วันเสาร์ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ พักจากการสอนนักศึกษาภาคพิเศษ (เสาร์-อาทิตย์) ทำให้พอมีเวลาที่ออกเดินทางไกลในระยะทางไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตรจากบ้าน แต่อย่างไรก็ยังตั้งใจจะไปนั่งตรวจงานนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยอยู่ดี

เป้าหมายวันนี้ คือ "ม่อนแจ่ม" สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่มีผู้คนพูดถึงกันมากมาย สำรวจข้อมูลคร่าว ๆ คือ อยู่ใน ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สำหรับถือว่า ใกล้อำเภอเมืองเชียงใหม่มาก

ดังนั้น เส้นทางการทำงานใหม่ของผมในวันนี้ คือ เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๖๙ หางดง - สะเมิง แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๖ สะเมิง - แม่ริม เป็นเส้นทางวนรอบ แล้วค่อยเลี้ยวซ้าย (หากมาทางสะเมิง) ทางบ้านโป่งแยงจนสุดทางที่ "ม่อนแจ่ม" แล้วค่อยย้อนกลับลงมาเพื่อเลี้ยวซ้ายออกไปทางอำเภอแม่ริม ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่ - ฝาง เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่อำเภอเมือง เส้นทางไปทำงานใหม่วันนี้ก็สัก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรได้ (ปกติขาไปทำงาน ๒๐ กิโลเมตรเอง)

 

 

ผมออกจากบ้านก็บ่ายโมงแล้ว แดดค่อนข้างจัด แต่ก็มีความสุขที่อากาศเย็น ๆ ปะทะหน้าตลอดทาง หายใจเต็มปอดน่าดู

เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๖๙ หางดง - สะเมิง เป็นทางคดเคี้ยว ขึ้นดอย สลับลงดอยเป็นระยะ ๆ แต่เกียร์ ๒ พอเอาอยู่ เกียร์ ๑ ตอนขึ้นโค้งหักศอกเท่านั้น

 

ภาพที่ ๑ ... หลักกิโลเมตร บอกว่า ๑๔ กิโลเมตร ถึงอำเภอสะเมิง ๓๙ กิโลเมตร ถึง อำเภอเแม่ริม

 

 

หลังจากถึงป้อมตำรวจ ต.ปางดะ อ.สะเมิง ผมก็เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๖ สะเมิง - แม่ริม

 

 

 

ภาพที่ ๒ ... จุดพักรถจุดแรก คือ จุดชมวิว "ทิวทัศน์ป่าสะเมิง" มีศาลาชมวิวอยู่

 

 

 

ภาพที่ ๓ ... ป้ายประจำจุดชมวิว ซึ่งเป็นจุดที่ผมต้องมาอยู่ประจำ จากภาพฉากหลังที่ท่านได้เห็นนั่นแหละ

 

 

 

ภาพที่ ๔ ... จากจุดชมวิวตรงนี้ หากฟ้าเปิด เราสามารถมองเห็นได้ไกลถึงดอยหลวงเชียงดาว ครับ ช่วงนี้ไฟป่าเริ่มเกิดขึ้นแล้วครับ เราจะเห็นควันไฟที่ลอยอยู่ในหลาย ๆ จุด

 

 

 

ภาพที่ ๕ ... สิ่งที่ลืมสนิทและโกรธตัวเองมากก็คือ "อาหารสำหรับหมาข้างทาง" นาน ๆ เดินทางที ทำให้การเตรียมตัวไม่ดีเท่าที่ควรครับ ขนมปัง ขนมกรอบ ๆ ข้าว อะไรพวกนี้ได้หมด น้ำเปล่า ชามใส่น้ำ ฯลฯ คราวนี้จะไม่ลืมแล้ว สงสารมันครับ

 

 

 

ภาพที่ ๖ ... มีเ็ด็กผู้หญิงตัวน้อยนั่งซ้อนรถเครื่องเก่า ๆ ของพ่อมา แล้วนั่งพักอยู่ในศาลาฯ ผมว่า ภาพนี้สวยดีครับ หมวกกันน็อคยังไม่ได้ถอดเลย แถมเมฆก้อนเล็ก ยอมมาเป็นฉากหลังให้อีก ;)...

