ดังนั้นจึงทำให้เห็นว่าพุทธศาสนามิใช่เป็นศาสนาแห่งการรับหรือเอาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเป็นศาสนาแห่งการให้ด้วย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรืออาจจะใช้ภาษาร่วมสมัยว่าให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี

 

     พุทธศาสนาเชิงรุกด้านนี้ เหมาะสำหรับประเทศไทยในยุคปัจจุบันนี้ที่ทำให้เห็นว่าพุทธศาสนายังมีจำเป็น ทำให้เกิดความหวังต่อประชาชนอยู่มาก ซ้ำยังทำให้พุทธศาสนาครองความเป็นเสียงข้างมากในประเทศอีกด้วย ดังนั้นจึงทำให้เห็นว่าพุทธศาสนามิใช่เป็นศาสนาแห่งการรับหรือเอาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเป็นศาสนาแห่งการให้ด้วย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรืออาจจะใช้ภาษาร่วมสมัยว่าให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรีพุทธศาสนาเชิงรุกด้านการศึกษาสงเคราะห์นี้จึงหมายถึงการจัดการศึกษาที่ให้กับสังคมเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูล  ด้านการศึกษาแก่ประชาชนทุกระดับ โดยผ่านสถาบันการศึกษาอื่น ๆ  หรือให้แก่นักเรียนผู้กำลังศึกษาอยู่  ดังนั้นการศึกษาสงเคราะห์  จึงเป็นภารกิจอันหนึ่งของคณะสงฆ์

     พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545  (พระธรรมปัญญาภรณ์และพระมหาทองดี ปญฺญาวชิโร, 2548 : 99-100)  ระบุว่า วัดสามารถจัดการศึกษาได้โดยถือหลักการว่า “การศึกษาคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยการผสมผสานระหว่างระบบการศึกษาทั้ง 3 ระบบคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ด้วยรูปแบบและวิธีการต่าง ๆ ตามหลักการที่ว่า “ความมีเอกภาพทางด้านนโยบายและความหลากหลายในทางปฏิบัติ”  คือ

     1.การจัดการศึกษาเพื่อสร้างศาสนทายาท เป็นการศึกษาเพื่อสืบสานและจรรโลงพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหน้าที่ของวัดจะต้องดำเนินการ คือ การศึกษาพระปริยัติธรรมและบาลี การศึกษาอภิธรรม การศึกษาอบรมวิปัสสนากรรมฐาน เป็นต้น

     2.การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์คือ โรงเรียนเอกชนการกุศลของวัด โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา มหาวิทยาลัยสงฆ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์ฝึกวิชาชีพ และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น

     3.การส่งเสริมการศึกษาอบรมแก่เยาวชนของชาติ คือ การให้มีทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาของเด็ก การให้ที่พักอาศัยแก่เด็กที่กำลังศึกษาเล่าเรียน การอบรมระยะสั้นแก่ประชาชนทั่วไป เช่น บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน การอุปสมบท จัดโครงการค่ายพุทธบุตรและค่ายพุทธธรรม เป็นต้น

     ในการดำเนินการของวัดดังที่กล่าวมาผู้วิจัยแบ่งออกได้เป็น  2  ระดับ คือ การจัดการศึกระดับต้น และการจัดการศึกษาระดับสูง มีรายละเอียด ดังนี้

     1.การศึกษาระดับต้น

     การศึกษาระดับต้น หมายถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่เกินจำนวน  15  ปีตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5  ประเภท  คือ

          1.1.การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยการสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม   แผนกสามัญเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ  ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม  แผนกสามัญศึกษา  ปี พ.ศ. 2537   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้พระภิกษุสามเณรได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้กำหนดไว้  ซึ่งมีหลักสูตรวิชาสามัญเป็นหลัก  โดยมีวิชาการทางด้านพระพุทธศาสนา เช่น  หมวดพระธรรมวินัย  หมวดภาษาบาลี และหมวดศาสนปฏิบัติ เป็นพื้นฐาน ปัจจุบันมีการเปิดการเรียนการสอนแทบทุกอำเภอโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย  เฉพาะจังหวัดพะเยามีทั้งสิ้น  9  โรงเรียน  ประกอบไปด้วย โรงเรียนสุวรรณคณานุสรณ์ โรงเรียนวัดโพธาราม โรงเรียนราชคฤห์วิทยา โรงเรียนห้วยข้าวก่ำวิทยา โรงเรียนปัวดอยวิทยา โรงเรียนนาปรังวิทยา โรงเรียนป่าแขมวิทยา โรงเรียนหย่วนวิทยา และโรงเรียนม่วงชุมวิทยา (ข้อมูลปี 2553)

          1.2.การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยการสร้างโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา  เดิมใช้ชื่อว่าโรงเรียนราษฎร์ของวัด  เป็นโรงเรียนที่ทางวัดหรือมูลนิธิของวัดได้จัดตั้งขึ้น  ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือประชาชนต่อมาได้โอนย้ายมาเป็นโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา  พ.ศ.2532  มีหลายระดับตั้งแต่ระดับอนุบาล  ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาต้นและปลาย โดยอยู่ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน  ปัจจุบันมีการเปิดให้นักเรียนทั้งหญิงและชายเข้าศึกษา ตลอดถึงพระภิกษุสามเณรด้วย เฉพาะในจังหวัดพะเยามี  2 โรงเรียน คือโรงเรียนพินิตประสาธน์ และโรงเรียนบุญเกิดแสงส่องหล้า (ข้อมูลปี 2553)

