สอน ก.เอ๋ย ก.ไก่

เช้าวันเปิดเทอมวันแรกที่ผมไปโรงเรียนชั้นป. 1 โรงเรียนบ้านโนนสบาย เมื่อนานมากๆ แล้ว ตอนเช้ายายเดินมาเป็นเพื่อเข้าชั้นเรียน มีเพื่อนร่วมห้องเยอะมาก บางคนก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ไม่รู้ว่ามาอยู่ห้องเดียวกันได้อย่างไร

อย่างพี่ที่ชื่อ พี่จันทร์ ที่บ้านอยู่ติดกัน อายุห่างจากผมหลายปี เขาบอกว่า ความรู้เขายังไม่ค่อยแน่นก็เลยขอต่อ ป.1 อีกสักปี  อีกอย่างจะได้เป็นเพื่อนช่วยดูแลผมด้วย เขาบอกว่ายายผมฝากให้มาช่วยสอน ก.ไก่ ให้ผม ในห้องมีนักเรียนเกือบ 60 คน ผมได้นั่งด้านหลังสุด เพราะรุ่นพี่ผมบอกว่า อยู่ข้างหลังจะได้ไม่ต้องโดนครูถาม เพราะหากตอบคำถามไม่ได้ ครูจะตี  พวกเราเลือกที่นั่งในห้องตามสบาย และวิ่งเล่น ไล่ตีกันในห้องเรียนอย่างสนุกสนานกว่าอยู่ที่บ้านอีก เพราะพื้นห้องเล่นลื่นไถล ได้เหมาะมาก ชุดนักเรียนใหม่ๆ ยังหอมๆ อยู่มาก เพื่อนก็เยอะแยะ สนุกจริงๆ

                พอสายๆ หน่อย ครูเดินเข้าห้องมาก พวกเรารีบวิ่งหาที่นั่งของตัวเอง มีพี่ๆ บอกให้สวัสดีครู แต่ผมไม่ได้ทำ เพราะตื่นเต้นมองหาพี่จันทร์ไม่เจอ และไม่มีที่นั่ง เพราะเก้าอี้ที่จองไว้ มีคนนั่งแทนแล้ว พอคุณครู บอกให้นั่งลง ผมก็หาที่นั่งไม่ได้  มีเพื่อน 2-3 คน ยังยืนอยู่ คุณครูเรียกให้ไปนั่งเก้าอี้ด้านหน้าที่ว่างอยู่ ผมได้เป็นเด็กหน้าห้อง กับพี่คนที่สอบตกปีก่อน ตัวใหญ่กว่าผมมาก ชื่อ

                คุณครู หยิบไม้มาชี้กระดานที่มีรูป ก.เอ๋ย ก.ไก่ และอ่านนำให้อ่านตาม ผมมองเห็นรูปสวยๆ หลายรูป ลืมฟังเสียงครู แต่พูดออกเสียงตามไม่ค่อยทัน เพราะคุณครูพูดภาษาไทย อ่านจบรอบแล้วคุณครูก็ชี้ให้เพื่อนตัวใหญ่หลายคนออกไปอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ผมก็ยังจำไม่ค่อยได้ ต้องคอยหลบตาคุณครู เวลาจะชี้ให้คนต่อไปออกไปอ่านนำ ผมได้แต่ภาวนาสาธุให้ได้กลับบ้านซักที กลัวมากๆ กลัวได้ออกไปหน้าห้องเรียน พอพักเที่ยงมีระฆังดังบอกสัญญาณ นักเรียนในห้องร้องเฮขึ้นพร้อมกัน ผมไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็เฮด้วย คุณครูบอกให้กลับบ้านไปทานข้าวและค่อยกลับมาเรียนใหม่ในตอนบ้าน ผมดีใจมากที่จะได้กลับบ้าน วันนั้นเป็นวันแรกในโรงเรียนที่ผมจำไม่ลืม และคุณครูของผมคนแรกที่ผมลืมไม่ได้จริงๆ ท่านชื่อ  “คุณครูสมพร  แจ้งอิ่ม”

     ผ่านชีวิตในห้องเรียนไปแล้วหลายวันผมยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่เด็กๆ ส่วนมากในห้องจะเป็นอย่างนี้ เพราะห้องเรียนใหญ่มาก นักเรียนเยอะมาก ผมมองเห็นหน้าใครก็ไม่ชัดเจน มันเหมือนกันหมด ไม่เคยเห็นที่ไหนที่จะมีคนมากมายใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันอย่่างที่เขาเรียกว่า "ชุดนักเรียน" ตัดผมสั้นๆ หน้าตาใหม่มากๆ สำหรับผม

