Mirror neurons ?? คืออะไร
เซลล์กระจกเงา (mirror neurons) การเซลล์ประสาทที่อยู่ในสมอง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการทำงานขณะที่ทำการสังเกตการเคลื่อนไหวได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันกลไกของเซลล์กระจกเงาแบบเดียวกันในมนุษย์ โดยมีการใช้เครื่องตรวจสนามแม่เหล็กหรือที่เรียกกันว่า MRI. เพื่อศึกษาตำแหน่งของสมองที่ถูกกระตุ้นเมื่อได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของผู้อื่นเช่น ปาก มือ เท้า ก็พบว่าบริเวณของสมองที่เรียกว่าพรีมอเตอร์ คอร์เทค (premotor cortex) จะถูกกระตุ้นตามตำแหน่งของกล้ามเนื้อนั้น ส่งผลให้เกิดความรู้รุ่นใหม่ๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ การพัฒนาตนเองของมนุษย์อย่างมากมาย ทฤษฎีเซลล์กระจกเงาในระยะเริ่มแรกถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องการพัฒนาเด็ก เพราะสมองของเด็กนั้นมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้เด็กเห็นและทำให้เด็กเกิดการลอกเลียนแบบ นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้ในการขัดเกลาคนในสังคม ขณะเดียวกันการพยายามที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นยังมีส่วนนำมาพัฒนาควบคู่กับการเข้าถึงภาวะจิตใจของผู้อื่นอีกด้วย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบุคลิกภาพของมนุษย์
เซลล์กระจกเงาทำหน้าที่อย่างไร
- เพื่อทำให้เราเข้าใจคนอื่น พอเข้าใจคนอื่นก็จะเป็นกลไกที่จะทำให้เกิดการสร้าง Social relationship แต่ว่าบังเอิญเส้นทางของมันมีการ copy ด้วย พอมีการ copy ก็เลยมีการ copy cat แบบเด็ก เชื่อว่าอย่างนั้น และช่วงหลังก็มีคนเอาเรื่องนี้ไปใช้กับการฝึกฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต พบว่าได้ผล เพราะว่าเซลล์กระจกเงาอยู่ที่ premotor ส่งสัญญาณไปที่ motor area ทำให้หายจากการเป็นอัมพาตได้ไว้กว่าการฟื้นฟูแบบเดิม มีทำในเมืองไทยแล้ว เพราะฉะนั้นเส้นทางของ เซลล์กระจกเงา อันดับแรกคือ copy cat คือการเลียนแบบเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหวนั่นเอง
- เป็นวิวัฒนาการ เป็นตัวการที่ทำให้เราแตกต่างจากลิง ก็เพราะว่าสัตว์บางชนิด มีเรื่อง MN copy ได้ แต่ว่าไม่มาถึงขนาดนี้ อย่างนกบางพันธุ์มันสามารถ copy เสียงพูดเราได้ แต่มันไม่เข้าใจว่าคืออะไร ลิงก็มีความเข้าใจระดับหนึ่ง แต่ว่าน่าเป็นวิวัฒนาการที่แตกต่างของมนุษย์ หรือแม้พวกเราเห็นอาจารย์เราทำอะไรบางอย่าง เราก็ copy เห็นอาจารย์ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เดี๋ยวเดียวเราก็ลองทำ ต่อไปเราก็เป็น หรือว่าการทำกิจกรรมที่เป็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็น ทักษะทาง Facial skill หรือ เป็น imitative learning นี้คือที่ทดลองทำ ให้คนไข้ที่เป็นอัมพาต สมมติว่าอัมพาตแขนขวา หยิบอะไรไม่ได้เขาก็จะให้ดู VDO ว่าแขนขวากำลังหยิบแอบเปิ้ลขึ้นมากิน ให้ดู VDO แค่นั้น ไม่ต้องทำฟื้นฟูสมรรถภาพ และกายภาพ ปรากฏว่า ทำให้คนไข้หายจากการเป็นอัมพาตของแขนขวาได้ไวกว่าวิธีการปกติ มี report ปี 2007
ข้อมูลจาก
http://thaihypnosis.blogspot.com/2011/04/mirror.html
http://www.baanjomyut.com/library_2/the_mirror/index.html
ซึ่งในที่นี้คือนักศึกษากิจกรรมบำบัด จึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mirror therapy ในกิจกรรมบำบัด คือ
การใช้ Mirror Therapy (MT) ในกิจกรรมบำบัด
วิธีการรักษา คือ ให้ผู้รับบริการนั่งหน้ากระจำตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างกระจก ให้ผู้รับบริการเห็นมือข้างดีในกระจก แล้วใช้มือข้างดีทำการเคลื่อนไหว แล้วให้จินตนาการว่า มือข้างดีที่เคลื่อนไหวคือมือข้างที่อ่อนแรง ซึ่งมือข้างอ่อนแรงก็จะพยายามทำการเคลื่อนไหวตาม ซึ่งการมองภาพในกระจกจะกระตุ้นการทำงานของสมอง และช่วยให้ฟื้นฟูด้านMotor และ Recovery อีกด้วย
ผู้รับริการที่ควรจะได้รับการรักษา MT ตัวอย่างเช่น
- complex regional pain syndrome (CRPS)
- phantom limb pain
- arthritis in the thumb
- Reflex Sympathetic Dystrophy (RSD)
- CTS
- Upper limb neuropathic pain
- Stroke
หลักฐานเชิงประจักษ์
การรักษาผู้รับบริการที่มีการสูญเสียความรู้สึกในระยางค์ส่วนบนหลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Doyle S, Bennett S, Fasoli SE, McKenna KT.2011)
- MT ช่วยเพิ่มความรู้สีกการสัมผัสเบา, การกด, การรับรู้อุณหภูมิและความเจ็บ
- MT ช่วยฟื้นฟูด้านการเคลื่อนไหวของผู้รับบริการที่เป็นอัมพาตครึ่งซีก