นี่ก็เป็นปัญหาปวดหัวอีกเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการอ่านค่าทางสถิติในการแปลผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โดยเฉพาะการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ภาษาง่ายๆที่เข้าใจยากๆ เจ้าคำว่าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หมายถึงการตรวจพิสูจน์เพื่อให้ทราบว่า บุคคลนี้เป็นใคร อย่างเช่น การพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ เพราะลายนิ้วมือของแต่ละบุคคลมีเอกลักษณ์เฉพาะตน และไม่เหมือนกับบุคคลอื่น หรือการใช้ประวัติการทำฟันในการตรวจพิสูจน์เพื่อให้ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร เพราะการทำฟันไม่ว่าจะอุดฟันผุ หรือถอนฟัน เป็นเรื่องราวเฉพาะตน ที่แตกต่างจากบุคคลอื่น อ้าว! เริ่มต้นก็จะพาออกนอกเรื่องเสียแล้ว การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในแง่การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นการตรวจเพื่อหาว่า วัตถุพยานที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุเป็นของใคร โดยอาศัยหลักการที่ว่า รูปแบบดีเอ็นเอจะมีลักษณะเฉพาะตน ที่แตกต่างจากบุคคลอื่น สำหรับบุคคลคนเดียวกันแล้ว ไม่ว่าจะเก็บดีเอ็นเอจากส่วนใดของร่างกาย ก็จะมีรูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกัน ดังนั้นวัตถุพยานที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ เมื่อนำมาตรวจดีเอ็นเอแล้ว ไปมีรูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกับใคร ก็จะหมายความว่า บุคคลนั้นเป็นเจ้าของดีเอ็นเอที่อยู่ในวัตถุพยานชิ้นนั้นๆ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมก็ต้องไปพิสูจน์ต่อไปครับว่า บุคคลนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุนั้นได้อย่างไร
ทีนี้เมื่อตรวจรูปแบบดีเอ็นเอแล้วดันไปมีรูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกับผู้ต้องสงสัย ในหลักการก็จะต้องมีการคำนวณค่าทางสถิติ เพื่อบอกความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของดีเอ็นเอในวัตถุพยาน กับผู้ต้องสงสัย หนึ่งในค่าทางสถิติเหล่านั้น ก็คือค่า random match probabiltiy (RMP)
เจ้า RMP มีสูตรคำนวณมาจาก profile frequency แต่งานนี้เราไม่ได้สนใจที่สูตรคำนวณ ปัญหาที่มึนตืบ มักเป็นเรื่องการอธิบายค่าของมันต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจส่งเสื้อยืดเปื้อนคราบเลือด มาตรวจเทียบกับผู้ต้องสงสัย แล้วเราตรวจรูปแบบดีเอ็นเอจากคราบเลือดบนเสื้อยืดออกมาเหมือนกับรูปแบบดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย ทีนี้ก็ต้องคำนวณค่าทางสถิติ เจ้าค่าทางสถิติตัวแรกที่น่าปวดหัว มันคือ RMP ยกตัวอย่างเช่น
คำนวณ RMP ได้ = 0.000000001
มีความหมายว่า 1 ใน 1,000,000,000 (พันล้าน)
นั่นแหละ แล้วมันหมายความว่าอย่างไร แล้วอะไรมันเป็น 1 ใน พันล้าน
ผมขออธิบายอย่างนี้ก็แล้วกัน
จากการตรวจคราบเลือดบนเสื้่อยืดที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุพบว่ามีรูปแบบดีเอ็นเอตรงกับผู้ต้องสงสัย ทีนี้หากจะบอกว่ารูปแบบดีเอ็นเอจากคราบเลือดนี้ไม่ได้มาจากผู้ต้องสงสัย นั่นหมายความว่า รูปแบบดีเอ็นเอจากคราบเลือดนี้ต้องเหมือนกับบุคคลอื่นโดยบังเอิญ เมื่อคำนวณโอกาสที่รูปแบบดีเอ็นเอจากคราบเลือดนี้จะมาจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นญาติกับผู้ต้องสงสัยซึ่งเกิดขึ้นโดยบังเอิญนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน พันล้าน คน