           1.3.การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยการสร้างโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนตามพระราชประสงค์  เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งตามพระราชประสงค์และอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์  โดยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน ปัจจุบันมีเปิดการเรียนการสอนในจำนวนที่จำกัดอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย

          1.4.การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยการสร้างศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์(ศพอ.) เป็นการนำแนวคิดการจัดตั้งมาจากประเทศศรีลังกา  ว่าด้วยศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์  พ.ศ. 2534   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกทางด้านศีลธรรม  ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามให้กับประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนของประเทศ  โดยเปิดทำการเรียนการสอนเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น  ปัจจุบันทางภาครัฐได้มีนโยบายให้เกิดขึ้นตำบลละ  1  ศูนย์ ทั้งนี้ในส่วนภูมิภาคเป็นความรับผิดชอบของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพื่อกำกับดูแล  เฉพาะจังหวัดพะเยามีทั้งสิ้น  77 แห่ง (ข้อมูลปี 2553)

          1.5.การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยการสร้างโรงเรียนอบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด  สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด  พ.ศ. 2537  โดยมีวัตถุประสงค์ในการอบรมเด็กเล็กก่อนวัยเรียน  ปัจจุบันขึ้นอยู่กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดำเนินการบริหารจัดการ แต่โดยมากยังใช้สถานที่วัดอยู่

     2.การศึกษาระดับสูง

     การศึกษาระดับสูง หมายถึงการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงฆ์มีจำนวน 2  มหาวิทยาลัย  คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  มีรายละเอียด ดังนี้

          2.1.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2432  โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  5   เดิมให้ชื่อว่ามหาธาตุวิทยาลัย และมีพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามใหม่ว่า มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ 13  กันยายน พ.ศ.2439  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี จนถึงปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาเป็นหลัก มี 10 วิทยาเขต  7  วิทยาลัยสงฆ์  10 ห้องเรียน  18 หน่วยวิทยบริการกระจายครอบคลุมแทบทุกจังหวัดของประเทศ และสถาบันสมทบ 7  แห่งที่กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ  ทั้งเอเชียและยุโรป โดยมีพุทธศาสนาเชิงรุกที่สำคัญ คือ การจัดงานพุทธศาสนสัมพันธ์โลก การจัดงานวิสาขบูชาโลก การจัดวิทยาลัยนานาชาติ โครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ โครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน  โครงการธรรมจาริกสู่พื้นที่สูง โครงการสถานีวิทยุโทรทัศน์  เป็นต้น

          สำหรับการจัดการศึกษาในจังหวัดพะเยา มีวิทยาเขตจำนวน 1 แห่งคือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา โดยมีการจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534  ปัจจุบันมีการเรียนการสอนใน 3 คณะ 6 สาขาวิชา ในระดับปริญญาตรี ส่วนในระดับบัณฑิตศึกษามี  1  สาขาวิชา (ข้อมูลปี 2533)

          2.2.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436  โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  5 ปัจจุบันได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาเป็นหลัก มี 7  วิทยาเขต  3  วิทยาลัย และ  12  ศูนย์การศึกษากระจายครอบคลุมทุกภาคของประเทศ

     โดยมีพุทธศาสนาเชิงรุกที่สำคัญ คือ โครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ โครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน โครงการสถานีวิทยุ  เป็นต้น

     อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาสงเคราะห์ยังได้รับการสนับสนุนจากพระสงฆ์และองค์กรทางพุทธศาสนาในด้านต่าง ๆ  เช่น อุปกรณ์การศึกษา  การตั้งทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อเป็นการช่วยพัฒนาด้านการศึกษาสงเคราะห์ทั้งที่เป็นงานของคณะสงฆ์และเป็นงานของรัฐ

     งานด้านการศึกษาสงเคราะห์นี้ พระธรรมโกศาจารย์-ประยูร ธมฺมจิตฺโต (2548 : 1-15) สรุปประเด็นไว้อย่างน่าสนใจว่า การเผยแผ่เชิงรุกด้วยการศึกษาสงเคราะห์  เป็นการทำให้พระพุทธศาสนาครองความเป็นเสียงข้างมากในประเทศมาได้อย่างยาวนาน พระสงฆ์ในอดีตได้ทำการเผยแผ่เชิงรุกด้วยการทำหน้าที่เป็นครูสอนเด็กและเยาวชน  วัดในอดีตทำหน้าที่เป็นโรงเรียน  พระสงฆ์ไม่ได้สอนแต่วิชาพระพุทธศาสนาเท่านั้นยังได้สอนวิชาต่าง ๆ อีกมาก  ประชาชนเป็นศิษย์จึงเคารพเชื่อฟังพระสงฆ์  ดังนั้นจึงเรียกการที่พระสงฆ์สอนในโรงเรียนว่า  การศึกษาสงเคราะห์และเรียกการสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรว่า  ศาสนศึกษา  การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอดีตใช้การศึกษาสงเคราะห์เป็นตัวนำ นับว่าเป็นกลยุทธหนึ่งในการนำพุทธศาสนาเข้าหาประชาชนที่ได้ผลยิ่ง

                ดังนั้น การศึกษาสงเคราะห์ จึงเป็นพุทธศาสนาเชิงรุกที่มีพลังอำนาจอย่างยิ่ง ที่สามารถเข้าถึงประชาชนแทบทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่เป็นต้นกล้าของสังคมอันเป็นคุณภาพที่จะส่งผลให้พุทธศาสนายั่งยืนตลอดไป