จดหมายฉบับหนึ่งที่ "โกมล คีมทอง" เขียนถึงคุณครู "ธวัชชัย เหรียญทอง" ครูผู้ต้องการเป็นครูมากกว่าอาจารย์ ผู้เคยสอนโกมลในช่วงที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในโรงเรียนประจำอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี และเป็นผู้ที่เขาให้ความเคารพนับถืออย่างมาก จนอาจกล่าวได้ว่าครูท่านนี้มีอิทธิพลต่อวิถีความเป็นครูที่แท้ของเขาในเวลาต่อมา
ครุศาสตร์ จุฬาฯ
๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๒
เรียน คุณครูที่เคารพ
ขณะนี้ผมกำลังฝึกสอนอยู่วัดบวรนิเวศ รับหน้าที่เป็นครูจริง ๆ ที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้เด็ก ยิ่งอยู่นานเท่าไรความคิดถึงครู คิดถึงสภาพสมัยเมื่อก่อนที่ผมได้รับคำสั่งสอนจากครูก็มีมากมาย ซึ่งโดยที่แท้แล้ว ความรู้สึก ความคิดถึงนี้ได้มีมาเรื่อย ๆ ผมไม่ค่อยได้กลับมาบ้านหมี่นัก และโดยเฉพาะการมาพบกับครู การเขียนจดหมายมาถึงก็ไม่ได้ทำเลย แต่เรื่องที่คิดถึง เรื่องที่พูดถึง กล่าวถึง เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้ขาดเลย ผมกำลังจะบอกว่า คำพูด คำสอนของครูทั้งหมด ตลอดจนบุคลิก ท่าทาง การปฏิบัติตัวของครู เป็นสิ่งที่ฝังใจผมอยู่เรื่อยมา และมารู้ตัวมากขึ้นเมื่อมาสอนเด็กอยู่ขณะนี้ รู้สึกว่า "ปานขาว" ได้จำลองแบบของครูธวัชชัยไว้อีกคนหนึ่งแล้วอย่างช่วยไม่ได้
และจากลักษณะที่กล่าวมาแล้วนี้เอง ทำให้เกิดความคิด เห็นความสำคัญของคนเป็นครูขึ้นมากมาย ปัจจุบัน คนเป็นครูด้วยใจรักแทบจะหาตัวได้น้อยเหลือเกิน โดยเฉพาะระดับยิ่งสูงขึ้นไป เพราะไม่โก้และไม่ได้เงินเท่าอาชีพอื่น คนที่เป็นครูจึงเป็นพวกที่สอบแข่งสู้ใครไม่ได้แล้ว ไปไหนไม่รอดแล้วเป็นส่วนมาก หรือไม่อีกที ก็พวกที่ไม่รู้จะทำอะไรได้แล้ว หันกลับมาสอนหนังสือหากิน พวกอยู่กรุงเทพฯ มีประเภทนี้มาก งานอดิเรก คือ สอนหนังสือหากิน งานประจำคืออาชีพอื่นหรือเรียน ซึ่งก็วิชาอื่น จบแล้วก็ออกไปทำอย่างอื่น พวกนี้จะเป็นได้อย่างก็คือคนสอนหนังสือ แต่จะยกให้เป็นครูนั้น ผมเห็นไม่เหมาะ
เป็นครูทำอย่างไร ถึงจะให้หยิ่งและภาคภูมิใจในฐานะและอาชีพของตนก่อนเป็นปฐม ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้แล้ว ก็จะหันมาสนใจตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง ว่าทำอย่างไรจึงจะให้เหมาะสมกับฐานะนี้ ปัจจุบัน ความรู้สึกเช่นนี้มีน้อย คนเป็นครูมีความรู้สึกมีปมด้อยไปเสียมาก แล้วจะให้เด็กเกิดความภาคภูมิยกย่องไปด้วยอย่างไรได้ คนถ้าจะให้คนอื่นนิยมยกย่องตัว คนนั้นต้องมีอะไรดีและเกิดความรู้สึกนั้นต่อตัวเองเสียก่อน ผมคิดอย่างนี้
อยากจะเรียนให้ครูทราบอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตระหนักอยู่เหมือนกันว่า เท่ากับเอามะพร้าวมาให้คนสวน แต่ก็อดไม่ได้ ผมอยากจะเสนอไว้ ณ ที่นี้คือ เรื่องวัยของเด็กขณะย่างขึ้นวัยรุ่นไปแล้วนั้น เป็นวัยที่เสาะแสวงหาตัวอย่าง แบบอย่าง ที่จะเรียนแบบอย่างยิ่ง ใครอยู่ใกล้มีอิทธิพลต่อจิตใจ เป็นที่ประทับใจก็จะพยายามถอดแบบ และถ้าผู้ใดกระทำให้เป็นที่รักเคารพได้มาก ๆ แล้ว คนนั้นก็จะเป็นวีรบุรุษประจำได้ง่าย ๆ และเมื่อถึงวันนั้นแล้วการถ่ายทอด ลอกเลียนแบบก็จะเป็นไปได้อย่างหมดสิ้นทีเดียว ข้อนี้มิได้เอาตำรามาพูดเลย แต่เอาจากประสบการณ์ จากที่ได้พบเห็นทั้งของตัวเองและของเพื่อนมาพูด
และก็ข้อนี้อีกเช่นกัน ที่ได้เห็นตัวอย่างไปจากครูเองเป็นคนที่ให้ความคิดนี้จากการปฏิบัติตัวของครู และจากผลที่ออกมาคือการพูดถึงของเพื่อน ๆ การกระทำตัวและความคิดเห็นที่เกิดกับผมเอง
ผมได้พูดหลายเรื่องมามาก ในท้ายที่สุดของฝากส่งความเคารพและระลึกในพระคุณมากับจดหมายนี้ หวังว่าคุณครูจะทำงานเพื่อแก่ยุวชนรุ่นต่อ ๆ ไป เพื่อแก่สังคม และแก่ประเทศชาติ สิ่งใดที่เป็นอุปสรรคจะบั่นทอนกำลังใจ ผมเชื่อว่า คุณครูผ่านมามาก และโชกโชนพอที่จะมองเห็นว่าเป็นธรรมดา แต่สำหรับผม จะไม่เห็นเป็นธรรมดาเลยถ้าได้ทราบว่า คุณครูได้วางมือหรือเลิกรายอมแพ้ เพราะคุณครูได้แสดงออกให้เห็นอยู่เสมอมาว่า ลักษณะนี้เข้มแข็งเท่านั้นเป็นลักษณะของชายและการต่อสู้
ผมขอฝากความเคารพและระลึกถึงมาแต่เท่านี้
ด้วยความเคารพอย่างสูง
โกมล คีมทอง
.......................................................................................................................................
