*บนหลังคารถบัสนี้ผู้โดยสารยังน้อยน๊ะครับ ใครมีโอกาสเห็นภาพผู้โดยสารแขกบนหลัง คารถไฟแล้วล่ะก็..อีนี้จ๋านยอมยกนิ้วให้เลยนายจ๋า..เป็นร้อยน๊ะครับ..มิใช่สิบยี่สิบคา !
๒๘. ใครอยากเป็นวีรบุรุษเชิญบนหลังคา. - ที่เมืองโมลิบาซ่าร์.บังคลาเทศ ปี ๒๕๔๐.

ที่โรงแรมแรกนี้ผมพักคนเดียวครับเพราะห้องแคบพอสมควร แถมมีเตียงพอดีตัวอยู่หนึ่งเตียงเท่านั้น ถ้าต้องพักสองคน ก็ต้องนอนซ้อนกันเป็นแน่. ช่างเชื่อมที่เหลือน่าจะพักห้องละสองคน. พอแยกเข้าห้องได้สักพักผมต้องมาพบกับเรื่องแปลกๆเข้าให้สิครับ คนมาเคาะประตูผมเปิดดูปรากฏว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ทูมีบุจอนี่ ? เป็นคำถามภาษาแบงกาลี่ว่า..เข้าใจไหม ? ถ้าเข้าใจก็ตอบว่าบุจี้. ถ้าไม่เข้าใจก็ตอบแบบผมนั่นแหละ ! บุจอนี่นายด์.นายแขกคนนั้นทำมือคล้ายๆการมวนบุหรี่ ผมส่ายหน้าเพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะมาขอบุหรี่จากผม หรือจะชวนผมไปสูบบุหรี่หรือสูบอะไรกันแน่ ? เออ..ปิดประตูนอนดีกว่าเพราะรู้สึกว่าทุกคนยังเพลียจากการเดินทางกันอยู่. ผมตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันแต่เช้า..แย่มากครับเเม้ที่โรงแรมนี้มีห้องพักหลายห้อง. แปลกครับพี่แกทำห้องน้ำไว้เพียงหนึ่งห้องเท่านั้น ! ช่วงนี้เองจึงทำให้ผมคิดถึงโรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งที่สัตหีบที่บรรดากระเทยชอบมาพักกัน แต่ยังไงๆที่นี่ยังเทียบกับโรงแรมคุ้มเดชไม่ได้จริงๆ.
๒๙. ผู้เขียนหน้าห้องพัก. - ที่โรงแรมแรกในเมืองโมลิบาซ่าร์. ปี ๒๕๔๐

ผมไม่ทราบว่าตัวเองได้คิวหนึ่งหรือไม่ ? ตอนเดินเข้ามานั้นห้องยังว่างอยู่. ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆน้ำที่ใช้ล้างหน้าแปรงฟันนั้นก็ดำมาก สกปรกอีกต่างหาก. ผมก็ยังดื้ออุตส่าห์ล้างจนเสร็จแล้วเดินกลับมาพักในห้อง.สักพักใหญ่ลูกทีมเดินมารวมพลกันในห้องของผม.พี่แกคงจะไปไหนไม่รอดหรอกครับ. เราออกมายืนหน้าเทอร์เรส Terrace. แล้วมองไปที่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม ผมมองไปสะดุดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง. ซึ่งเขียนป้ายหน้าร้านว่า ภัตตาคารสิงคโปร์ Singapore Restaurant. อ่านชื่อแล้วผมคิดว่าน่าจะไปลองใช้บริการดูสักมื้อ ผมจึงชวนลูกทีมเดินข้ามถนนเพื่อไปหาของกินกันเลย เราเข้ามาในร้านเหมือนคนแปลกหน้าครับ ลูกค้าพากันมองมาที่ทีมของเราเป็นตาเดียวจริงๆ. *ประเพณีของที่นี่ผมว่าแปลกมากครับ..พนักงานเสริฟจะนำแก้วมาวางก่อน ที่แปลกก็คือเขาจะวางแรงพอสมควร คล้ายกับการกระแทกครับ.ใหม่ๆเราคิดว่าเขาอาจจะไม่พอใจพวกเรา พอมีโอกาสไปใช้บริการตามร้านต่างๆปรากฏว่าการทำเช่นนั้น..เป็นเรื่องธรรมดานั่นเอง !แต่ถ้าร้านไหนค่อยๆวางแสดงว่าเขาไม่พอใจ. และน่าแปลกครับที่ร้านนี้ไม่มีเมนูใดใดทั้งสิ้น เราสั่งเครื่องดื่มมาดื่มก่อนเขาเข้าใจดีเพราะแท้จริงแล้ว ชื่อเครื่องดื่มนั้น แทบจะเรียกเหมือนกันหมดทุกประเทศ.เช่นโค๊ก , เป๊ปซี่ ฯ Coke ; Pepsi. ที่น่าแปลกก็คือน้ำขวดที่เมืองนี้มีขนาดเล็ก.แบบที่เขานิยมขายกันตามบาร์ หรือไน๊ท์คลับ Bar ; Night Club.ในบ้านเรานั่นเอง !น้ำแข็งน่ะเหรอ..ลืมไปได้เลยครับ ที่เมืองนี้ถ้าใครจะดื่มน้ำขวดเย็นๆก็จะต้องมาจากตู้เย็นเท่านั้น !
