หนังสือ Healing Harmony : A Guide to Health & Wellness Holidays in Thailand ที่ผมได้อ่านในห้องรับรองผู้โดยสารบัตรทองของการบินไทยเมื่อเช้าวันที่ ๖ ม.ค. ๕๕ กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้

 
          มีข่าวใน อินเทอร์เน็ตเอ่ยถึงหนังสือเล่มนี้ที่นี่

 
          อ่านหนังสือนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าประเทศไทยได้ก้าวหน้าไปมากในการหารายได้จากบริการสุขภาพที่ผนวก กับการท่องเที่ยว   ซึ่งแน่นอน เป็นบริการแก่คนที่พอมีเงิน และเป้าหมายหลักของบริการนี้คือหารายได้เข้าประเทศ   ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนเห็นคุณค่า

 
          แต่ก็จะมีคนบางคนออกมาท้วงติง ว่าให้ระวัง ว่าทรัพยากรเพื่อบริการสุขภาพ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาชีพด้านสุขภาพ) ที่มีจำกัดจะถูกดึงดูดไปทำงานบริการต่างชาติเสียหมด ด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าอย่างมากมาย   เป็นการเพิ่มความไม่เป็นธรรมในสังคมให้ถ่างกว้างขึ้น

 
          ผมเห็นด้วยกับข้อท้วงติงให้ระมัดระวัง    แต่ก็เห็นด้วยว่าประเทศไทยควรเพิ่มความเข้มแข็งของ health tourism ของประเทศ    สำหรับเป็นแหล่งหารายได้เข้าประเทศ   โดยต้องมีการจัดการระบบให้รายได้นั้นมีการกระจายแบ่งสัดส่วนอย่างเป็นธรรม   และมีการดูแลป้องกันไม่ให้มีการดึงดูดบุคลากรจากระบบบริการแก่คนทั่วไทยไป เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพผนวกการท่องเที่ยว

 
          และในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการจัดการเสริมความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพแก่คนไทย ส่วนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ไม่ถูกทำให้อ่อนแอโดยบริการสุขภาพผนวกการท่องเที่ยวสำหรับคนต่างชาติ

 
          ต้องมีระบบข้อมูลคอยตรวจสอบความเข้มแข็งของระบบ   และมีระบบ risk managementของระบบบริการสุขภาพแก่คนไทย   ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้างที่พึงระวัง   ความเสี่ยงด้านใดที่กำลังเพิ่มขึ้น   และได้มีการลงมือแก้ไขอย่างไร

 

 

 
วิจารณ์ พานิช
๗ ม.ค. ๕๕