บังเอิญได้ซื้อนิตยสาร Secret เล่มล่าสุดมาแล้วได้เปิดอ่านคอลัมน์ Sharing เรื่อง ผู้อ่านและบรรณาธิการ ซึ่งปกติผมอ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง แต่พออ่านแล้วรู้สึกว่า ผมควร Sharing เรื่องดี ๆ เรื่องนี้ไว้ในบันทึก

ผมซาบซึ้งใจในเรื่องราวของนายทหารผู้กตัญญูทั้งต่อแม่และต่อแผ่นดินเกิด

จึงขอแบ่งปันกัลยาณมิตรทุกท่าน ณ บันทึกนี้

 

 

 

จดหมายจากแนวหน้า

 

ผมเป็นชายไทยธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกหล่อหลอมมาจากโรงเรียนทหารราบสังกัดกองทัพบกไทย หน้าที่หลักคือ ป้องกันชายแดนในพื้นที่ภาคที่ 2 ไม่ให้กองกำลังต่างชาติรุกล้ำอธิปไตย ผมมักจะได้รับมอบภารกิจจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นผู้นำหน่วยขนาดเล็กเข้าทำการผลักดันทันทีหากมีการรุกล้ำ หลายเหตุการณ์ที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องมีทั้งปราสาทเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ และที่ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ผมเป็นหนึ่งในทีมที่ปะทะกับทหารเพื่อนบ้านอย่างดุเดือดแทบเอาชีวิตไม่รอด

ทุกครั้งที่มีภารกิจสำคัญ ผมจะปิดการติดต่อสื่อสารกับคนใกล้ตัวโดยสิ้นเชิง นอกจากวิทยุสื่อสารที่ต้องใช้ในการติดต่อกับหน่วยงานเท่านั้น ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ต้องการให้ใจมีสมาธิกับภารกิจและการคุมหน่วย รวมทั้งเพื่อไม่ให้คนใกล้ตัวเป็นกังวล เพราะคิดว่าเป็นพะวงหลัง ดีสำหรับคนใกล้ชิดที่ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่จะทำให้กังวล หรือคอยลุ้นจนเครียดไม่เป็นอันทำงานหรือทำมาหากิน แต่สิ่งที่ผมคิดกลับไม่ถูกต้องจนทำให้ผมรู้สึกผิดและไม่ยอมให้อภัยตนเอง

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปราสาทตาควาย ห้วง 22 เมษายนถึง 3 พฤษภาคม พ.ศ.2554 ผมยังคงปฏิบัติในลักษณะเดิมคือ แบกเป้สนามอันหนักอึ้ง หิ้วปืนประจำกายพร้อมกระสุนเต็มอัตรา เดินขึ้นเนินไปเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ในห้วง 12 วันที่ปะทะกันด้วยอาวุธนานาชนิด ทั้งปืนเล็ก ปืนกล ปืนครก ปืนใหญ่ และลูกระเบิดขว้าง ผมปิดโทรศัพท์โดยไม่ติดต่อกับใคร หวังจะผลักดันกองกำลังต่างชาติให้ออกไปจากพื้นที่เร็วที่สุด โดยลืมคิดไปว่าผมยังมีแม่ที่ชราภาพมากคอยเป็นห่วงอยู่ข้างหลัง

ด้วยเรี่ยวแรงที่ถดถอย ซ้ำร้ายถูกคุกคามด้วยอาการเจ็บป่วย แต่ยังทรงตัวยืนหยัดอยู่ด้วยใจที่เข้มแข็ง เพียงเพื่อเฝ้าสวดมนต์ไหว้พระให้ลูกปลอดภัยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาและตั้งตาคอยติดตามสถานการณ์ด้วยความกระวนกระวายไม่เป็นอันกินอันนอน

 

ข่าวการปะทะที่ยาวนานบวกกับโรคที่รุมเร้าผสมกับความวิตกกังวลที่สะสมมานานหลายต่อหลายครั้งนานนับหลายปี ส่งผลให้แม่มีอาการทรุดหนักจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแบบฉุกเฉิน ผมขออนุญาตผู้บังคับบัญชาผละจากสนามรบไปเยี่ยมดูอาการแม่ได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องรีบกลับเข้าแนวเพื่อคุมหน่วย...อีกหนึ่งคืนให้หลังแม่ก็จากไปโดยที่ผมไม่ได้อยู่ข้างเตียง ไม่ได้จับมือปลอบใจ ไม่ได้กระซิบบอกแม่ให้ท่อง "พุทโธ" ก่อนสิ้นใจ ไม่ได้แม้แต่เอ่ยคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย

น้องที่เฝ้าบอกว่า แม่พยายามยื้อลมหายใจไว้ด้วยความทรมานเพื่อรอลูกชายคนนี้ เพียงเพื่อจะจับมือลาก่อนจากไปชั่วนิรันดร์ การสูญเสียแม่ครั้งนี้ทำให้ผมทุกข์ใจ สูญเสียกำลังใจ เพราะแม่คือกำลังใจ แม่เป็นเข็มทิศชีวิต ผมรู้สึกเหมือนมีเสียงท่านก่นประณามข้างหูตลอดเวลาว่าเป็นลูกทรพี สุดท้ายผมกลายเป็นโรคซึมเศร้า...เกินกว่าจะมีใครเยียวยา

 

จนวันหนึ่งผมได้รับมอบหนังสือ Secret ฉบับที่ 71 จากกัลยาณมิตรแสนดีที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา ทนเห็นผมทุกข์ใจต่อไปไม่ไหว หวังให้ผมก้าวผ่านความโศกเศร้าในครั้งนี้ไปให้ได้ในเร็ววัน ผมจึงเปิดอ่าน Secret ทุกหน้ากระดาษ...เพื่อค้นหา "ยาบรรเทา" แล้วผมก็พบ "ยาวิเศษ" จากในหลายบทความ หลากข้อคิด และมากด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ที่ชี้นำและปลอบประโลมใจ รวมถึงการส่งผ่านความรู้สึกดี ๆ จากผู้อ่านหลายท่าน ทำให้ผมมีกำลังใจและเข้าถึงสัจธรรม มองเห็นเครื่องมือและวิธีการอยู่กับความทุกข์โดยไม่ต้องดับทุกข์ พบว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราห้ามอะไรไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ให้เรามีสติรู้เท่าทันความแปรผันในทุกสถานที่ ทุกเวลา แล้วทุกสิ่งอย่างก็จะผ่านไป...เหมือนทุกวันที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นและดับไปเสมอ ๆ แต่เราต้องอยู่ต่อไปตามวิบากของตนเอง ในที่สุดวันหนึ่งก็จะถึงวันที่เราต้องดับไปเช่นกัน

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ Secret ที่มอบสิ่งดี ๆ ให้ ขอบพระคุณ "แม่นางฟ้า" ที่ฟูมฟักชุบเลี้ยงให้ลูกชายคนนี้แข็งแกร่งแล้วมอบให้ประเทศชาติ ขอบคุณน้อง ๆ และญาติ ๆ ที่ทำหน้าที่แทนและดูแลแม่อย่างดีจนวินาทีสุดท้าย ขอบคุณทุกความรู้สึกดี ๆ ของผู้อ่านทุกท่านที่มอบให้ ผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแล้ว เพิ่งรู้ว่ายังมีคนให้ความสำคัญในการทำงานเล็ก ๆ ของผม มันเป็นบำเหน็จตอบแทนการทำงานที่มีค่ายิ่งกว่าการปูนบำเหน็จด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ ดังคำปฏิญาณที่ผมยึดมั่นเสมอมาว่า "จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

 

ขอบคุณอีกครั้งครับ

พันตรี ยุทธพล คำมี

 

....................................................................................................................................................

 

ในความคิดของผมนั้น ...

 

ผมขอส่งกำลังใจไปยังพันตรี ยุทธพล คำมี และทหารหาญทุกท่านที่ำกำลังทำหน้าที่ีของตนเองอยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุด

คุณแม่ของพันตรี ยุทธพล คำมี ต้องภูมิใจในตัวของท่านอย่างแน่นอน

"ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี"

และ "เรื่องราวดี ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของคนได้"

ผมเชื่อเช่นนั้น

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

 

....................................................................................................................................................

ขอบคุณนิตยสารธรรมะดี ๆ ...

ยุทธพล  คำมี, พันตรี.  "จดหมายจากแนวหน้า", Secret. 4, 86 (26 มกราคม 2555) : 8 - 9.