 

 

หลังจากพักคน พักรถเสร็จแล้ว ก่อนถึงบ้านโป่งแยง ผมเห็นบ้านยุโรป หรู ๆ หลังหนึ่ง ตั้งอยู่ซ้ายมือ ตรงโค้งหักศอกพอดี บ้านใครก็ไม่ทราบครับ ทราบเพียงแต่ว่า จุดนี้สมัยก่อนคือ ทางเข้า "น้ำตกแม่ยิ้ม" ตอนนี้ กลายเป็นที่ส่วนบุคคลไปแล้ว น่าเสียดายจัง

 

 

ภาพที่ ๗ ... บ้านพักร้อนส่วนบุคคล อย่างหรู ตัดกับสภาพเป็นอยู่ของคนรอบข้าง

 

 

เมื่อเลยชุมชนใหญ่ตำบลโป่งแยงมาแล้วสักไม่กี่กิโลเมตร ก็ถึงแยกซ้ายมือ ทางเข้า "ม่อนแจ่ม" โครงการหลวงหนองหอย ครับ

 

 

 

 

ภาพที่ ๘ - ๑๐ ... ปากทางเข้าจะมีป้ายบอกทาง มีร้านขายเครื่องเกษตรที่ประดับไปด้วยกระถางไม้ดอกสีสวย ๆ ทั้งร้านเลยครับ

 

 

ถนนเส้นนี้ลาดยางตลอดสาย ประมาณ ๖ กิโลเมตร จนถึงโครงการหลวงหนองหอย ถนนแคบ ชัน คดโค้ง คล้าย ๆ ทางขึ้นดอยปุยไปยังสถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน แต่เหมือนจะชันกว่ามาก

มีผลิตภัณฑ์จากสตรอเบอรี่ขายตลอดสองข้างทาง เพราะออกช่วงนี้พอดี

แต่ผมรับรองได้อย่างหนึ่งว่า เส้นทางนี้สวยมาก หากใครชอบดูละครที่มีทิวทัศน์แบบภาคเหนือ มีคุ้ม มีม่อน เต็มไปหมด เอาเท่าที่ำจำได้มี ม่อนอิงดาว ม่อนม่วน ฯลฯ

 

"ม่อน" ในที่นี้ หมายถึง ม่อน ๑ (ถิ่น-พายัพ) น. เนินเขา, ยอดเขา. เป็นลักษณะรูปพรรณสัณฐานที่เป็นดอยเตี้ย อาจจะมีลานอยู่บนดอยตรงนั้นครับ

(http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums2/http/www.pantip.com/cafe/library/topic/K6526153/K6526153.html)

 

 

 

ภาพที่ ๑๑ ... ผมพักรถที่สถานีเกษตรที่สูงหนองหอย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะแอบเห็นไร่ดอกทานตะวันข้างทาง ถ่ายรูปสักหน่อย

 

 

ตั้งแเต่แยกเข้ามาแล้ว ผมแอบเห็นตำรวจอยู่เป็นระยะ ๆ จึงเดาว่า อาจจะมีใครเสด็จมาที่ "ม่อนแจ่ม" เป็นแน่แท้ ก็จริงดังนั้น ผมจำเป็นต้องหยุดรถตรงโครงการหลวงหนองหอย และสวนอีเดน สวนพืชผักเมืองหนาวของเอกชน

แต่ผมก็ยังไ่ม่ว่าเป็นท่านใดเสด็จ ใครทราบ แจ้งให้ทราบด้วยครับ

 

 

ภาพที่ ๑๒ ... บริเวณ "สวนอีเดน" จุดพักรถรอขบวนเสด็จออกจาก "ม่อนแจ่ม"

 

 

คุณเชื่อไหมว่า แถวนี้เขาหัวโล้นเยอะมาก สมควรแล้วที่ในหลวงทรงนำโครงการหลวงหนองหอยเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว แถวนี้จึงกลายเป็นแหล่งปลูกพืชผักเมืองหนาว ถ้าหากใครได้มาจะมีของให้เืลือกมากมายครับ

