บทเรียนที่เขียนไว้ในตำราก็เพื่อให้เราได้ศึกษาแต่ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรหากว่าคนอ่านไม่นำมันไปผสานสู่การทำงานในชีวิตจริง
ช่างยากเย็นเสียจริงๆที่พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเอาเสียเลยหรือจะเรียกว่ายาขมก็ว่าได้มันคือ..งานวิจัย หลายปีก่อนก็ลองเข้าไปนั่งอบรมการทำวิจัยกับเขามีแต่เราที่เข้าอบรมแล้วเกิดอาการกระอักกระอ่วนเล่นเอาเครื่องในรวนไปทุกระบบตั้งแต่สมองที่ทั้งปวดทั้งบวมเพราะฤทธิ์เจ้าไมแกรน..ลามลงมาที่ตา 2 ข้างก็เริ่มพล่ามัว ตั้งแต่ปากถึงท้องก็ปวดมวนอยากจะอาเจียนคลื่นเหียนไปหมด สู้ทนเข้าอบรมมาจนครบแต่ทำงานวิจัยไม่จบกับเขาสักเรื่อง ตอนนี้ดันเกิดมีไฟอยากทำ R2R กะเขาบ้างไปหาอ่านมามากมายสุดท้ายพอเริ่มเขียนหัวข้อ และ ที่มาที่ไป จนวัตถุประสงค์เสร็จก็เริ่มจะถอดใจ มองหาเพื่อนคนไหนบ้างนะที่เก่งๆมาช่วยสอนฉันที เพื่อนบอกเอาสิ จะสำเร็จไหมนี่ตัวเรา เฮ้อ !
สวัสดีค่ะ
แวะมาให้กำลังใจค่ะ...
เป็นกำลังใจให้คะ ที่เครียดเพราะตัวเราออก comfort zone ก็หมายถึงกำลังจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นะคะ..
ทำให้นึกถึงประโยคนี้
Knowing is not enought, we must apply.
Willing is not enought, we must do.
(เพิ่ม Expertise in your own professional area is necessary, but not sufficient)
Terry Schmidt.
สวัสดีค่ะ Oraphan Montraluk
- P'Ple เห็นด้วย ค่ะ ตำราจะมีประโยชน์อะไรนะคะ....หากว่าคนอ่านไม่นำมันไปผสานสู่การทำงานในชีวิตจริง
- ก็จะเป็นแค่.... กระดาษ "ปึกหนึ่ง" .... ถ้าไม่นำไปสู่การปฎิบัติจริงๆ (Practice) นะคะ
- ให้เกรด A+++ ค่ะ
@ดร.พจนา ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยม
@หมอ ป. เรียนเพื่อรู้ว่า " ทำไม่ได้อีกแล้วเรา " อิอิ
@P'Ple หนูอยากเก่งเหมือนพี่จังค่ะ
@พี่ชยัน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณ Oraphan
แค่อยากทำก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ We can do it! แต่ถ้าปวดหัวต้องนอนเลย ไว้สบายๆ จะคิดออกเอง Routine to Relax ก็ได้ค่ะ
@กอไผ่ใบตาล ขอบคุรจ้า