การเป็นครูด้วยวิญญาณ ย่อมต้องมีต้นแบบที่เป็นครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้ก่อนเสมอ
ผมกำลังจะนำจดหมายฉบับนี้ไปสอนนักศึกษาครูในเช้าวันพรุ่งนี้ ก่อนที่เขาจะออกไปศึกษาสังเกตสถานศึกษาในสัปดาห์ต่อไป
หวังเพียงว่า จดหมายฉบับนี้จะทำให้เขามีความตระหนักและสำนึกในหน้าที่แห่งความเป็นครูของพวกเขาเท่านั้น
บุญรักษา ทุกท่านครับ
.......................................................................................................................................
แหล่งอ้างอิงจาก ...

(http://www.bookmartonline.com/book_cover/K002-00101.jpg)
โกมล คีมทอง. โกมลฅนหนุ่ม รวมข้อเขียนแห่งความบันดาลใจ. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง, ๒๕๔๐.
สวัสดีค่ะอาจารย์
จดหมายจากศิษย์ถึงครู หลายอย่างได้เรียนรู้ และยึดเป็นต้นแบบที่ดี
อ่านแล้วก็นึกถึงพระคุณครูค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณ ถาวร ;)...
ได้ไปใช้แล้วนะครับ แต่ไม่แน่ใจถึงผลเท่านั้นเองครับ ;)...
เจ๋งค่ะ ด้วยจิตคารวะท่านอ. โกมลคนหนุ่ม
ขอบคุณค่ะอ. เสือโสด คนก สระ ไม้เอก :)
เนื้อความยังคง "อมตะ" ถึงปัจจุับันจริง ๆ ครับ คุณ Poo ;)...
ขอบคุณมากครับ
ครูที่ดีในวันนี้ เป็นลูกศิษย์ที่ดีในวันวาน
ครู..สร้างโลก ด้วยการสร้างศิษย์
ศิษย์..ก็จะสร้างโลก ตามรอยครู
"คุณครู จึงเป็นบุคคลสำคัญ ที่มีคุณค่าอย่างมาก ต่อโลก"
ขอบคุณบันทึก (สร้างโลก) ที่ปลูกความคิดดีงามนี้นะครับ
ยินดีและขอบคุณท่าน อ.นุ เช่นกันครับ ;)...
...งานอดิเรก คือ สอนหนังสือหากิน งานประจำคืออาชีพอื่นหรือเรียน ซึ่งก็วิชาอื่น จบแล้วก็ออกไปทำอย่างอื่น พวกนี้จะเป็นได้อย่างก็คือคนสอนหนังสือ แต่จะยกให้เป็นครูนั้น ผมเห็นไม่เหมาะ
เป็นครูทำอย่างไร ถึงจะให้หยิ่งและภาคภูมิใจในฐานะและอาชีพของตนก่อนเป็นปฐม ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้แล้ว ก็จะหันมาสนใจตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง ว่าทำอย่างไรจึงจะให้เหมาะสมกับฐานะนี้..
###
แม้ว่าความคิดนี้ของคุณครูโกมล บันทึกในปี 2512
ก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ..และยังจริงในบริบทอื่นๆ ด้วย
ข้อความนี้โดนใจอย่างแรง..หลังจากพยายามสื่อสารข้อความนี้ออกไปแล้ว
แต่เหมือนไม่มีใครได้ยิน
มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับผมเลยว่า จดหมายฉบับนี้มีอายุ ๔๗ ปี แต่ยังคงเป็นความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่า ไม่เคยเปลี่ยนแปลงกันได้สักกะที ;)...
สิ่งที่คุณหมอบางเวลา ป. พยายามแล้วนั้น ... เขาไม่ได้ยิน เพราะเป็นคำที่เขาไม่อยากได้ยิน เขาจึงเลือกทำเป็นไม่เข้าใจไป เพื่อยังผลประโยชน์ต่อสิ่งที่ตัวเองกำลังทำเพื่อปากท้องและความอยากอยู่ เท่านั้นเองครับ
ขอบคุณอุดมการณ์คุณหมอบางเวลา ป. นะครับ ;)...
คุณหมอสมควรที่จะได้รับการยกย่องในการเป็นทั้งหมอและครูที่ดีไปพร้อม ๆ กัน ;)...
อู้ฮู ! คำถามอาจารย์หมอเต็ม เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี แรงจนหยุดไม่อยู่ครับ ;)...
คำถามนี้ทำให้ผมต้องนั่งคิดต่อไปอีก ๑๐ ปี ...
ขอบคุณมากครับ ;)...