 

ผมขี่รถเครื่องต่อผ่านโครงการหลวงหนองหอย, สวนอีเดน และหมู่บ้านม้ง

ซึ่งขึ้นหมู่บ้านม้งนั้นเป็นถนนคอนกรีตที่พังตามกาลเวลา ถนนมีเลนเดียว แคบมาก ทางหักศอกแบบหักแล้วขึ้นชันขึ้นอีก ขับรถยนต์มาต้องชำนาญมากพอสมควรนะครับ

ใครเคยไปชิมชาแถวดอยแม่สะลอง อารมณ์เดียวกันครับ

 

 

ภาพที่ ๑๓ ... ผมขี่รถขึ้นมาจากตรงโน้นไกล ๆ ชัน ถนนไม่มียางราดแล้ว ดินลูกรังภูเขาล้วน ๆ มีร้านค้าขายของของชาวม้ง (เหมือนหมู่้บ้านม้งดอยปุยเลย อิ อิ) ซึ่งร้านอยู่หน้าทางเข้า "ม่อนแจ่ม" เลยครับ

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ ... มีป้าย "ม่อนแจ่ม" และมีรถไม้ที่เป็นการละเล่นของเด็กม้งที่นั่งรถไม้ ไหลลงจากยอดดอย

 

 

 

ภาพที่ ๑๕ ... ประตูปิด-เปิดเป็นไม้ไผ่ บอกเวลาเข้า-ออกเรียบร้อย แถมห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามานะ อุดหนุนที่นี่เอาครับ

 

 

 

ภาพที่ ๑๖ ... ที่จอดรถเครื่องของผมเอง เลยประตูมานิดเดียว ด้านในมีที่จอดรถยนต์ แต่เขามีลานจอดรถสองที่นะครับ คือ ก่อนถึง "ม่อนแ่จ่ม" มีอีกลานหนึ่ง แล้วค่อยเดินขึ้นมาอีดนิดก็ถึง

 

 

 

 

ภาพที่ ๑๗ ... ถนนอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นแปลงดอกไม้และวิวที่เป็นเขาหัวโล้นเยอะหน่อย กับด้านขวาเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวของถ่ายรูป เห็นวิวในอำเภอแม่ริมและอำเภอเมืองเชียงใหม่

 

 

 

ภาพที่ ๑๘ ... เด็กหญิงม้งตัวน้อย

 

 

 

ภาพที่ ๑๙ ... เด็กชายม้งตัวน้อย แต่ภาพช่าง Contrast ความรู้สึกกับผู้ชายที่มีรถยนต์นั่นจัง ฐานะทางสังคมมันต่างกันมากขนาดนั้นเลยหรือคน

 

 

 

ภาพที่ ๒๐ ... แสงแดดยามบ่ายจัดจ้านมากครับ ดอกไม้ยังไม่ค่อยงาม แปลงหญ้าเสียชีวิตหมด เหมือนคนมาเหยียบ

 

 

 

ภาพที่ ๒๑ ... แปลงและสวนดอกไ้ม้ตรงนี้ก็เป็นจุดขายของที่นี่เช่นกันครับ มีทางเดินไม้ไผ่ ให้เดินทางเส้นทาง ข้างทางมีพวกท่อเหล็ก ปักไว้เป็นระยะ ๆ คิดถึงทะเลทรายในอเมริกาเลยครับ เพราะอากาศมันร้อนและแล้งเหลือเกิน มองไปทางไหนก็มีแต่สีน้ำตาลส่วนใหญ่

 

 

 

ภาพที่ ๒๒ ... แต่ก็ยังไม้ดอกเมืองหนาวแอบงามอยู่เหมือนกัน พร้อมผึ้งตัวน้อยกำลังดูดน้ำหวาน

 

 

 

 