๓๐.โรงแรมใหม่ต่างกันราวฟ้ากับดิน. ชื่อเชอร์ราตั้น. - อยู่ในตัวเมืองโมลิบาซ่าร์.
ส่วนรายการอาหาร ไม่มีให้เลือกจากเมนูตามที่ผมบอกไปแล้ว อาหารหลักส่วนใหญ่จะเป็นแป้งแผ่นกลมๆเสริฟพร้อมมัสมั่นไก่ เทใส่จานแบนๆและอาจาดมาเสริฟพร้อมๆกัน ข้าวสวยก็มีครับแต่สี จะออกเหลืองๆเหมือนข้าวหมกไก่บ้านเรา.จริงๆแล้วไม่ใช่.เออ..ก็พอประทังชีวิตไปได้บ้าง แม้ว่าเราจะจ่ายเป็นเงินตาก้าแต่พอเทียบราคาแล้ว ผมว่าราคาน่าจะใกล้เคียงกับอาหารที่บ้านเรา..นายทองสุกช่างเชื่อมคนเดิม ที่เคยมาครั้งแรก. บอกกับผมว่าเรามากับพี่ยังพอจะได้กินบ้าง ตอนที่เขามาครั้งก่อนนั้นพูดกันไม่รู้เรื่องเลย พี่คิดดูสิครับ !ผมอยากกินไก่..พอเราวาดรูปให้ดู.คนเสริฟมันพูดอะไรก็ไม่รู้ ? มันคงบอกว่าที่นี่ไม่ขายนกกระมัง..ผมพูดเองครับ.พออิ่มแล้วเราข้ามถนนกลับมารอพี่บังซึ่งเป็นจนท.ติดต่อ ของบริษัทฯ. เพื่อจะได้ทราบขั้นตอนในการปฎิบัติงานต่อไป ดีน๊ะที่เรายังสามารถใช้ภาษาอังกฤษติดต่อกันจนรู้เรื่องได้เป็นอย่างดี. พอคุยกันรู้เรื่องแล้วผมจึงถามว่าตั้งแต่มื้อเย็นนี้ขอให้พาเราไปทานอาหารในสถานที่ซึ่งสามารถสั่งอาหารเอง..จะได้หรือไม่ ? เขาตอบตกลงครับ. ช่วงนี้เราจึงว่างอยู่เพราะยังมิได้เริ่มงาน แต่ก็ได้เงินครับ. ในเมืองโมลิบาซาร์นี้ไฟฟ้าจะดับช่วงหกโมงเย็น ประมาณครึ่งชั่วโมงเกือบทุกวัน.
