เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 ผมและคุรสายัณห์ ได้นำคณะศึกษาดูงานจากกองพัฒนาการเกษตรพื้นที่เฉพาะ ไปศึกษาดูงานในภาคสนาม โดยจุดที่ 2 ของการศึกาดูงานได้เนทางไปที่บ้านนาป่าแดง หมู่ที่ 1 ตำบลคุยบ้านโอง อำเภอพรานกระต่าย (ลิงค์อ่านรายละเอียด)
ในขณะที่เราไปศึกษาดูงานอยู่นั้น ได้มีเกษตรกรลูกค้า ธกส. ได้มาเรียนรู้ดูงานและฝึกปฏิบัติในฐานการเรียนรู้ต่างๆ อยู่แล้วจำนวนหลายสิบคน ได้เห็นกระบวนการจัดการความรู้โดยมีกระบวนการ ลปรร. ที่ดำเนินการโดยชุมชนของที่นี่เอง เห็นว่ามีความก้าวหน้าและน่าสนใจมาก เลยบันทึกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับชาว Gotoknow.org เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของอำเภอพรานกระต่าย ซึ่งมีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมบูรณาการกันในการทำงาน คือหน่วยงานทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง แต่ให้ชุมชนเป็นคนบริหารจัดการและเป็นวิทยากรถ่ายทอดกันเอง
- คุณรัตติยา ขวัญคำ นักส่งเสริมฯ เลขาศูนย์ฯ บอกกับผมว่า ปัจจุบันทำงานง่ายขึ้น ชาวบ้านที่นี่สามารถจัดการ ลปรร.กันได้เอง

คุณรัตติยา ขวัญคำ
- สถานที่ที่ใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนนี้ อยู่ที่กลุ่มเกษตรธรรมชาติ หมู่ที่ 1 บ้านนาป่าแดง ตำบลคุยบ้านโอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ทางไปจังหวัดสุโขทัย

มีสถานที่สำหรับการจัดการ ลปรร. อยู่ในชุมชน
- ทีมแกนนำที่มีทั้งผู้นำที่เป็นทางการ และผู้นำที่เป็นวิทยากรเกษตรกร และข้าราชการในพื้นที่มาร่วมมือกัน

วันที่ผมไป มีการจัดฐานการเรียนรู้และศึกษาของจริงไว้ 4 ฐาน คือ
ฐานการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องหมูหลุม เป็นแนวทางการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และการผลิตปุ๋ยคอกของชุมชน

หมูหลุม (ผมใช้ภาพเก่าเพราะวันนั้นรีบเลยไม่ได้ไปถ่ายภาพเพิ่ม)
ฐานการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องการผลิตและใช้สารสกัดชีวภาพ ทั้งสารไล่แมลง และปุ๋ย-ฮอร์โมนน้ำชีวภาพ

ฐานที่ 3 การเรียนรู้เรื่องการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีทั้งฝึกการผสมโดยใช้แรงคน และใช้เครื่องจักร

ฐานการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องการผลิตน้ำยาเอนกประสงค์ ทั้งแชมพู นำยาสระผม นำยาล้างจาน

นอกจากฐานการเรียนรู้ทั้ง 4 ฐานแล้ว ยังมีจุดเรียนรู้อื่นๆ อีกหลายเรื่องที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เช่น จุดจำหน่ายสินค้าที่ผลิตได้ของกลุ่ม และการผลิตน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น


การผลิตน้ำส้มควันไม้
เห็นการจัดการความรู้ของชุมชนที่นี้แล้ว ผมคิดว่าพวกเรานักส่งเสริมการเกษตรหรือนักพัฒนาท่านอื่นๆ คงเห็นด้วยกับผมนะครับว่า
- ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนนั้นมีอยู่มาก เพียงแต่ยังไม่ได้นำมาจัดการเพื่อให้เกิดการ ลปรร. และใช้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็น
- การบริหารจัดการในการ ลปรร. โดยชุมชนนั้น น่าจะได้ผลและก่อให้เกิดความยั่งยืนได้ดีกว่า "คนนอก" ไปดำเนินการให้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ไกล้ตัวและสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแท้จริงบันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
- คงต้องทบทวนและปรับกระบวนการทำงานกันใหม่ เริ่มตั้งแต่การคิดเรื่องการที่จะเอาความรู้หรือโครงการไปให้ชาวบ้าน เปลี่ยนมาเป็นการเข้าไปช่วยสนับสนุนหรือจัดกระบวนการให้ชาวบ้านได้มีเวทีได้มา ลปรร.กันมากยิ่งขึ้น และบันทึกไว้เพื่อเผยแพร่ต่อยอด
- ผมคิดว่า การเรียนรู้ของชาวบ้านในลักษณะนี้น่าจะยังมีอีกมากในจังหวัดกำแพงเพชร จะพยายามเสาะหาและบันทึกมาเพื่อแลกเปลี่ยนต่อไปครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก