บทเรียนเล็กๆในปัจจุบันขณะ ที่สืบเนื่องจากการเจริญสติอย่างเป็นกลาง นำมาซึ่งการระลึกรู้... รับรู้ในคลื่นกุศลอันเป็นสายใยที่เกี่ยวเนื่อง...นำพาให้รู้สึกเป็นสุข...เปี่ยมปีติ เป็นกำลังขวัญจาก...ฐานราก...ที่มา...อันแสนอบอุ่นที่มอบแก่ตนและคนรอบข้าง


 

  รัก...  ของแม่

 

...สืบเนื่องจากบันทึก เรื่อง “สมบัติของแม่” ของน้อง “กล้วยไข่” ทำให้ข้าพเจ้าเกิด “แรงบันดาลใจ” ในการดูแลรักษา “มรดกของแม่” ในอีกมิติหนึ่ง

 

...ข้าพเจ้าเริ่มติดตามบันทึกของหนูกล้วยไข่ จากเรื่อง “ไม้ไผ่ ป้องกันยุง”! เพราะสงสัยใคร่รู้เป็นหนักหนาว่า...ไม้ไผ่พันธุ์นี้ คงจะมีคุณสมบัติพิเศษ เช่นกลิ่นฉุนรุนแรงเหมือนต้น "ตะไคร้หอม" หรือไรหนอ?

...เมื่อได้พบเห็นไม้ไผ่พันธุ์นั้นแล้ว ยิ่งรู้สึกประทับใจผู้ที่นำมาแบ่งปันยิ่งนัก ทุกครั้งที่นึกถึง รอยยิ้มจะผุดพรายขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ อันเป็นคุณสมบัติพิเศษของไม้ไผ่ ที่ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณ  หนูกล้วยไข่ ไว้ที่บันทึกนี้ ^___^

 

ส่วนบันทึกเรื่อง "สมบัติของแม่"  ดอกผักตบที่เธอนำมาฝากชาวG2k.นั้น ตอนเด็กๆข้าพเจ้าก็ชอบเป็นชีวิตจิตใจ ดอกไม้ในน้ำสีม่วงชมพู...บอบบาง...อ่อนโยนยิ่งนัก ข้าพเจ้าชอบเก็บจากหนองน้ำใกล้ๆบ้านเช่นกัน แต่จำไม่ได้ว่า เคยนำไปฝากแม่หรือไม่ ^___^

 

...ความใส่ใจ ทะนุถนอมของเตี่ย ต่อต้นมะเฟือง ไม้ยืนต้น หนักเพียงไร ก็ยอมเหนื่อยยกสูง หนีคุณน้องน้ำ เพื่อความอยู่รอดของชีวิตหนึ่ง...

 

...บรรดาเรือ หลากหลายประเภท ที่คุณแม่ของเธอได้ถ่ายทอดวิธีดูแลรักษาให้ลูกๆ ทั้งๆที่รู้ว่ามันคงจะอยู่ได้อีกไม่ยาวนานนัก แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า หนูกล้วยไข่ คง “ได้ยิน” ว่าคุณแม่ได้ฝากสมบัติชิ้นพิเศษ...กว่าเรือให้เธอแล้วในสถานการณ์นั้น...

 

...การขัดเรือ ล้างเรือ ลงยา ฯลฯ ด้วยความใส่ใจ มอบหมาย ถ่ายทอดวิถีการเป็นอยู่ มีความหมายต่อลูกหลานอย่างไร .... วันนี้ ข้าพเจ้าได้ซึมซับ สัมผัสด้วยใจต่อใจตนเองบ้างแล้ว...

 

............................................................

 

...ในวันรุ่งขึ้น หลายวันก่อน หลังจากเห็นภาพเตี่ยของหนูกล้วยไข่ นำต้นมะเฟืองหนีน้ำ คุณแม่ขัดหัวเรือ น้องชายขัดท้ายเรือ เรือลำเล็กที่ลงยาแล้ว คว่ำตากไว้บนโอ่ง....

