ฝรั่งเจริญเพราะขี้เกียจ
ผมเขียนเรื่อง ทำไมฝรั่งเจริญกว่าไทยมา 20 กว่าตอนแล้ว มีคนอ่านหรอมแหรม แต่ก็จะเขียนต่อไปเพื่อสะใจตัวเอง (อิอิ) แม้ไม่มีคนอ่านเลยสักคนก็จะเขียนต่อ
คนไทยจำนวนมากคิดกันว่าที่ฝรั่งเจริญเพราะพวกเขาขยัน ซึ่งผมขอค้านหัวชนฝา ผมทำงานกับฝรั่งอยู่ในต่างประเทศมานาน (เกิน 10 ปี) ทั้งภาครัฐและเอกชน ผมสรุปว่าฝรั่งขี้เกียจกว่าคนไทยนะ ทำงานวันละสองชามยิ่งกว่าไทยอีก ผมเลยมาตั้งเป็นกระทู้ให้น่าสนใจว่า ฝรั่งเจริญเพราะขี้เกียจ
คนเรานั้น ถ้าขี้เกียจ ก็อยากหาเครื่องทุ่นแรงมาช่วยทำงาน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยยาก จะได้มีเวลาขี้เกียจได้มาก ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจให้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องทุ่นแรงมาได้มากมาย เช่น เจมส์ วัตต์ คิดเครื่องจักรไอน้ำ จนเป็นต้นกระแสนำไปสู่การปฎิวัติอุตสาหกรรม จนทำให้ฝรั่งกลายเป็นเทวดาที่พวกเราบูชากราบไหว้อยู่จนทุกวันนี้
เพราะขี้เกียจจุดขี้ไต้ก็เลยคิดหลอดไฟฟ้า ขี้เกียจเดินก็เลยคิดโทรศัพท์ ขี้เกียจคำนวณก็เลยคิดคอมพิวเตอร์ และ ฯลฯ
สมดังคำพังเพยของฝรั่งที่ว่า “If you want to solve a difficult problem..ask the lazy people” ...”ถ้าท่านต้องการแก้ปัญหาที่ยุ่งยาก..ให้ถามคนขี้เกียจ” เพราะคนขี้เกียจเขามักจะมีความคิดโลดแล่นในการแก้ปัญหายากๆด้วยวิธีง่ายๆเสมอ ส่วนพวกโง่แล้วขยันนั้น ก็คิดได้แค่นั้นแหละ J
ส่วนคนไทยเรานั้นขยันสุด ตื่นแต่ไก่โห่ ตรากตรำทำงานกลางไร่กลางนาจนค่ำมืดทุกวัน ก็มีความสุขดี ร่างกายแข็งแรง ก็เลยไม่คิดที่จะหาอะไรมาทุ่นแรงไปให้ยุ่งยากอะไรมากไปกว่านี้ มีเพียงแค่วัว ควาย ช่วยไถนาก็ดีถมไปแล้ว พอเพียงแล้ว
เชื่อไหมว่าระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้ฝรั่งเจริญมาจนทุกวันนี้ และเราก็เห่อเลียนแบบและบูชาระบอบนี้กันหนักหนานั้น เกิดครั้งแรกที่กรีก ก็เกิดขึ้นได้เพราะความขี้เกียจ คือชาวเอเธนส์ เอาแต่กรีดกรายสนุกสนาน ขี้เกียจปลูกข้าวกิน ก็เลยคิดระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาหลอกให้เมืองโดยรอบ 12 เมืองมาร่วมด้วยช่วยกัน มาเป็นประเทศเดียวกันด้วยระบอบปชต. มาลงคะแนนเลือกตั้งกันดีกว่า สุดท้ายชาวเอเธนส์ก็ครองเสียงข้างมาก ได้จัดตั้งรัฐบาลตลอดกาล เพราะมีเสียงประชาชนมากกว่า ส่วน 12 เมืองรอบนอก ถูกหลอกเข้ามาสู่ระบบปชต.เพื่อปลูกข้าว (อันแสนเหนื่อยยาก) เพื่อเลี้ยงคนเอเธนส์
3,000 ปีผ่านมา ฝรั่งก็ยังใช้ยุทธศาสตร์เอเธนส์โบราณ หลอกแด.คนโง่ต่อไป...ก็ระบบแห่งองค์การสหประชาชาติทุกวันนี้ ไงเล่า
...คนถางทาง
Yes and No.
One other way of looking at "do as little as you can" is "if it works why fix it?".
It takes wisdom to understand the virtue of standing aside and let 'Nature' do its job.
[Nature can work silently, efficiently and smoothly producing redundancies that we can harvest --free of charge--.]
A moral in a story I heard long ago:
"You tell them what to do, one day they will revolt.
You ask them what they think they should do, you can sit back and let them work things out for you."
This is the "ideal" principle of democracy -- believing in the Good of Man.
In application, we should believe in the Laziness of Man -- they won't do anything unless their well-being is threatened (or they have to make the last struggle before they die).
มิน่าเล่า...อ้ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...๕๕๕๕..ประเทศไทยเจริญกว่าเพื่อนบ้าน..เพราะเดินตาม..คนขี้เกียจ..น่ะเอง..เย้ๆๆๆๆๆ...(ยายธี)
มา ฮา และ ยิ้มไม่ออก กับประโยค วรรคสุดท้าย แม่นอีหลี ค่ะอาจารย์
555 อาจารย์ ก็คิดได้เนอะ มองมุมกลับ แบบนี้ เข้ามาอ่านกี่ที ก็ไม่เบื่อ
เข้ามาเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง อ่านแล้ว สะใจดี
คงจริงค่ะ เพราะขี้เกียจทำเองเลยทำนั่นทำนี่ออกมาเรื่อยๆๆ เป็นมุมใหม่ๆๆที่คนอาจมองไม่เห็น
มีส่วนไช่ คะ ทำไงคะ สมองเราถึ่งจะฉลาด และขยันด้ว
คนไทยเราบางคนก็รอลูกๆ เลี้ยง บางคนถึงขนาดเอาลูกออกมาเยอะๆ เพื่อความสบายของตัวเองและสามี หรือภรรยา แต่ไม่ร่วมลูกๆ ที่ไม่เอาไหนนะคะ รัฐต้องทำงานแล้วละมีระบบประกันตอนอายุหกสิบ เจ็ดสิบ พ่อแม่จะไม่ต้องรอเงินลูก เลี้ยง ไม่รุ้ว่าเขาจะมีหรื่อ