แต่มีรถจอดซื้อน้อยมาก  วันนั้นมีเจ้าหน้าที่ของรัฐยืนยามอยู่ตามจุดต่าง ๆ อาจเป็นขบวนจะเสด็จผ่านก็ได้เราจึงถือว่ามีความโชคดีในเส้นทางปลอดภัยทุกอย่าง 

 ปกติในสมัยก่อนนั้นรถมักจะจอดซื้อสิ่งของหรือภาษาใต้ว่า...แช ๆ อยู่  แต่เห็นรถเกือบทุกคันต่างขับตะบึงเพื่อไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย

แล้วเรามาถึงเขตอำเภอตากใบได้เวลาหาข้าวทานกัน...เกิดคำถามเพื่อหาคำตอบว่ากินข้าวทางฝั่งไทยสบายพุงแต่ไม่สบายใจ  ถ้าไปกินข้าวฝั่งกลันตันนั้นสบายใจแน่ ๆ ตกลงเราข้ามไปกินข้าวกันยังฝั่งประเทศมาเลเซียครับ  เพราะไม่ต้องนั่งรับประทานไปหันหน้าเสียวสันหลังกันอยู่  ถามว่าทำไมเกิดความรู้สึกอย่างนี้  แล้วก็ตอบไม่ได้ว่าเมื่อใด  เราจะนั่งทานอาหารให้อร่อย ๆ คุยกันฉันท์พี่น้องมวลมิตรดังเดิมในเขตสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่างนี้  แล้วใครละจะเป็นผู้นำความสงบสุข  ความสามัคคี  หรือรวมญาติ

กำลังคิดได้ที่ถึงที่จอดรถลงไปจั๊มหนังสือเดินทางแล้วมองรอเรือมารับเห็นแม่น้ำกั้นสองฝั่งฟากแล้วให้นึกถึงรักข้ามคลองสมัยก่อนคนตาบาไปกลันตันไม่ต้องมีพรมแดนกั้นอะไรนั้น  อ้าว...เรือมาแล้ว...ไปกันได้แล้ว...ไม่นานเราก็ยืนอยู่ฝั่งฟากประเทศมาเลเซียที่นี้คือเขตแดนของรัฐกลันตันนั้นแล.