Gift_Phon
OTs พรพรรณ ฐิติพันธ์รังสฤต

case study Experiences


การรักษาจะมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายเดียว หากเกิดจากความร่วมมือร่วมใจและตั้งใจและใส่ใจในโปรแกรมการฝึกของผู้บำบัดและผู้รับบริการ และบริบทอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมแต่งซึ่งกันและกัน

         สวัสดีปีใหม่ค่ะผู้อ่านทุกคน(ช้าไปมั๊ยคะ?? แต่ก็ยังอยู่ในเดือนมกราคมนะคะ)ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยบันดาลให้คนอ่านมีความสุขและขอให้ผู้เขียนทำวิจัยจบให้เถิ๊ด (สาธุ //๐\\) เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ

       วันที่5มกราคมที่ผ่านมาค่ะ ผู้เขียนได้นำเสนอกรณีศึกษาและหลักฐานชิงประจักษ์แก่อาจารย์และเพื่อนๆให้ฟังค่ะ ตื่นเต้นมากค่ะเพราะการนำเสนอนี้เป็นภาษาอังกฤษและต้องพูดแค่ 15วินาที/1silde เร็วมากๆพูดผิดพูดถูกไม่รู้เลย

         กรณีศึกษาที่ผู้เขียนเอามานำเสนอเป็นหญิงไทยอายุ 62 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพแล้วหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอด (Cerebrovascular accident ) ทำให้ผู้รับบริการมีอาการอ่อนแรงในร่างกายด้านซ้าย

ความต้องการของผู้รับบริการรายนี้คือ อยากกลับไปเดินได้อีก และอยากใช้มือข้างซ้ายทำกิจกรรมต่างได้เหมือนเดิม

หลังจากที่ประเมินทางกิจกรรมบำบัดแล้วพบว่าผู้รับบริการรายนี้มีปัญหา

  1. อาการบวมของข้อมือและนิ้วมือข้างซ้าย
  2. ไม่มีแรงจูงใจที่จะรักษา
  3. ปัญหาด้านการกิน มีสำลักอาหารบ้างบางครั้ง
  4. การเคลื่อนไหวของข้อไหวแบบไปทั้งท่อนแยกส่วนไม่ได้(Synergy movement)
  5. ปัญหาหารใช้มือ  ยังเอื้อมหยิบวัตถุไม่ได้และลักษณะการถือค้างวัตถุต้องไปแบบทั้งท่อน(Synergy movement to Hold object)
  6. การเคลื่อนย้ายตัวเองจากรถเข็นไปเตียงนอนและเก้าอี้ระดับความช่วยเหลือปานกลาง(Moderate assistance in transfers wheelchair to bed ,chair )
  7. ช่วยเหลือเล็กน้อยในการแต่งตัว
  8. ยังอาบน้ำเองไม่ได้

การให้การรักษาทางกิจกรรมบำบัด

  1. อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือ การลดอาการบวมของข้อมือและนิ้วมือข้างซ้าย โดยใช้กรอบอ้างอิงBiomechanical ใช้เทคนิค การpassive stretching, massage &  bandage, จัดท่าทางลดอาการบวม  (positioning)
  2. การเพิ่มแรงจูงใจของผู้รับบริการและให้ความร่วมมือในการรักษา ใช้กรอบอ้างอิง Psychosocial Rehabilitation เทคนิคที่ใช้Psychosocial support,  positive reinforcement, self-efficacy,  therapeutic   use of self
  3. เพิ่มการควบคุม การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณปาก ใช้กรอบอ้างอิงBiomechanical, Physical Rehabilitation ,Neurodevolmental  เทคนิคgraded activity, oro motor exercise , positioning
  4. ลดการเคลื่อนไหวเป็นท่อนของข้อไหล่ซ้าย ใช้กรอบอ้างอิง Neurodevelopmental เทคนิคที่ใช้ graded activity,  Brunnstrome, PNF
  5. เพิ่มการทำงานของมือ (สามารถเอื้อมหยิบสิ่งของได้และถือวัตถุค้างไว้ได้อย่างอิสระvoluntary movement) ใช้กรอบอ้างอิงBiomechanical , Neurodevelopmental เทคนิคที่ใช้ hand function training, graded  activity
  • Evidence based I  : Rehabilitation of the upper extremity  and basic activities  of daily living in the first month  after ischemic stroke: an international cohort comparison study   
    ผู้เขียนให้ระดับของ Evidence based นี้อยู่ที่ B+ เพราะไม่มี randomized-control- clinical trial มีcohort และ case control เหมาะที่จะมาใช้ในประเทศไทยแต่ยังต้องมีการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับบริบทคนไทย
    งานวิจัยนี้ศึกษาเปรียบเทียบการฟื้นตัวของร่างกายท่อนบนและการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่เป็นมาแล้ว 1เดือน ในผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก โดยที่ผุ้ป่วยได้รับการรักษาจากทีมสหวิชาชีพฟื้นฟูส่วนผู้ป่วยนอกกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านและได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดอย่างเดียวผลที่ได้ ไม่มีความแตกต่างกันเลย ทีไม่มีคสามแตกต่างมากนักผู้เขียนคิดว่าเรื่องของระบบการศึกษา หรือการดูแลด้านสาธารณสุขค่อนข้างดี แต่ที่ยังต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมกับไทยนั้นเพราะยังไม่มีทีมสหวิชชาชีพกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆทำให้การดูแลด้านสุขภาพและสาธารณสุขต้องปรับปรุงและพัฒนาต่อไปอีกมาก

