คนเก่งดีได้เป็นใหญ่
ในหลวงของเราได้ทรงเสนอว่า คนเลวมีมาก คนดีมีน้อย ดังนั้นเราต้องทำให้คนดีได้เป็นผู้นำสังคม ....พระดำรัสสั้นๆเพียงแค่นี้แหละที่ผมว่ามีนัยสำคัญมากที่สุด
ระบบฝรั่งนั้นเป็นระบบที่กรองเอาคน”เก่งดี”ขึ้นไปกุมอำนาจโดยอัตโนมัติ เนื่องเพราะนิสัย ปัจเจกชน (individualism) ของพวกเขานั่นเอง
..นิสัยนี้นำสู่การพึ่งตนเอง (ไม่พึ่งอำนาจผู้อื่น) ดังนั้นหากมีใครต้องการเป็นผู้นำ ก็ต้อง “ไต่เต้า” ด้วยความสามารถของตนเอง ...ในระหว่างนั้นประชาชนรอบข้างก็จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเขาอย่าง “ตรงไปตรงมา” ซึ่งถ้าทนไม่ได้ก็หนีหายไปสิ
ในระบบฝรั่ง...คนที่ดี กล้า แกร่ง จริงๆ เท่านั้นจึงจะรอดผ่าน “ชั้นกรอง” แห่งการวิพากษ์อย่างตรงไปมาของปัจเจกอันหลากหลายได้
ส่วนของไทยเรานั้นใช้ระบบ “อิงผู้นำ” (leaderism...ศัพท์ที่ผมปั้นเอง) มันผู้ใดที่ได้รับการยอมรับจาก “นายใหญ่” ก็ย่อมผ่านการกรองไปได้เสมอ
ดังนี้แล้ว เห็นได้ว่าระบบไทยต่างจากระบบฝรั่งแบบหน้าเท้าหลังมือทีเดียว ...แต่ถามว่าทำไมไปลอกระบบประชาธิปไตยเขามาใช้ทั้งดุ้น ???? ทั้งที่ระบบนี้มันมีรากมาจากนิสัยปัจเจกชนนิยม ที่คนไทยเราไม่มีในกมลสันดาน!!!
ฝรั่งเจริญมาได้เพราะใช้ปชต. ที่วิวัฒน์มาจากนิสัยพื้นฐานของเขาโดยธรรมชาติ ส่วนไทยเราดีแต่ลอกแบบ ไม่เคยคิดอะไรเอง ทั้งที่บรรพชนได้คิดค้น ลองผิดลองถูกไว้ให้มากแล้ว แต่ดัน “เจือกโง่” ไปตามก้นฝรั่ง ลอกปชต.ฝรั่งมาใช้ทั้งดุ้นแบบสุนัขเชื่อง
ระบบการปกครองที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทยในขณะนี้ (พศ. ๒๕๕๕) ในความเห็นผมคือ ระบบปชต. ที่สอดคล้องกับลักษณะนิสัย “อิงอำนาจ อิงผู้นำ” ของคนไทย ที่ผมได้เขียนไว้ในมากหลายบทความแล้ว
ผมหวังว่าสักวันจะมี “ผู้นำที่มีอำนาจและมีความเป็นธรรม” ได้มาอ่าน แล้วตรอง แล้วนำไปสู่การปฏิบัติ
จริงอยู่ว่าสังคมไทยเรานั้น “อิงผู้นำที่มีอำนาจ” แต่ในระบบไทยเดิมเรานั้น ผู้นำดังกล่าวส่วนใหญ่ “มีคุณธรรม” ด้วย มันก็ดีกว่าประชาธิปไตยเสียอีก (ไม่ต้องเสียเวลามาเถียงกัน)
ทุกวันนี้เราได้ผู้นำที่มีอำนาจแต่ไร้คุณธรรม แถมมีเกราะปชต. เป็นกำบังเสียอีก มันก็ยิ่ง “ชอบธรรมโดยขาดคุณธรรม” ก็ยิ่งจะฉุดชาติให้จมไปเรื่อยๆ จนกว่า จะล่มสลายในที่สุด
ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องออกแรงกันกู้เรือไทยในวันนี้ให้ลอยขึ้นได้อีกครั้ง?
...คนถางทาง (กพ. ๒๕๕๕)
I think of games like "ฝรั่งกินเมือง", "Go", Riversi, Othello and the like.
We play the games by placing/moving pieces/men to the right places to capture opponents' pieces/men and turn them to our side. We keep on capturing and avoid being captured until we reach a certain "mass" (or majority) and occupy enough "key positions",
then we just cruise along to the final configuration --all opponent pieces are captured--
All comments from all spectators are NOT relevant. Only the players can make any move. In fact in 'competitions' spectators (the majority of people being there at the competitions) must maintain silence.
By segmenting the Net into millions websites, so that no majority groups can be established --because no one has time and energy and "will" to capture all audience from other players-- the side with 'money to spend" win. To pay for the win they have to make more money --and why distribute the money; why not keep more money?--
We have limited resources, once used up, where do we get more from?
ขอบคุณท่าน sr ที่ตามมาเม้นท์และให้ข้อคิดดีๆเสมอ
ผมได้เคยเขียนบทความแหวกแนวไว้ว่า ปชต. ผสม ทุนนิยม คือหนทางหายนะของโลก และทำนายว่า ๒๐ ปีจากนั้น (พศ. ๒๕๕๐) เศรษฐกิจโลกจะพังทะลาย ซึ่งถ้าไทยไม่ทำอะไรเพื่อเตรียมตัว จะเจ็บหนักมาก
ติดตาม ด้วยความหวัง และเฝ้ารอ มาตั้งแต่ยังอยู่ป. ๖
จนตอนนี้จะใกล้หมกดิน ก็ยัง หวัง ยัง รอแต่ ไม่แน่ใจ
ว่าต้อง รอ รอ และ รอ นานแค่ไหน ค่ะอาจารย์ ...
ปีนี้ อาการหนักสุดแล้ว เรายังมีความหวัง ใช่ไหมคะ :)
http://www.gotoknow.org/blog/lanandaman/352602?page=2
.คนที่ดี กล้า แกร่ง จริงๆ เท่านั้นจึงจะรอดผ่าน “ชั้นกรอง”
เป็นชั้นกรองที่น่าศรัทธามากนะครับ
ขอชื่นชม เช่นกันครับ
ขอบคุณมากครับ
ผู้นำที่มีคุณธรรม ฟังดูดีมากๆเลยอาจารย์
รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่ กล้า ที่จะนำเสนอ อย่างตรงไปตรงมา