      สำหรับตัวหนังสือไม่ต้องพูดถึง เป็นอะไรที่แปลกมาก ทุกอย่างมันทำให้สายตาพร่ามัวแยกแยะอะไรไม่ออก ตื่นกลัวกับเสียงครูที่หน้าห้อง ระแวงระวังตลอดเวลาไม่ให้ครูชี้ให้ออกไปนำ้เพื่อนอ่าน ภาวนาตลอดวันให้หมดเวลาเรียน วิ่งกลับบ้านทันทีที่ระฆังดังบอกเวลาเลิกเรียน ชีวิตวัยเริ่มเรียนของผมช่างทรมานและอึดอัดมาก

     ผ่านเดือนแรกไป เหมือนมีโชคเล็กๆ สำหรับผม เพราะมีคุณครูบรรจุใหม่เข้ามา 3 ท่านที่โรงเรียนบ้านป่าของเรา โชคดีที่ ป.1 ได้แยกเป็น 2 ห้อง เด็กที่ถูกคัดออกมาเป็นห้อง ข.ไข่ จำนวน 30 คน นำโดยผมเอง เป็นคนแรก เพราะยังไม่รู้จัก ก.ไก่ ข.ไข่ และที่สำหรับ กลัวคุณครูแบบหัวหดตลอดเวลา

     ที่ห้องใหม่ของเรา ชาว ป.1 ข. ชื่อใหม่เราคือเด็กห้อง ข. ก็อบอุ่นดีในบรรยากาศของนักเรียนหัวทึบ ที่คุณครูเรียก เพราะพวกเราไม่มีใครโง่เกินใคร เราเท่าเทียมกันหมดในเรื่องของความไม่รู้เรื่องอะไรเลย

คุณครูใจดีของเราเริ่มต้นด้วยร้องเพลง ท่อง ก.ไก่ เล่านิทานให้ฟัง และที่สำคัญ คุณครูไม่ได้ให้ใครต่อใครออกไปนำหน้าห้อง เพราะไม่มีใครกล้าสักคนเดียว ครูเป็นคนเ้ดียวที่ได้อยู่หน้าห้อง สิ่งเหล่านี้มันกระตุ้นเด็กห้อง ข. ให้อยากออกด้านหน้าอยู่เหมือนกัน แต่คุณครูใหม่เหมือนเข้าใจ ไม่เคยชี้ให้พวกเราออกไปเลย จนกว่าจะมีคนกล้าเสนอตัว

ว่างๆ ก็พาเด็กๆ ลงไปเดินเก็บดิน หิน ใบไม้เล่นที่นอกห้อง พาไปดูนก ดูปลา ตามนาข้าว เหมือนว่าอยู่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ได้จากคุณครูคนนี้ คือ ความเป็นกันเอง คุ้นเคยกับคุณครูได้อย่างประหลาด นักเรียนเกือบทุกคนกล้าพูดกับครู ความกล้าทำให้เราฉลาดที่จะเรียนรู้

ผมรู้จักตัวหนังสือได้ครบทุกตัว จำภาษาและการออกเสียงได้หมด ที่สำคัญ ผมไม่กลัวคุณครูคนนี้เลย ทำให้แล้วเป็นผู้นำที่โดดเ่ด่นได้ตามธรรมชาติอย่างน่าประหลาด

    ชั่วโมงภาษาไทย คุณครูให้ เด็กๆ เขียนตามคำบอก จำนวน 10 คำเพื่อเก็บคะแนนระหว่างเรียน คำสุดท้าย ผมจำได้แม่น คุณครูให้เขียนชื่อและนามสกุลของท่าน เพื่อนๆ ในห้องไม่มีใครเขียนได้อย่างถูกต้อง ยกเว้นผมคนเดียว เพราะจนวันนี้ผมยังจำได้ไม่ลืม ชื่อของผู้ที่สอนให้ผมอ่านออกเขียนได้ ต่อยอดในการศึกษาพัฒนาตนเองได้ และทำให้มีวันนี้สำหรับผม ท่านชื่อ "คุณครูสืบสิริ สมานมาก"