นี่คือความใฝ่ฝันในชีวิตยามสายันต์ของผม อยากเห็นมูลนิธิ ซึ่งเป็นกลไกให้ประชาชนพลเมืองรวมตัวกันทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็น public sector ภาคประชาชน มีความเข้มแข็ง ทำงานอย่างมืออาชีพ มีความต่อเนื่องยั่งยืนในเชิงสถาบัน
มูลนิธิที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องมักจะได้รับคำแนะนำจากผมให้ปรับการทำงาน จากทำแบบตามสบาย เป็นแบบมืออาชีพ ใช้การจัดการสมัยใหม่ และมีแกนนำทำงานเต็มเวลาและมีิเงินเดือนที่ช่วยให้ทุ่มเททำงานได้ ไม่ต้องกังวลหารายได้เสริมจากแหล่งอื่น โดยที่ต้องเข้าใจว่า การรับเงินเดือนที่สูงพอสมควรไม่ได้ลบจิตใจหรืออุดมการณ์ของการทำงานเพื่อสังคม แต่กลับช่วยให้มีโอกาสทำงานเพื่อสังคมอย่างมืออาชีพ มีความทุ่มเทเอาใจใส่เต็มร้อย หรือเต็มเวลา
เที่ยงวันที่ ๒๙ ธ.ค. ๕๔ มูลนิธิสยามกัมมาจล โดย ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย นัดมูลนิธิโกมลคีมทองมากินข้าวเที่ยงและคุยหาทางร่วมมือกันกับมูลนิธิสยามกัมมาจล เพราะเห็นว่ามูลนิธิโกมลฯ มีประวัติการทำงานและชื่อเสียงยาวนานถึง ๔๑ ปี โดยผู้มาร่วมคุยคือ นพ. วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานมูลนิธิ, นพ. บัญชา พงษ์พานิช กรรมการ, และคุณกระรอก ผู้จัดการมูลนิธิ
ทางมูลนิธิโกมลฯ บอกว่าเป้าหมายคือสร้่างอุดมการณ์ของคนหนุ่มสาว ผ่านกิจกรรมค่ายอาสา เวลานี้มีกิจกรรมค่ายปีละ ๑๐๐ ครั้ง โดยเงินสนับสนุนจาก สสส. เงินบริจาคทั้งหมดเข้าสู่กิจกรรมเพื่อสังคม ไม่มีการหักค่าบริหารเลย ชาวค่ายทั้งหลายรวมตัวกันเป็นกลุ่ม Gen-V (Generation Volunteer)
ดร. วิชิตเสนอว่า ในการทำงานต้องมีการประเมิน เพื่อสร้างการเรียนรู้ และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินการ และต้องมีการจัดการแบบเต็มเวลาอย่างมืออาชีพ รวมทั้งต้องมีฐานข้อมูล และเลือกทำกิจกรรมที่ทำได้ดีจริงๆ เพื่อให้มูลนิธิสามารถสร้างผลกระทบให้แก่สังคมได้อย่างจริงจัง
นี่คือความใฝ่ฝันในชีวิตยามสายันต์ของผม อยากเห็นมูลนิธิ ซึ่งเป็นกลไกให้ประชาชนพลเมืองรวมตัวกันทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็น public sector ภาคประชาชน มีความเข้มแข็ง ทำงานอย่างมืออาชีพ มีความต่อเนื่องยั่งยืนในเชิงสถาบัน
มูลนิธิสยามกัมมาจล กำลังวางยุทธศาสตร์การทำงานในช่วง (phase) ที่ ๒ คือเน้นทำงานร่วมกับองค์กรอื่น ที่มุ่งทำงานอย่างยั่งยืนยาวนาน เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนมีคุณภาพและมีจิตสาธารณะ เปลี่ยนจากการทำงานช่วงที่ ๑ ที่เน้นสนับสนุนโครงการ ช่วงที่ ๒ หันมาเน้นสถาบัน เน้นการไปหนุนสถาบันที่ทำงานเพื่อพัฒนาเยาวชน ให้ทำงานอย่างมืออาชีพ มีการเรียนรู้และปรับปรุงตนเอง
ผมโชคดี ที่ชีวิตได้หันเหมาทำงานเพื่อความเข้มแข็งของภาคประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ
วิจารณ์ พานิช
๒๙ ธ.ค. ๕๔

ภาพบรรยากาศของการพูดคุย
ขออนุโมทนากับองค์กรเพื่อสังคมทั้งสองด้วยนะครับ