 

...ข้าพเจ้าตื่นเช้าตรู่ ห่มผ้าให้แม่อีกชั้น ก่อนจะปฏิบัติกิจส่วนตัว ปรับสมดุลสุขภาพตนเองตามขั้นตอนแล้ว กลับเข้ามา สวัสดีตอนเช้า ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบคุณยาย (แม่) ซึ่งทุกวันท่านจะยิ้มมมและหัวเราะหึๆตอบ..."สบายดี" ทุกเช้า  เพราะระบบขับถ่าย...ดีทุกวัน!^___^

...เมื่อเริ่มปฏิบัติการ... ปลดสายมุ้ง ตะแคงตัวท่าน และทำการเช็ดตัวด้วยสบู่เหลวมะขาม...น้ำอุ่น เปลี่ยนผ้าและพลาสติกปูที่นอนชุดใหญ่ เพราะไม่ได้ใช้ผ้าอ้อมให้คุณยายแล้ว ทั้งการเช็ดตัว ทุกขั้นตอน ข้าพเจ้า...เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับคุณยาย!

 

...ข้าพเจ้ารับรู้สึกได้ด้วยใจ! ในขณะที่...ท่านนั่งบนรถเข็น ดูข้าพเจ้าทำความสะอาดแผ่นพลาสติกปูนอน ฯลฯ ณ ขณะนั้น ข้าพเจ้าทำหน้าที่เพียงเป็น "ผู้ฉายสไลด์ภาพ" ให้คุณยายดู ข้าพเจ้าเคยเห็นท่านดูแลลูก(ตัว) “ไหม” เหมือนดูแลลูกในไส้เลยทีเดียว

...ทั้งขั้นตอนการล้างกระด้ง ฆ่าเชื้อด้วยใบหนาด...ตากแดดเปรี้ยงๆ การคลุมกระด้ง ขมวด-คลาย ผ้าคลุมกระด้งกันแมลงวัน...การให้อาหารคือใบหม่อน ต้องกางมุ้งทุกครั้ง... ในช่วงที่เขา (ตัวไหม) อดอาหารเพื่อลอกคราบครั้งที่หนึ่ง...สองต้อง...ฯลฯ กระทั่งมาเป็นเส้นไหม ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ออกแบบลายผ้าตามใจชอบ พร้อมซึมซับแต่ละขั้นตอนบนวิถีชีวิตเช่นนั้น...

 

.....ข้าพเจ้านำความละเมียดละไมของแม่ มาฉายให้ท่านดู ในวันที่ท่าน...ทำอะไรไม่ได้แล้ว!

 

เมื่อภารกิจช่วงเช้า คือการดูแลเจ้าไหมหลายๆกระด้ง ซึ่งต้องเรียงซ้อนบนชั้น โดยทั้งสี่ขาของชั้นเรียงกระด้ง ต้องมีภาชนะหล่อ "กันมดแมลง" อย่างถี่ถ้วนเลยทีเดียว  แม่จะรีบเข้าสวน เก็บใบหม่อนซึ่งปลูกในสวนเอง จนพอสำหรับตัวไหมวันต่อวัน ก่อนจะสาละวนกับการปลูกนั่น ถอนนี่ในสวนน้อยๆแห่งนี้ ซึ่งเป็นสวนผสม อุดมสมบูรณ์ด้วย พืชพันธุ์ผลไม้ หลากหลายชนิด แม่ไม่เคยปล่อยให้พื้นที่สวนรกเรื้อเลย แทบทุกตารางนิ้ว จะต้องผ่าน “คมเสียม” ของแม่ เพราะแม่ไม่นิยมถากหรือตัดหญ้า แต่จะใช้เสียมขุดๆๆ เขย่าถอนหญ้าทั้งรากเหง้าจนโล่งเตียนไปเป็นแถบๆ


 

 ( วันนี้ ต้นหม่อนและหมากในสวนที่รกเรื้อ ลำต้นสูงชลูด ไม่แพ้อายุคุณยายเลยทีเดียว ^____^ ส่วนแปลงนา ที่อยู่เลยสวนไปนั้น น้องสาวได้ทำการขุดสระ ปลูกมะม่วงและอื่นๆอีกเล็กน้อย)

...กลางค่ำกลางคืน แม่จะพาปั่นเส้นไหม กว่าจะใช้งานได้ ต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร ความอุตสาหะเหล่านั้น ข้าพเจ้าต้องฟื้นความทรงจำโดยเข็นรถเข็นพาท่านไปนั่งรับแดด พร้อมให้ข้อมูลเสริมเพียงเล็กน้อยว่า ที่แม่แข็งแรง ทำงานอึด ก็เพราะแดดตอนเช้าๆ มีวิตามินที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ความจำดี (ว่าไปนั่น) ก่อนจะทำการ “ขนฟาง” จากท้องนาใกล้ๆ มากองที่ที่ข้าพเจ้าเรียกว่าสวนสวรรค์ใกล้ๆบ้านน้อย...เพิงหมาแหงนกลางทุ่งแห่งนี้

 

 

...ยุคหลังๆมานี้เราให้ฉายา “ฟางข้าว” ว่า เป็น  “ทองคำ” เมื่อได้รับรู้วิถีกสิกรรมธรรมชาติของ “ปู่ฟู” หรือ ท่าน “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ชาวญี่ปุ่น ผู้ถ่ายทอดแนว(คิด)ปฏิบัติผ่านหนังสือเรื่อง “ปฏิวัติยุคสมัย ด้วยฟางเส้นเดียว”

 

...แม่ เห็นฟางมีค่า นับแต่ข้าพเจ้ายังตัวเล็กๆ ยิ่งฟางที่ล่ามควายให้กินให้เหยียบย่ำ ปล่อยของเสียทั้งขี้เยี่ยว ยิ่งทับถมยิ่งนาน...เก่าเกรอะกรังแค่ไหนแม่ยิ่งชอบ! ต่อให้ต้องใช้จอบใช้เสียมแซะ ขุดๆๆ ยิ่งขนยิ่งขุด แม่ยิ่งมีแรง จนข้าพเจ้าอดทึ่งไม่ได้ในหลายๆครั้ง เพื่อนบ้านไม่หวง ถือว่าช่วยสะสางบริเวณเก็บฟางให้เขาไปด้วย

 

...  ปฏิบัติการขนทอง คือฟาง จึงเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ อันมีค่ายิ่ง ที่ข้าพเจ้าพร้อมใจ "สืบทอด มรดก" ทางพฤติกรรมให้แม่ได้ชมเป็นดอกเป็นผลตอบแทนหยาดเหงื่อแรงงานของแม่ ณ บัดนี้....  ^____^

 

( มะขามเทศ พันธุ์...หวาน ที่ขึ้นเองกลางสวน น้องเขยทำการโค่นต้นใช้ทำฟืน เพื่อปรับพื้นที่สวน เตรียมปลูก"มันสำปะหลัง" เพราะไม่ต้องดูแลมากเหมือนผักผลไม้อื่น จึงทำการเก็บเมล็ดพันธุ์ เตรียมไว้ปลูกในหน้าฝน ริมหนองน้ำของหมู่บ้าน เป็นประโยชน์แก่ชุมชนเล็กๆนี้ต่อไป) 


♠ ขอน้อมกราบรำลึก...สุดลึกซึ้งในพระคุณของแม่ เนื่องในวันครบรอบการให้กำเนิดข้าพเจ้า ♠

หมายเหตุ

• ข้าพเจ้าขออนุญาตอ้างอิงบันทึกเรื่อง "ไม้ไผ่ป้องกันยุง" ของหนู "กล้วยไข่" ด้วยความรู้สึกประทับใจในการตั้งชื่อเรื่องบันทึก ที่ฟังแล้วชวนติดตาม มีส่วนช่วยให้ข้าพเจ้าคิดชื่อเรื่องบันทึกของตนเองได้ เช่น เรื่อง "ราวตากผ้าลดโลกร้อน สุดแสนง่ายงาม" เป็นต้น

• ส่วนบันทึกเรื่อง "สมบัติของแม่" ของหนู "กล้วยไข่" ความใส่ใจของหนูกล้วยไข่ที่มีต่อบุพการี อย่างมีความสุข ด้วยความเคารพรักอย่างเป็นธรรมชาตินั้น ข้าพเจ้ายังขาดในบางส่วน จึงน้อมนำรสแห่งสุขอันบริสุทธิ์ ประณีต ที่รับสัมผัสได้ มาทำความแยบคาย เพื่อการเจริญสติแก่ตน ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณ หนู "กล้วยไข่" อีกครั้ง สาธุๆๆ