๓๑. ผู้เขียนกับนายราจี๊ฟ. จนท.บริษัท. - ที่ศูนย์การค้าเมืองโมลิบาซาร์. ปี ๒๕๔๐

ต่อมาคือเรื่องที่พักครับใครว่าไม่สำคัญ ? ผมว่าถ้าเรายังพักที่นี่ต่อไปทีมของเราต้องเสียสุขภาพจิตเป็นแน่ พี่บังได้รับปากกับเราแต่ขอเวลาสักสอง-สามวัน เพื่อไปติดต่อโรงแรมแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก.ชื่อโรงแรมเชอราตั้น.พี่บังแกพักอยู่ที่นั่นแกยังบอกว่าจะยกห้องที่แกพักอยู่ให้ผมเข้าพักต่อ.คงใกล้จะหมดสัญญาแล้ว. ฟังชื่อแล้วผมอยากจะเข้าพักขึ้นมาทันที. ประมาณหกโมงเย็น นายราจี๊พมารับทีมของเราไปทานมื้อเย็น เรานั่งรถสามล้อไปสามคันโดยถือโอกาสชมวิวไปด้วย ระหว่างทางเราพบว่าชาวบังคลาเทศในเมืองนี้ส่วนใหญ่ ยังยากจนอยู่กำลังออกมามุงดูทีวีตามร้านขายทีวี จนแน่นหน้าร้านไปหมด เรื่องเช่นนี้แม้จะเคยเกิดขึ้นในเมืองไทยก็ตาม แต่นั่นมันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๐ โน่น ! ตอนผมอยู่ที่เมืองนี้ปี ๒๕๔๐คิดเอาเองน๊ะ ว่าห่างกันกี่ปี ? พวกที่ค้าขายก็ค้าขายกันไป พ่อค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายครับ.พี่แกขายทุกอย่างตั้งแต่กางเกงใน-เสื้อยกทรง ฯ ผู้หญิงจึงเป็นผู้ซื้อฝ่ายเดียว.ตามร้านตัดเย็บต่างๆ ก็ใช้ผู้ชายทั้งสิ้น. ผู้หญิงจึงต้องอยู่กับบ้านสถานเดียว แต่ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้านผู้หญิงส่วนใหญ่จะปิดหน้ากัน มองไม่เห็นส่วนใดของหล่อนได้เลย.
๓๒. ทีมช่างเชื่อมไทย. - ที่ยาร์ดในเมืองโมลิบาซ่าร์. ปี ๒๕๔๐

เพื่อนร่วมงานต่างชาติพูดกับผมว่า..คนเราถ้าสวยจริงควรนำความสวยนั้นให้ผู้คนได้ชมบ้าง มิใช่ปิดเสียจนไม่เห็นอะไรเลย.No Comment.ผมฟังแบบไม่ได้ออกความเห็นใดใด ? แต่ในใจนั้นคล้อยตามไปด้วยครับ. ผมมาทำงานที่ประเทศนี้รวมเกือบห้าเดือนยังไม่เคยเห็นคนขายเป็นผู้หญิงเลยสักร้านเดียว. รถสามล้อ Rickshaw. ที่เรานั่งมายังคงวิ่งมาเรื่อยๆ โดยใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที. จึงมาถึงร้านอาหารแห่งนี้ ค่ารถเพียง ๕ ตาก้า การเข้ามาในร้านอาหารนี้จะต้องเดินผ่านร้านขายขนมเข้ามา ช่วงที่เรามาใหม่ๆพนักงานและเจ้าของร้านขนม พากันมองมาที่คนแปลกหน้าอย่างเรากันยกใหญ่ ทั้งขาเข้า และขาออก. ทีมของเราจึงมีโอกาสใช้สถานที่หรูหราพอสมควรในเมืองนี้. ที่นี่เป็นห้องอาหารมีระดับเพราะมีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ ให้ลูกค้าได้เลือกเสียด้วยแหล่มเลยทีนี้. ! ผมเห็นลูกค้าหลายๆโต๊ะที่มาทานอาหาร ส่วนใหญ่ท่าทางเป็นพวกมีฐานะครับ พอสั่งอาหารมาจึงรู้ว่าที่ร้านนี้ก็มีอาหารอร่อยรวมอยู่ด้วย แม้ว่าบางอย่างรสชาดออกจะแปลกกว่าที่บ้านเรา เช่นต้มยำ..ที่ร้านนี้รสชาดออกจะเปรี้ยวมีรสตระไคร้มากไปหน่อยไม่มีใครตัดคะแนน.เกลี้ยงจานเกือบทุกอย่าง ที่ผมชอบมากก็คือ ฟิชมัสล่า Fish Massala. อย่าหาว่าดัดจริตเลยน๊ะ !
๓๓.คนละแบบกับที่นั่งไปดินเนอร์. - แบบนี้เรียกรถโรงเรียนครับ. เห็นนักเรียนไหมล่ะ ?