ภาพที่ ๒๓ - ๒๔ ... อีกจุดขายของ "ม่อนแจ่ม" คือ รถที่ปลดระวางไปแล้วของโครงการหลวงหนองหอย เอาจอดไว้แล้วนำพวกต้นไม้มาใส่ไว้

 

 

 

ภาพที่ ๒๕ ... เห็นลานจอดรถก่อนถึง "ม่อนแจ่ม" ไหมครับ ๑ ลานจอด

 

 

 

ภาพที่ ๒๖ ... แหม มีสาว ๆ เข้ากล้องมา ๑ คนครับ อิ อิ

 

 

 

ภาพที่ ๒๗ ... มองผ่านหลังคามุงจากสักหน่อย

 

 

 

ภาพที่ ๒๘ ... ผมไ่ม่ได้เงาตัวเองนะครับ แต่ผมเห็นก๊อกน้ำ แล้วมีหลุมเก็บสายยาง นวัตกรรมมาก ๆ ;)...

 

 

 

ภาพที่ ๒๙ ... กระท่อมชมวิวของเขาก็ดูมีีเสน่ห์ดีครับ หลังคารูปต่างแปลกตา

 

 

และ

 

ภาพที่ ๓๐ ... นี่คือ "ม่อนแจ่ม" ไงครับ มีดอยเตี้ยอยู่ด้านไกลสุดโน้น ปีกข้างนี้มองเห็นวิวตัวอำเภอได้ชัดเจน เป็นทั้งแคมป์ปิ้ง ร้านอาหาร และที่พักครับ

 

 

คุณ "หมูหิน" เล่าให้ฟังในเว็บไซต์ว่า ...

 

“ม่อนแจ่ม” เป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที

ม่อนแจ่ม คือพื้นที่บนสันเขา ในระดับความสูงประมาณ 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล  เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย  บนม่อนแจ่มจะมีอากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี

เดิมที่แห่งนี้เป็นขุนเขาว่างเปล่า ถูกทิ้งร้างให้มีหญ้าคาขึ้นเต็มไปหมด เมื่อครั้งที่กษัตริย์สวีเดนเสด็จประพาสป่าแถวนี้ เมื่อเสด็จขึ้นมายังบริเวณนี้ ก็ทรงชมว่าเป็นจุดที่สวยงามมาก น่าจะสร้างประโยชน์ได้  เลยคุยกับหัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยว่า อยากจะพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จากที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ โดยยึดหลักความพอเพียงเป็นที่ตั้ง และเมื่อลงมือพัฒนาพื้นที่แล้ว จึงได้ตั้งชื่อ “ม่อนแจ่ม” ขึ้นมา  หลายคนฟังแล้วอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องตั้งชื่อว่า "ม่อนแจ่ม" เพราะว่าเค้าตั้งให้สอดรับกับชื่อ ม่อนล่อง ที่มีอยู่เดิม อีกทั้งเป็นชื่อที่ฟังแล้วไพเราะ ติดหู  และที่สำคัญคือวิวทิวทัศน์บนม่อนแจ่มแห่งนี้ มันช่างเจิดแจ่มจรรโลงใจเป็นที่สุด

เค้าว่ากันว่าบนม่อนแจ่มสามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และ อ.แม่ริม แถมในวันที่ฟ้าเปิด แสงอาทิตย์สาดส่อง สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยทีเดียว  แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั่นก็คือ ยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าจะงดงามเต็มไปด้วยทะเลดาวที่ส่องแสงสกาวพรั่งพราวอยู่เต็มท้องฟ้า

(อ้างจาก http://www.moohin.com/trips/chiangmai/monjam)

 

 

ผมคิดว่า "ม่อนแจ่ม" ควรมาตอนเช้า กับ ตอนเย็น อากาศจะดีมาก ส่วนตอนบ่ายต้องมาทานเข้าอาหารที่มาจากผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงแล้วนั่งชมวิวไปด้วย น่าจะได้อารมณ์ครับ

เรื่องราวยาวจัง บันทึกหน้าจะพาชมอีกด้านหนึ่งของ "ม่อนแจ่ม" ครับ

โปรดติดตามชมครับ

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...