การรับราชการทหาร

             การรับราชการทหาร ท่าน(อย่าถามนะว่าท่านเป็นใคร) ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของสยามประเทศทุกฉบับให้ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ซึ่งจะมีข้อความที่คล้ายๆ กันคือ " บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร "  ผมเข้าใจเอาเองว่า  บุคคลน่าจะหมายความรวมทั้งชายและหญิง  แต่พอออกเป็น พ.ร.บ. ไม่เห็นมีตรงไหนเอ่ยถึงผู้หญิงเลย  แต่ก็ช่างเถอะ  อีกไม่นานก็คงมีบรรดาสุภาพสตรีออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไข ให้ผู้หญิงเข้าเกณฑ์ทหารเหมือนผู้ชายก็ได้  ผลงานล้ำโลกอย่างแก้คำนำนามจาก " นาง" กลับมาเป็น " นางสาว " ก็ยังทำได้  ผมว่าชาติแม่แบบประชาธิปไตยอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา ยังสู้เราไม่ได้เลย  แถมยังกล่าวหาว่าเราเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่บ่อยครั้ง  โธ่ ลืมตาดูใหม่อีกทีเถอะ  ประเทศไอล้ำหน้าประเทศยูไปถึงไหนแล้ว ฮีโธ่..ไม่อยากเซด 

              วกกลับมาเข้าเรื่องการรับราชการทหารของเราดีกว่า  หลายคนอาจจะไม่รู้หรือรู้แต่ไม่กระจ่างว่า  พ.ร.บ.รับราชการฯ มาเกี่ยวข้องกับเราตอนไหน  จะไปขอรับ สด.9 เมื่อไหร่  จะเข้าเกณฑ์ตอนไหน  คำตอบคือตอนอายุสิบเจ็ดย่างเข้าสิบแปดครับ ไม่ต้องงงครับ เอา 17 บวกปี พ.ศ.ที่เกิด ผลลัพธ์ ก็คือปีที่จะต้องไปขึ้นทะเบียนทหารหรือที่เรียกแบบชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ ว่าไปเอา สด.9  บางคนอาจจะสงสัยว่าลูกอีชั้นเกิด 31 ธันวา 38  จะต้องไปเอาสด.9 ปีนี้อย่างที่อีตาเขียวว่า  จะไปตอนปิดเทอมนี้ได้เลยหรือเปล่า  คำตอบคือได้เลยครับ  เพราะ พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ท่านว่าไว้ว่า  ให้นับอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เมื่อสิ้นปีพุทธศักราชที่เกิด  เพราะฉะนั้นคนเกิด 1 มกรา กับคนเกิด 31 ธันวา ปีเดียวกัน พอถึงวันที่ 1 มกรา ปีถัดไป  ทั้งสองคนจะมีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์เท่ากันตามกฎหมายนี้  ทั้งที่คนหนึ่งเพิ่งเกิดมาแค่วันเดียว  ผมว่าวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ  ไว้วันหลัง  หลังจากว่างเว้นภารกิจรับใช้ ผบ.ทบ.แล้ว จะมาเล่าต่อครับ

          เอาละ ทีนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วนะครับว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ฉบับนี้กำหนดวิธีนับอายุอย่างไร  เมื่อเข้าใจแล้วก็ตามผมมา  ผมจะพาไปลงบัญชีทหารกองเกินกัน  พูดแบบชาวบ้านง่ายๆ ก็คือไปเอา สด.9 หรือไปขึ้นทะเบียนทหาร  หรือทางเชียงใหม่บอกว่าไปขึ้นเส้น 

           ก่อนไปขอให้ตรวจสอบและเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม คือ บัตรประจำตัวประชาชน  ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ถ้าพ่อแม่แยกกันอยู่ก็เอาไปให้ครบทั้งพ่อทั้งแม่และของตัวเอง)  และถ้ามีสูติบัตรหรือใบเกิด  ใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือใบเปลี่ยนชื่อสกุล  ก็ให้เอาติดตัวไปด้วย  เผื่อสัสดีท่านสงกะสัย จะได้ให้ท่านดูประกอบการพิจารณา

            เมื่อสัสดีตรวจสอบเห็นเป็นการถูกต้องแล้ว  เขาก็จะให้กรอกรายละเอียดลงในใบแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (หลายๆ อำเภอจะมีตัวอย่างให้ดู) กรอกเสร็จก็ยื่นให้คุณพี่เสมียนสัสดี  คุณพี่เสมียนก็จะก้มหน้าก้มตาเขียนรายละเอียดลงในบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.1)  จากนั้นก็จะเขียนลงในใบสำคัญ (แบบ สด.9)  เสร็จแล้วคุณพี่เสมียนก็จะให้ลงลายมือชื่อในช่องที่กำหนด  เขียนให้อ่านออกเน้อ   จำให้ขึ้นใจเลยว่าลายมือชื่อต้องอ่านออก  ส่วนลายเซ็นจะเป็นตัวยึกยือ อ่านออกบ้างอ่านไม่ออกบ้าง  ที่อ่านออกก็ดีไป ส่วนที่อ่านไม่ออกท่านให้สันนิษฐานว่า  "ชื่อนายหมา " จากนั้นเขาก็จะบอกให้เอาไปให้ปลัดอำเภอเซ็น  แล้วเอากลับมาให้คุณพี่เสมียน ๆ ก็จะฉีกใบสำคัญ สด.9  ออกจากต้นขั้วให้เราไว้เป็นหลักฐาน

            ช้าก่อน..อย่าเพิ่งรีบร้อนเผ่นกลับบ้านโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง ให้หาที่นั่งเหมาะๆ ตรวจสอบว่า ใบสำคัญ สด.9 ที่ได้รับนั้นถูกต้องหรือไม่ เริ่มจากชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด ตำหนิแผลเป็น ชื่อพ่อชื่อแม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ขอให้สัสดีแก้ให้เสียเดี๋ยวนั้น เพราะเอกสารต่างๆ ยังไม่เดินทางไปไหน  หากปล่อยให้เนิ่นนานวัน  คราวนี้ละ ยุ่งตายห่ะ  ต้องเตรียมสำเนาเอกสารต่างๆ ไปประกอบการขอแก้ เผลอๆ อาจจะต้องนำพยานบุคคลไปให้ปากคำด้วย  เสียเวลามากๆ

            เอาละ..เมื่อทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก็นำใบสำคัญ (สด.9) ไปเก็บไว้ให้ดี   อย่าให้ชำรุดหรือสูญหาย  เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า " ใบสำคัญ "  จะไปสมัครงาน  สมัครทหารตำรวจ ฯลฯ จะต้องมีเจ้าใบสำคัญ (สด.9) ที่ว่านี้แทรกเป็นยาดำอยู่ทุกงาน  ฉะนั้น ถ้าใส่กรอบไว้ก็จะยิ่งดีเลิศประเสริฐศรี เพราะวันดีคืนดีท่านอาจจำเป็นจะต้องใช้มัน จะได้ไม่ต้องค้นหาให้ปวดหัว  จำไว้ว่ามันคือใบสำคัญจนกว่าจะถึงวันที่ท่านอาสัญแดหวานั่นเทียว../  

            สวัสดี.