คล้ายๆแกงกะทิปลา รสชาติออกเปรี้ยวๆครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าปลาที่ว่านี้เรียกว่าปลาอะไร ? หมอฮุสเซ็นต์เคยเล่าให้ฟังว่าพระราชินีอลิซาเบท ของประเทศอังกฤษ เสด็จมาเยี่ยมประชาชนบังคลาเทศ.ประเทศนี้เคยเป็นอาณานิคมหรือเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ในยุคล่าอาณานิคมนั่นเอง ! ยังจำกันได้ไหมล่ะ ? หรือว่าตอนเรียนตกวิชาประวัติศาสตร์ ผมคงจะแย่กว่าสิน๊ะ เพราะดันตกคัดไทย.ทางพ่อครัวได้นำปลาชนิดนี้มาปรุงอาหารถวายพระองค์ทรงโปรดมาก. ชาวบังคลาเทศได้ถวายปลาที่ว่านี้ ท่านได้นำกลับไปยังประเทศอังกฤษ. แต่เสียดายมากที่ไม่มีใครปรุงได้ จึงต้องกลับมานำตัวพ่อครัวเอกกลับไปประจำที่อังกฤษด้วย.พ่อครัวคนนั้นเลยสบายไป เพราะไปแบบยกครัว.นานๆไปคนบังคลาเทศ พวกนี้ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน.คนพวกนี้ผิวสวยกว่าคนที่อาศัยอยู่ในบังคลาเทศ.พอกลับมาก็มีการแบ่งชนชั้นว่า ข้าฯเป็นคนชั้นสูง. หมอฮุสเซน็ต์เรียกว่า High Nose. เชิด.หรือ ไฮโน๊ส. ผมว่าเรื่องเช่นนี้มักมีทุกแห่งตราบที่ยังมีคนอาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆ. พูดถึงอาหารไทยครั้งใด ? มีกับข้าวง่ายๆอีกหนึ่งอย่างที่ขาดมิได้ ผมว่านักอ่านหลายท่านคงไม่มีใครอยากจะปฎิเสธก็คือ.ไข่เจียวครับ Omelet. ส่วนใครจะใส่หมูสับ กุ้งสับ หอยนางรม ก็เลือกกันสั่งเองน๊ะครับ. ที่ครัวนี้ยกเว้น..หะ-มู.
๓๔.ผู้เขียนกับหมอฮุสเซ็นต์.ดื่มชาช่วงพักเบรก.-ที่ร้านค้าข้างยาร์ดดอยแท๊ค.ปี ๒๕๔๐.
ผมว่าเมนูนี้สามารถสั่งมากินได้ตลอดเวลา และเหมาะกับพวกแกงกะทิ แกงส้ม หรือต้มข่าไก่มากทีเดียว เขียนถึงตรงนี้เอ๊ะ เริ่มหิวอีกแล้วสิครับ !ในที่สุดทีมเราได้มาใช้บริการ จากร้านอาหารแห่งนี้ จนถึงนาทีสุดท้ายที่ต้องย้ายจากโรงแรมเข้าไปพักในแค๊มป์.มื้อเย็นที่ร้านแห่งนี้เราจะสั่งอาหารมาสองที่เสมอ..เพราะทีมเรารวมแล้วเจ็ดชีวิตกับจนท.ติดต่ออีกหนึ่ง ไหนยังจะสั่งน้ำขวดอีกคนละหนึ่งขวดบ้าง สองขวดบ้าง คะเนได้ว่าเราหมดค่าอาหารไปหลายหมื่นตาก้า เราจ่ายไปประมาณมื้อละ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ ตาก้า. เฉพาะมื้อเย็น. ทุกคนกินกันเต็มที่เพราะรู้ว่าเบิกค่าอาหารได้นั่นเอง สมัยนั้น ผมว่าแพงทีเดียวครับ. ผมเองต้องคอยห้ามไว้บ่อยๆ เพราะบรรดาช่างเชื่อมพี่แกสั่งแต่ละครั้งแบบไม่เคยพบเห็น.
๓๕. ผู้เขียนกับช่างเชื่อม. - ไทย ในห้องทำงาน.

ดูสิ ! บางครั้งพี่แกยังสวนมาว่าพี่สั่งไปเถอะยังไงๆเขาก็จ่ายให้อยู่แล้ว เออ..บางครั้งผมก็ต้องทำใจครับเพราะขืนมาพูดเรื่องมรรยาทน่ะเหรอ ? เขาคงตอบว่าไม่รู้จักหรอกครับ ในที่สุดแทนที่เขาจะอายผม เออ..ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายอายพวกเขา..แถมพี่แกไม่เคยสนใจเลยว่าจะมีใครแอบมองอยู่..หนอย ! พี่แกจะกินอย่างเดียว. พนักงานที่ร้านขนมแห่งนี้มักจะเรียกผมว่า “ มามู ” Mamu. น่าจะแปลว่าป๋าในภาษาไทยกระมัง ! พอเรามากันทุกวันพนักงานบรรจุขนมได้นำขนมมาให้เรากินกันเสมอๆ แต่เราได้ช่วยอุดหนุนเขาด้วยและเดินดูของต่างๆภายในร้าน จึงพบว่ามีของหลายรายการที่ส่งมาจากเมืองไทย เช่นแป้ง สบู่ ฯ ผมมักจะซื้อขนมปังสำเร็จรูป และน้ำมะม่วงแบบกล่อง. เพื่อเตรียมไว้กินตอนเช้าก่อนไปทำงานเสมอๆ ส่วนมื้อเที่ยงมักจะหากินแถวๆยาร์ด ที่ทำงานนั่นเอง. หลังอาหารจนท.ติดต่อได้แจ้งว่า พรุ่งนี้เขาจะส่งรถมารับทีมเราตอนหกโมงเช้า.เพื่อเริ่มงานในวันพรุ่งนี้.ทุกคนพร้อมที่จะเริ่มงานครับ แหม..รับเงินวันละ ๑,๕๐๐ บาทแล้ว จะไม่ยอมทำงาน เลยหรือยังไง ? พออิ่มแล้ว เราก็ยกขบวนกลับมาพักผ่อนที่ห้องเดิม. ที่ห้องนี้ผมว่าแคบพอสมควรเวลาหลับแล้ว ก็เหมือนๆ กับห้องกว้างๆนั่นเอง.
๓๖. แขกกับไทยก็คล้ายๆกัน. ชอบกางร่มให้หัวหน้า..อีนี้ต้องถีบ..หรือทิป ? - ที่ยาร์ดเมืองโมลิบาซ่าร์.

จนท.จัดรถมารับทีมเราเข้าพื้นที่แล้วเริ่มงานกันเลย. ที่นี่มีช่างเชื่อมบังคลาเทศร่วมงานด้วยหลายคน แต่ฝีมือยังห่างกับช่างเชื่อมของไทยมากพอมาเจอกันพี่แก พากันมามุงดูเราเหมือนกับมาดูดารา ยังไงยังงั้นเลยจริงๆ แม้ว่าเราจะสื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องก็ตาม. อุปกรณ์ในการขุดเจาะน้ำมัน ถูกนำมากองไว้ในพื้นที่. ซึ่งทางบริษัทได้มาเช่าวางไว้.มีท่อต่างๆหลายขนาด , อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและมีตู้คอนเทนเนอร์ หลายขนาด ๘ x ๑๐ ฟุต , ๒๐ ฟุต , ๔๐ ฟุต และแบบต่างๆเช่นตู้สำหรับทำงานช่าง ตู้สำนักงาน ฯมีของบางรายการยังมิได้ประกอบ ส่วนที่ประกอบแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อยก็มีหลายรายการ. จนท.ที่เกี่ยวข้องจะมาจากเมืองสีมังโกล Sri Mongol. เพื่อมาทำงานที่ยาร์ดนี้แบบเช้ามา-เย็นกลับ ที่นั่นมีแค๊มป์คนงานต่างชาติพักอาศัยขนาดใหญ่พอสมควร. ผมรับงานจากนายลุท Mr. Lute. ซึ่งเป็นระดับหัวหน้าใหญ่คนหนึ่งของบริษัทฯนี้ แต่เราเคยร่วมงานกันแล้ว ที่เมืองไทย. แล้วจึงมากระจายงานให้ช่างเชื่อม ดำเนินการเชื่อมตามแบบงานเชื่อมต่างๆ.