เจ้า RMP นี้ เป็นสถิติตัวหนึ่งที่ค่อนข้างทำความเข้าใจง่าย (เขาบอกว่ามันเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว) แต่หลายๆคน ก็มักจะหาเรื่องที่จะทำให้มันน่าเวียนหัว อย่างเช่น จากกรณีข้างบน เราบอกว่ากรณีนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งมีประชากรเพียง 70 ล้านคน พอค่าที่คำนวณทางสถิติออกมาว่า โอกาสที่จะเป็นของบุคคลอื่นเท่ากับ 1 ในพันล้านคน ก็จะมีคนเถียงว่า มันจะเป็นหนึ่งพันล้านคนได้อย่างไร ในเมื่อประชากรมีเพียง 70 ล้านคน เห็นไหม ว่าน่าเวียนหัวจริง กรณีนี้ก็ให้บอกไปว่า เมื่อคำนวณแล้ว โอกาสที่จะเป็นของบุคคลอื่นเท่ากับ 1 ในพันล้าน แต่ประเทศไทยมีเพียง 70 ล้านคน เมื่อค่าที่คำนวณได้มากกว่า 70 ล้านคน ก็หมายความว่า มันน่าจะไม่ใช่ของบุคคลอื่น เป็นของผู้ต้องสงสัยนั่นแหละ
ปัญหาอีกอันที่เป็นเรื่องของผู้ที่รู้มาก แล้วสร้างความน่าเวียนหัว ก็คือ สมมติว่าคำนวณค่า RMP ได้ 1 ใน 10,000,000 (สิบล้าน) เราก็จะบอกว่าเฮ้ย! รูปแบบดีเอ็นเอที่ตรวจได้จากคราบเลือดมันตรงกับผู้ต้องสงสัยนะ แต่ถ้าจะบอกว่าคราบเลือดนี้มันไม่ใช่ของผู้ต้องสงสัย แสดงว่าคราบเลือดนี้มันก็ต้องมาจากคนอื่นโดยบังเอิญ ทีนี้เมื่อคำนวณค่า RMP ได้เท่ากับ 1 ใน สิบล้าน ก็หมายความว่า โอกาสที่คราบเลือดนี้จะเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นญาติกับผู้ต้องสงสัยเท่ากับ 1 ใน สิบล้านคน แล้วผู้รู้ท่านนั้นก็จะบอกว่า อ้าว เมื่อมันมีโอกาสเป็นของบุคคลอื่นเท่ากับหนึ่งในสิบล้าน แล้วประเทศไทยมีอยู่ 70 ล้านคน แสดงว่ามันมีบุคคลอื่นที่อาจเป็นเจ้าของคราบเลือดนี้อีก 7 คน นั่นหมายถึงว่า โอกาสที่คราบเลือดนี้จะเป็นของผู้ต้องสงสัยคนนี้ เท่ากับ 1 ใน 7 หรือร้อยละ 14 เห็นไหมว่าน่าปวดหัวจริง
ตอบได้เลยครับว่า มันเข้าใจผิด! มันพาเข้าป่า! มันบ้าไปแล้ว!
เพราะในความเป็นจริง เราไม่รู้หรอกว่าในประเทศนี้ หรือในโลกนี้ มันมีคนที่มีรูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกันหรือไม่ เพียงแต่การคำนวณทางสถิติออกมาแล้วพบว่า มันมีโอกาสที่จะมีคนที่รูปแบบดีเอ็นเอเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็นญาติกัน อย่างกรณีข้างบนก็บอกว่า 7 คน แล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่า ไอ้ 7 คนนั้นมันมีจริงหรือไม่ หากมันมีจริง คนเหล่านี้อยู่ที่ไหนของประเทศ แล้วคนทั้ง 7 นี้เข้ามาวุ่นวายในที่เกิดเหตุหรือไม่ ถ้าบอกว่าคนทั้ง 7 ได้เข้ามาในที่เกิดเหตุแล้วทิ้งคราบเลือดไว้ คำกล่าวข้างบนก็จะเป็นจริงว่า โอกาสที่คราบเลือดนี้จะเป็นของผู้่ต้องสงสัยเท่ากับ 1 ใน 7 แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนในสมมติทั้ง 7 คน ได้เดินเฉียดเข้ามาในที่เกิดเหตุแล้วทิ้งคราบเลือดไว้ คำกล่าวข้างต้น ก็เป็นเรื่องไร้สาระครับ
เจ้าค่า RMP นี้ ใช้อธิบายเฉพาะเหตุการณ์ของการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลนะครับ เขาไม่ใช้ในการอธิบายการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด เช่น การตรวจพ่อ-แม่-ลูก หรือ พ่อ-ลูก หรือ แม่-ลูก เพราะฉะนั้น เวลาตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด ไม่ต้องไปพยายามอธิบายด้วยค่า RMP ครับ ไม่งั้นปวดหัวตายเลย
นั้นซิครับ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยเข้าใจ
ดังนั้นสงสัยพี่กานต์ต้องตรวจตำแหน่งเพิ่มนะครับ 555
ขอบคุณมากครับ หมอหนุ่ม ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ช่วงนี้เคสหายไปเลยนะ