วันก่อน เพื่อนข้างเคียงเผลอพูดอะไรบางอย่างออกมาก อะไรบางอย่างที่ว่านั้นคือ บางคนจบปริญญาตรีเกีียรตินิยมอันดับหนึ่ง นั้นหมายถึงเก่งมาก แต่ทำไมคนเหล่านี้จึงไปเป็นลูกจ้าง (จ้างให้ทำงานเป็นรายเดือน รายกะ รายฯลฯ ถ้าไม่จ้างไม่ทำงานให้) เพราะบางทีนายจ้างไม่ได้จบปริญญาด้วยซ้ำ ทำให้ผมต้องมานั่งคิด ไม่ใช่เพราะผมจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นั้นเป็นแค่ฝันที่เป็นไปไม่ได้ ด้วยไม่ได้คิดว่าการเรียนคือทุกสิ่งของชีวิตที่ต้องทุ่มให้สุดตัว
นี้ประการหนึ่ง เพื่อหาคำถามเพิ่มเติมว่า จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทำไมไม่เป็นนายของตัวเอง
อีกประการหนึ่ง อันนี้เพื่อนไม่ได้พูด หากแต่ผมคิดไปเอง (เป็นแค่ความคิด หากกระทบอันใดขออภัยยิ่ง) จากข้อความที่เพื่อนพูด ทำให้ผมคิดโยงไปถึงว่า แล้วที่จบปริญญาเอกล่ะ โดยเฉพาะที่เรายกย่องว่าเป็นคนเก่งของประเทศ ฯลฯ ทำไมบางคนจึงยังทำงานเป็นลูกจ้าง ทำไมไม่ออกไปทำงานพึ่งพามันสมองของตนเอง หรือ ทำงานในฐานะ "ฉันคือองค์กร"
วันนี้ความคิดนี้ผุดขึ้นมาอีก กับเรื่องราวที่เพื่อนสามคนคุยกันในห้องทำงาน เพื่อนคนหนึ่งกำลังทำปริญญาเอก เพื่อนเอ่ยขึ้นว่า "ไม่รู้จะจบหรือเปล่า จบแล้วเป็นหนี้เป็นสินรอบตัว" คำหนึ่งที่ผมอุทานในใจคือ "เวรกรรม"
เรื่องนี้น่าคิด สำหรับว่าที่ ดร. กับองค์กรที่ไม่ได้ว่าจ้างให้ต้องทำตามนโยบายขององค์กร หากแต่เป็นองค์กรที่ "ฉันคือองค์กร"
ปริญญาอะไรก็ไม่ใช่เครื่องรับประกันชีวิตหรอกค่ะ วิธีการดำเนินชีวิต วิธีคิดต่างหากค่ะที่สำคัญ คนที่ประสบความสำเร็จมากมายไม่ต้องมีปริญญา คนมีความสุขมากมายไม่ต้องมีอะไรมารับประกันความรู้ ความสามารถจริงๆกับความตั้งใจลงมือทำในสิ่งที่มุ่งหมายเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดค่ะ
เห็นด้วยครับผม :-)