 

  • Evidence based II  : A lifestyle intervention as supplement to a physical activity program in rehabilitation after stroke: a randomized controlled trial  study   
    ผู้เขียนให้ระดับของ Evidence based นี้อยู่ที่ A++ เพราะมีการRandomized-control clinical trial มีการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับสถานการณ์ และคุ้มค่าอย่างยิ่งในบริบทของไทย  
    การศึกษานี้ประเมินถึงผลของlifestyle group intervention ในคุณภาพชีวิต ,การทำกิจกรรมและการมีส่วนร่วมโดยแบ่งผู้เข้าร่วมเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มควบคุมที่ได้โปรแกรมการฝึกรักษาทั่วไป และกลุ่มทดลองเป็นกลุ่มที่ได้รับการรักษาทั่วไปและได้รับ lifestyle group intervention  ซึ่ง lifestyle group intervention เป็นการรักษาโดยการจักกิจกรรมกลุ่มโดยนำผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายกันมาทำกิจกรรมกลุ่มด้วยกันเพิ่มในเรื่องของการมีส่วนร่วม,การสะท้อนตนเองจากผู้อื่น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆได้ ผลที่ได้ออกมาคือไม่มีความแตกต่างทางนัยสำคัญเลย แต่ lifestyle group intervention นี้มีจุดอ่อนคือไม่ได้ประเมินหลังการทำโปรแกรมนี้ไปแล้ว    lifestyle group intervention น่าจะคุ้มค่ากับบริบทของคนไทย ผู้เขียนคิดว่า lifestyle group intervention นี้คล้ายๆกับการจัดกิจกรรมกลุ่มในผู้รับบริการทางจิตเวช โดยที่มีกระบวนการทำกลุ่มคล้ายกันแต่วัตถุประสงค์ที่ตั้งต่างกันคือ lifestyle group intervention เน้นการเสริมสร้างด้านร่างกายด้วยแต่ทางจิตเวชจะมุ่งไปที่ด้านจิตใจเพียงอย่างเดียว

        ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการรักษาจะมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายเดียว หากเกิดจากความร่วมมือร่วมใจและตั้งใจและใส่ใจในโปรแกรมการฝึกของผู้บำบัดและผู้รับบริการ และบริบทอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมแต่งซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ

 

Ref.:

  • Minelli C,Gondim A.A.F,Barreira A.A, Dromerick A.W.Rehabilitation of the
         upper extremity  and basic activities of daily living in the first  month
         after ischemic stroke: an international cohort comparison study.Italy
         Neurology International 2009; 1:e4 :10-14
  • A Lund,M Michelet,L Sandvik,TB Wyller and U Sveen. A lifestyle
         intervention as supplement to a physical activity programme in
         rehabilitation after stroke: a randomized controlled trial. published
         Clin Rehabil 2011:1-12
หมายเลขบันทึก: 474397เขียนเมื่อ 11 มกราคม 2012 23:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 00:54 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี