ถ้าผมเปิดโรงเรียนประถม ผมจะมีกิจกรรมสำคัญที่สอนเด็กๆให้ปรุงอาหารสุขภาพในวิชาสุขศึกษา นอกจากสนุกแล้ว ยังได้เรียนคณิตศาสตร์โดยปริยาย

ทำไมฝรั่งเจริญกว่าไทย (๑๓...การคิดเชิงปริมาณ) 

 

ฝรั่งต่างจากไทยมากอีกประการหนึ่งคือ ฝรั่งมักคิดเชิงปริมาณได้ดีกว่าคนไทย

 

ถ้าเราหลงทางในบ้านนอกเมืองฝรั่ง แล้วไปถามทาง คนบ้านนอกฝรั่งจะบอกเส้นทางเราเป็นฉากๆ เช่น  คุณขับตรงไป 15 ไมล์ พอเจอแยกที่สองให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 300 หลา แล้วเลี้ยวขวา  อีก 500 หลาเลี้ยวซ้ายอีกที  อีกสัก ๒ ไมล์วัดที่คุณถามก็จะอยู่ทางซ้ายมือมีป้ายเขียวๆปักอยู่ด้านหน้า แต่ป้ายเล็กมาก ต้องขับช้าๆ ไม่งั้นเดี๋ยวอ่านไม่ทัน

 

และถ้าคุณหลงทางในบ้านนอกไทย แล้วไปถามทาง คนบ้านนอกไทยเราโดยเฉลี่ยจะบอกเราทำนองว่า  คุณขับตรงไปสักกะเดี๋ยว (ถามว่านานไหม ก็จะตอบว่าไม่นานเท่าไร อึดใจเดียว ถามว่าไกลไหม ก็ว่าไม่ไกลเท่าไรหรอก ถามว่ากี่กม. ก็บอกไม่ได้)  พอเห็นต้นไม้ใหญ่ก็เลี้ยวซ้าย (ถามว่าใหญ่ขนาดไหน ก็ว่าใหญ่พอควร ) จากนั้นให้ไปถามเอาข้างหน้าอีกทีเพราะบอกต่อไม่ถูกแล้ว (ทั้งที่รู้ทางดี)

 

ผมเจอแบบทั้งสองนี้มานับสิบครั้ง ฝรั่งบางคนตอบผมขนาดว่า คุณขับตรงไปอีก 17 ไฟแดง แล้วเลี้ยวขวา นี่แสดงให้เห็นว่าพวกฝรั่งนั้นเขาเก่งเรื่องปริมาณมาก คิดอะไร จำอะไร ในเชิงปริมาณได้เก่ง ส่วนคนไทยรู้ก็ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่สกัดข้อมูลออกมาเป็นเชิงปริมาณตัวเลขไม่ได้

 

ลองดูสูตรทำกับข้าว.. สูตรฝรั่งจะบอกเลยว่า ใส่อะไรปริมาณเท่าไรอย่างแน่ชัด (เช่นเกลือ ครึ่งช้อนโต๊ะ) หนักเท่าไร (เช่นแป้ง  8 ออนซ์)  ส่วนสูตรไทยจะไม่ค่อยบอกตรงๆ เช่น หอมสัก 3 หัว (หัวใหญ่หัวเล็ก) แล้วยังมีคำว่า “สัก” อีก กะปิก้อนสักเท่าหัวแม่มือ  เกลือสักสองหยิบมือ เป็นต้น

 

นี่แสดงว่าฝรั่งเป็นคนเถรตรง ส่วนไทยเรามีความยืดหยุ่น (หรือชอบซิกแซก)

 

ช่างละม้ายและเชื่อมโยงกับบทความตอนที่หนึ่งที่ผมนำเสนอว่าฝรั่งมี “directness” ส่วนไทยเราชอบอ้อมค้อม ฝรั่งจึงทำอะไรตามกฎระเบียบ ส่วนไทยเราทำตามใจชอบ เช่น หอมสามหัวจะใส่ “สัก” สี่หัว หรือ สองหัว ก็ย่อมได้นะ

 

การคิดเชิงปริมาณได้เก่ง ยังเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ เพราะทำให้สามารถคิดแยกแยะพฤติกรรมธรรมชาติในเชิงสัดส่วนได้ดี  อีกทั้งการทดลองทางวิทยาศาสตร์นั้นต้องมีสัดส่วนของสารต่างๆ และเงื่อนไขเวลาที่แน่ชัดเสมอ (ยกเว้นบางครั้งที่ทำพลาดไป หรือลืมใส่อะไรลงไป แต่ได้ผลดีขึ้น ก็ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น)

 

ผมคิดเสมอว่าถ้าผมเปิดโรงเรียนประถม ผมจะมีกิจกรรมสำคัญที่สอนเด็กๆให้ปรุงอาหารสุขภาพในวิชาสุขศึกษา  นอกจากสนุกแล้ว ยังได้เรียนคณิตศาสตร์โดยปริยาย (การชั่งตวงวัด การเทียบบัญญัติไตรยางค์)  จะสอนฟิสิกส์ เคมี ชีว พร้อมกันไปเลยยังได้  เช่น การให้ความร้อน การระเหยไอน้ำ  คือฟิสิกส์ สารปรุงรสคือ เคมี  ผัก ปลา คือ ชีวะ

 

...คนถางทาง (๒๘ มกราคม ๒๕๕๕)