ภาคเรียนวิริยะที่ผ่านมา นักเรียนชั้น ๔ ได้เรียนเรื่องเพลงกล่อมเด็ก และเพลงพื้นบ้านภาคต่างๆ กันมาแล้ว ในภาคเรียนนี้เมื่อพวกเขาจะเรียนบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “เงาะป่า” ดิฉันจึงแนะนำคุณครูไปว่า การเรียนรู้น่าจะสืบเนื่องไปสู่ท่วงทำนองของเสียงไทยที่คุณครูได้ปูพื้นเอาไว้ดีแล้วต่อไป
พอดีกับที่ดิฉันมีเทปคาสเซ็ท ตับคนัง ซึ่งรวมเพลงจากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอาไว้ จึงได้แนะให้คุณครูนำเพลงชุดนี้ไปเปิดให้นักเรียนฟัง ควบคู่กับการอ่านบทพระราชนิพนธ์จากหนังสือ และให้นักเรียนเขียนกลอนบทละครของตนเองเป็นงานชิ้นสุดท้าย
ในเส้นทางดังกล่าว คุณครูก็ให้นักเรียนเรียนเรื่องคำพ้องรูป พ้องเสียง ซึ่งเป็นเรื่องของหลักภาษาที่จำเป็นต้องรู้ต้องเรียน และการหาคำไวพจน์ที่พบจากกลอนบทละครเรื่องเงาะป่า เพื่อที่นักเรียนจะได้มีคลังคำเอาไว้สร้างชิ้นงานของตนเอง เช่น
ลิง – กระบี่ วานร กบิล กัง แสม วอก
ไฟ – อัคนี เตโชเพลิง อัคนี
พระอาทิตย์ – ทินกร ตะวัน สุริยา ไถงระวี
นก – สกุณา สกุณี ปักษา วิหค ปักษี
ทำให้นักเรียนได้ต่อยอดจากการเรียนรู้ไปสู่การนำไปประยุกต์ใช้ และอยู่ในครรลองของการพัฒนาจากผู้เสพไปสู่ผู้สร้าง
ตอนนำเสนอผลงานผู้นำเสนอจะออกมาร้องกลอนบทละครที่แต่งขึ้นมาด้วยตนเอง และเพื่อนก็จะฟังบทกลอนของเพื่อน ถามคำถาม และให้ข้อเสนอแนะ อันเป็นอุบายให้ทุกคนต้องฟังซึ่งกันและกันอย่างตั้งใจ
และผู้เสนอผลงานก็ต้องเสนอด้วยว่าคำพ้องเสียง คำไวพจน์ ที่ตนนำมาใช้คือคำใดบ้าง และจุดเด่นของคำประพันธ์อยู่ที่ไหน และเหตุใดจึงเลือกใช้คำว่าบัดนั้น หรือเมื่อนั้นกับบุคคลหรือเหตุการณ์ที่นำมากล่าวถึงอันเป็นลักษณะเฉพาะของกลอนบทละครที่มีการดำเนินเรื่องนั่นเอง
เที่ยวป่า
เพิร์บ – พงศ์พล กาญจโนฬาร
ชั้น ๔/๑
มาจะกล่าวบทไป ถึงวิหคที่บินเข้ามาหา
ทั้งปักษีสกุณีสกุณา ล้วนเข้ามาหากันในพงไพร
ไปเจอกับฝูงลิงบนพฤกษา และเห็นธาราสีสดใส
จึงลงไปเล่นวารีแสนชื่นใจ สุขฤทัยเมื่อได้มาเจอกัน
บัดนั้น มีต้นไม้หน้าบ้านหลากสีสัน
ต้นน้อยหน่ามากมายนานาพันธุ์ มีใบนั้นดกหนาช่างน่ามอง
ผึ้งตกกลมก็เลยจับจอง เฝ้านั่งมองตากลมกันทั้งสอง
มีปลาน้อยตัวหนึ่งอยู่ในน้ำนอง เลยเข้าจ้องไปดูอยู่กับปลา
เมื่อนั้น คุณย่าก็เดินเข้ามาหา
จัดโต๊ะอาหารกินข้าวปลา แล้วตัดหญ้าหน้าบ้านสำราญใจ
เมื่อนั้น คุณย่าเตรียมขันน้ำที่ใสใส
ตักน้ำมาเตรียมเดินเข้าไป ได้ยินเสียงไก่ขันในทันที