สมัยเป็นเด็กเราก็อยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็มีหลายๆครั้งที่เราอยากกลับไปเป็นเด็กอีก แต่จำได้ว่าไม่เคยคิดอยากแก่เลย เพิ่งมารู้สึกว่าความแก่นี่ดีจังก็วันนี้แหละค่ะพอรู้สึกแล้วยิ่งย้อนคิดก็ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตที่เราผ่านมามากขึ้นจนถึงตอนแก่ ให้สิ่งดีๆกับชีวิตเรามากทีเดียว
ที่รู้สึกว่าแก่แล้วดีอย่างแรกก็คือ ไปเป็นเพื่อนน้องดิ๋ว หน่วยโลหิตวิทยา (ชื่อจริงน้องเขียนยาก ใครอยากรู้ต้องขอให้ตามลิงค์ไปอ่านเอาเองนะคะ) ไปพูดคุยในรายการสภากาแฟที่สถานีวิทยุมอ.88FM ของเราช่วง 10-11 โมงของวันนี้ น้องเตรียมมาค่อนข้างดี แต่ออกจะเป็นเชิงวิชาการค่อนข้างมาก หัวข้อก็คือ "CBC คืออะไร ตรวจไปเพื่ออะไร" ซึ่งเมื่อคุณบัญชรและคุณอรุณรัตน์พูดคุยกับเราในลักษณะของการถามตอบ จะพบว่าเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนที่จะอธิบายเหมือนกัน เพราะการตรวจซีบีซีนี้เป็นชุดการตรวจที่รวมการตรวจลักษณะและปริมาณของส่วนประกอบของเลือด พอเราอธิบายความหมายแล้วก็ต้องอธิบายรายละเอียดของเม็ดเลือดต่างๆ เราในฐานะพี่แก่ที่มีประสบการณ์ของการพูดคุยแบบนี้มาแล้ว จะดูออกว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่ ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมแค่ไหน จัดกลุ่มข้อมูลและลำดับการเล่าเรื่องที่จะทำให้เข้าใจง่ายได้ง่ายขึ้นได้ยังไง ในขณะที่น้องจะยังคงเกาะกับกรอบของสิ่งที่ตัวเองเตรียมมามากกว่า เห็นภาพเลยว่า น้องทำในสิ่งที่เราคงจะทำเหมือนกันเมื่อเราอยู่ในวัยของน้อง คือหนักวิชาการ ตรงตามข้อมูลที่เตรียมมา โดยยังไม่สามารถปรับคำตอบให้ตรงกับสิ่งที่ถูกถามได้อย่างฉับพลันทันที รู้สึกได้ทันทีเลยค่ะว่า ความแก่ประสบการณ์ทำให้เราช่วยน้องได้อย่างราบรื่น ตอนเดินกลับมาด้วยกันน้องก็ขอบคุณที่เรามาช่วย ชื่นชมน้องไปว่าน้องเตรียมมาได้ดีทีเดียว ทำได้ดีแล้วสำหรับครั้งแรก หัวข้อนี้ค่อนข้างซับซ้อนรายละเอียดเยอะ เราต้องนำเสนอให้พอดีๆ ไม่มีเวลาบอกน้องหรอกค่ะว่า เราดีใจที่เราได้ใช้ประสบการณ์ในการช่วยน้องอย่างเต็มที่ทีเดียวงานนี้
ส่วนเรื่องที่สอง เป็นการช่วยตรวจสอบรายงานโครงการพัฒนางานของน้องพิทยา หน่วยเคมีคลินิกของเราเอง ได้ปรับเปลี่ยนสิ่งที่น้องเขียน ซึ่งเมื่อเราอ่านเราจะรับรู้ได้ถึงการมองโลกแบบ 2 ด้านคือดีกับไม่ดี อันเป็นแนวคิดแบบที่เราเคยมีเคยเป็นในสมัยที่เราอยู่ในวัยเดียวกับน้อง ได้ปรับเปลี่ยนและอธิบายแนวคิดให้น้องไปด้วย รู้สึกว่าสิ่งที่เราพูดน้องฟังแล้วเข้าใจ เห็นด้วย ทำไปก็คิดไปว่า สิ่งที่เราบอกเล่าให้น้องฟังนั้นเป็นสิ่งที่เราได้มาจากประสบการณ์นั่นเอง
