วันนี้เป็นวันประชุมประจำเดือน ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช (และก็คงจะเป็นของอีกหลายๆ หน่วยงาน) โดยมีผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอในสังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 23 อำเภอ และข้าราชการ ท่าน ผอ.วิมล วัฒนา ได้เปิดการประชุมด้วยเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ และได้มอบหมายให้ดิฉันเล่าเรื่องที่ทีมคุณเอื้อจังหวัดได้เข้าพบ ลปรร. กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรายงานถึงความก้าวหน้าและปัญหาที่พบเจอในการทำงานในพื้นที่เมื่อวานนี้ให้ที่ประชุมรับทราบ ดิฉันจึงได้สรุปประเด็นให้ที่ประชุมทราบว่าปัญหาส่วนใหญ่คือผู้ที่ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ยังหลงผิดคิดว่า KM คือกิจกรรม ลืมคิดไปว่า KM คือเครื่องมือ ทีมคุณเอื้อจังหวัด และทีมวิชาการจึงต้องรีบ ทำ Textbook เพื่อให้ความรู้กับคุณอำนวย และต้องปรับแผนการทำงานกันใหม่ (รายละเอียดในบันทึกเมื่อวานนี้ค่ะ) ที่ประชุมในวันนี้จึง ลปรร. ร่วมกันว่าปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือส่วนราชการขาดการบูรณาการอย่างจริงจัง ไม่มีความจริงใจในการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ คิดแต่แบ่งแยกว่าเป็นงานของหน่วยนั้น หน่วยนี้ ท่าน ผอ. วิมล จึงได้แจ้งว่าขณะนี้ท่านผู้ว่าฯ ได้รับทราบถึงปัญหานี้ดี และกำลังหาทางแก้ไข โดยการนำทีมคุณเอื้อจังหวัดไปพบปะกับนายอำเภอ และหัวหน้าส่วนฯในพื้นที่ เพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกันว่างานนี้เป็นของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เป็นงานของ กศน. จึงอยากให้ทุกภาคส่วนแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพตำบลในพื้นที่ เช่น ปกครอง พัฒนาชุมชน สาธารณสุข ธกส. เป็นต้น แต่ทุกภาคส่วนก็ต้องลงไปร่วมกันปฏิบัติงานด้วย ซึ่งก็ได้เลือกพื้นที่นำร่อง 5 โซน โซนละ 1 อำเภอ คือ เชียรใหญ่ ท่าศาลา ชะอวด พิปูน และทุ่งสง เริ่มวันที่ 13 กันยายน 2549 ที่ อ. เชียรใหญ่ เป็นอำเภอแรก เมื่อที่ประชุมรับทราบ ผอ. หลายท่านก็มีแววตาสดใส สีหน้าเบิกบาน เห็นช่องทางว่าจะมีคนมาช่วยงาน แต่หลายท่านก็ยังวิตกกังวลเหมือนเช่นเคยว่าทุกหน่วยงานมักจะอ้างว่าติดภาระกิจไม่สามารถมาร่วมทำงานในพื้นที่ได้ทั้งๆ ที่เข้าใจความตั้งใจจริงของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด *** ดังนั้นก็คงต้องบอกว่า KM อยู่ที่ใจแล้วละค่ะ ว่ามีความตั้งใจและจริงใจให้กับ KM ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อไหร่ที่บูรณาการกันได้ อนาคต KM ต้องสดใสแน่นอนค่ะ ***