๓๗. ผู้เขียนกับเพื่อนๆชาวบังคลาเทศ. - ที่ยาร์ดในเมืองโมลิบาซ่าร์. ปี ๒๕๔๐

งานที่ต้องทำกลางวันนั้น เป็นงานที่ค่อนข้างจะละเอียดพอสมควร ส่วนช่างที่ต้องมาทำในกะกลางคืนนั้น มักจะเป็นงานที่ไม่รีบร้อน และไม่ละเอียดนัก. ที่นี่แดดแรงมากครับ ช่วงแรกผมใส่เสื้อคอกลม ทำงานเพียงไม่กี่วันโอ้โฮ ! ตัวดำมาก คอเป็นปล้องเลยล่ะ ฝนก็ตกบ่อยครับ ถ้าใครมีโอกาสมาทำงานขุดเจาะน้ำมัน หรือทำงานร่วมกับฝรั่งล่ะก็ ! จะรู้เลยว่าพี่แกทำกันกลางฝนเลยครับ เพราะก่อนที่จะเริ่มงานนั้น พี่แกแจกทุกอย่างให้กับพนักงานแล้วรวมทั้งเสื้อกันฝน Raincoat. พอฝนตกจะหาเรื่องหลบฝน เหมือนตอนอยู่ในบ้านเราไม่ได้หรอกครับ.เช้าวันหนึ่งช่วงที่มาพักที่แค๊มป์ใหญ่. ฝนตกลงมายังไม่แรงนักพี่ไทยได้แอบเข้าไปหลบฝนในห้องพัก. ท่านจะเชื่อหรือไม่ว่า ? เจ้านายชาวเยอรมันคนหนึ่งมากระชากประตูออกแล้วตะโกนให้พนักงานออกมาทำงานผมยืนอยู่ใกล้ๆและได้ยินเขาด่าว่า..เฮ้ย ! ออกมาทำงานได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ไทยแลนด์ น๊ะเว้ย ! พอฝนตกนิดตกหน่อยพวกเอ็งจะได้หลบอยู่ใต้ชายคา Hey ! Get out to work. This is not Thailand. You couldn ’ t hide while raining. พวกช่างเชื่อม..ฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ แถมยังหัวเราะกันร่วนอย่างสนุกสนาน แต่ผมอายสิครับ ! เพราะฟังรู้เรื่องเพียงผู้เดียว.
๓๘. นายจอห์นจนท.เซฟตี้แคนาเดี้ยน - ผู้เขียน.

ปกติผมจะอธิบายงานแล้วจึงเข้ามาอยู่ในตู้สำนักงาน จึงมีโอกาสได้คุยกับหมอฮุสเซนต์ Dr. Hussain. เขาทำหน้าที่เป็นเมดิค หรือพยาบาลประจำแท่นขุดเจาะนั่นเอง Medic. เราคุยภาษาอังกฤษครับ ซึ่งเขาได้สอนให้ผมพูดภาษาแบงกาลี่ ได้หลายคำเหมือนกัน.เริ่มด้วยคำว่าสวัสดีแล้วถามสารทุกข์กัน. อัสลาม -มาลัยกุม - อั๊ฟนี่ - กมลนาเซ่น. Assalum Malyakum Aufny Kamolnasen.คือสวัสดีครับ..คุณสบายดีหรือครับ ? ฟังแล้วค่อนข้างยากไหมครับ ? ลองพูดบ่อยๆเดี๋ยวก็คล่องไปเองนั่นแหละ ! งานที่ต้องทำร่วมกับคนต่างชาตินั้น ปกติเขามักจะจัดให้มีเวลาพักเสมอๆ ที่เรียกกันว่าเบรค Brake.นั่นแหละครับ.หมอฮุสเซ็นต์จะชวนผมไปดื่มชาแถวร้านค้าใกล้สำนักงาน ผมจ่ายบ้าง เขาจ่ายบ้าง.พอมาถึงร้านค้าล่ะก็พ่อค้าและลูกจ้าง จะพากันมามุงดูเราใหญ่เลย เขาพยายามคุยด้วยทั้งที่คุยไม่รู้เรื่อง..แต่ผมได้หมอฮุสเซ็นต์คอยเป็นล่ามประจำตัวให้ ก็สนุกสนานดีครับ เพราะได้ผ่อนคลายในช่วงพักเบรกเสมอๆ ตามร้านค้านี้ผู้คนมักจะมาสั่งชาร้อนดื่มกันตลอดเวลา.คนโน้นมาคนนี้ไป สับเปลี่ยนกันไป ตั้งแต่เปิดร้านจนร้านปิด. แถมยังมีขนมนานาชนิดผูกเชือกห้อยไว้เต็มร้าน คล้ายกับบางร้าน ในบ้านเรา. ใครอยากกินอันไหน ? ก็เด็ดไปได้เลย ค่อยจ่ายครั้งเดียวก่อนที่จะออกจากร้านไป. ส่วนชาร้อนนั้นคนขายมักจะมองฐานะคนสั่งเช่น ถ้าผมกับหมอสั่งทางร้านจะใส่มาเต็มกา.โดยเหมารวมราคากาละ ๑๐ ตาก้า ประมาณสิบบาท ดื่มกันจนอิ่มเลยล่ะ ! ปกติพ่อค้ามักจะขายเป็นดื่ม ในราคาถ้วยละ ๒ ตาก้า.. ถ้าใครอยากดื่มอีกก็ต้องสั่งต่อไม่แพงเลยครับ.