สรุปว่า แก่ขึ้นแล้วนี่ดีจริงๆนะคะ ต้องคิดให้ดีๆแล้วจะเห็นด้วย
สวัสดีค่ะคุณโอ๋-อโณ
เห็นด้วยกับ
"สรุปว่า แก่ขึ้นแล้วนี่ดีจริงๆนะคะ ต้องคิดให้ดีๆแล้วจะเห็นด้วย"
เพราะครูปอก็ใกล้แก่แล้ว..แต่ยังไม่แก่สักที..ลูกศิษย์แซงความแก่ไปไกลแล้ว..ครูปอตามไม่ทัน..อิ ๆ
ผมนึกถึงมะพร้าว
และขิง ครับผม
ถ้าแก่แบบนี้บ้านผมเรียกว่าเก๋าครับครูโน.. ผมหายจาก g2k ไปเสียนานเลย ครูโนสบายดีใหมครับ
ยิ่งแก่ยิ่งดี ก็จริงอยู่ครับ แต่ดีเป็นบางอย่างหรือน้อยอย่าง ... เข้าทางอาเลย ในดีมีไม่ดี ในไม่ดีมีดี
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ เขียนไปแล้วมาดูอีกทีเมื่อเช้า ระลึกข้อเสียของความแก่ได้อย่างนึงก็คือ เขียนเสร็จ (ยังไม่ทันเสร็จจริงๆ) ก็ง่วงจนตรวจทานไม่ไหว ใส่ลิงค์ไม่จบต้องยอมปิดไฟ ปิดเครื่องแล้วนอน...นี่ถ้าไม่แก่ อาการแบบนี้ไม่มีแน่ค่ะ จริงอย่างที่คุณอา panchatan บอกจริงๆค่ะ นี่ขนาดเพิ่งเริ่มแตะเลข 5 นะคะนี่
ดีใจที่ได้เห็นคุณ kareem กลับมานะคะ น่าจะมีคนคิดถึงหลายคนอยู่ พี่สบายดีค่ะ แก่แต่มีความสุข
ทั้งมะพร้าวและขิงนี่ อ่อนก็ดีไปอย่าง แก่ก็ดีไปอีกอย่างนะคะ อาจารย์
แต่ที่แน่ๆคือไม่ดีกับตัวมันเอง เพราะโดนพวกเรากิน...
คนที่มีลูกศิษย์อยู่รอบๆตัวเสมอเป็นคนโชคดีนะคะ ครูปอ เพราะมีโอกาสได้ส่งต่อสิ่งดีๆ สร้างอนาคตให้โลกต่อๆไป เป็นบุญใหญ่หลวง ที่น่าจะยิ่งแก่ยิ่งมีความสุข เพราะสร้างได้เยอะขึ้นเรื่อยๆนะคะ
การส่งลูกศิษย์แต่ละรุ่นถึงฝัน...........ช่างมีความสุขเสียจริงในชีวิตความเป็นครู
และยิ่งไปกว่านั่น...........เมื่อเห็นลูกศิษย์กลับมาหาและบอกว่าหนูรักหรือเคารพครู
กลับมาเยี่ยมหา...........แม้จะนานๆ ครั้งก็เถอะ...มีความสุขจริงๆ ชีวิตคนแก่ อิอิ
ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ทุกครั้งที่ได้อ่านครับ ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจในความแก่ (แก่เวลาที่ปฏิบัติงาน) อย่างน้อยประสบการณ์ที่ตั้งใจเก็บสะสมมา สักวันคงจะช่วยน้อง ๆ ในทีมงานผมได้บ้างครับ
เจริญพร เกี่ยวกับข้อคิดดี ดี เรื่อง ความเป็นคนมีอายุ มีประสบการณ์ มีความคิดที่สร้างสรรค์งานหน้าที่ ขออนุโมทนาในบทความนี้ชอบมาก ให้ข้อคิด ไม่แก่เหมือนผลไม้บางอย่าง เจริญพร(ครับ)
^____^
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง...
ในอีก...ห้าปี จะมีบันทึกเรื่อง "ยิ่งแก่ยิ่งดี"เพิ่มค่ะ ^____^
เป็นกำลังใจให้คนเพิ่ง...แก่ไปอีกปีอย่า่งดีเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