วันนี้เรามีประชุมผู้นำนิสิตคณะวิทยาศาตร์ มีตัวแทนผู้นำนิสิตมาประชุมครบทุกภาควิชา ครบทุกชั้นปี ครบทุกชมรม ฟังดูเหมือนจะมาก แต่ความจริงแล้วมีทั้งหมดไม่ถึง 20 คน เพราะโดยมาก นิสิตคนหนึ่งนั่งควบหลายตำแหน่ง หรือรับมาเป็นตัวแทนของผู้นั่งตำแหน่งนั้นๆ 

ผมดูแววตาและท่าทางของผู้นำนิสิตแล้ว โดยรวมตลอดช่วงเวลาที่เราปรึกษาหารือกันประมาณ 1 ชั่วโมง ผมยังอุ่นใจ และสุขใจกับความกระตือรือล้นของพวกเขา หรืออาจเป็นบุคลิกของพวกเขาที่เป็นลักษณะของผู้นำอยู่แล้วก็ไม่อาจทราบ หากนิสิตทุกคนมีสมาธิและความตั้งใจ "ฟัง" อย่างนี้ทุกคนในชั้นเรียนก็คงดีไม่น้อยต่อประเทศชาติเรา

นิสิตกลุ่มนี้ประชุมกันมาต่อเนื่องเกือบทุกวัน เพราะนอกจากเตรียมงานกีฬาราชพฤกษ์แล้ว ช่วงนี้กองกิจการนิสิตกำลังมีการรณรงค์หาเสียง เพื่อเลือกตั้งนายกองค์การนิสิต และนายกสโมสรของแต่ละคณะ ดังนั้นจึงเป็นอาจารย์พูดมากกว่าเหมือนบรรยายสไตล์เล่า แล้วเปิดโอกาสให้นิสิตสอบถามเพิ่มเติมเมื่อไม่เข้าใจ...... ผมบอกกับพวกเขาก่อนจะเริ่มประชุมวันนี้ว่า อาจารย์กำลังตั้งตารออยู่ด้วยใจจดจ่อ และมั่นใจว่าจะได้ทั้งตัวและใจของผู้ได้รับการคัดเลือกในคราวนี้.... 

เราคุยกันทั้ง 6 ประเด็น ได้แก่

1) เรื่องนิสิตพบผู้บริหาร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2555 

2)  เรื่องทุนการศึกษาตลอดปี 2555 ที่จะเปิดรับสมัครวันที่ 16 - 25 มกราคม 2555 

3) เรื่องกีฬาราชพฤกษ์ ที่จะแข่งกันวันที่ 16 - 22 มกราคม 2555

4) เรื่องการบริการวิชาการสู่บ้านแสนสุข ซึ่งจะเดินทางไปเปิดวันพรุ่งนี้ 

5) เรื่องบริจาคเลือดที่คณะวิทยาศาสตร์ วันที่ 11 มกราคม  2555 

6) เรื่องจัดงานปัจฉิมนิเทศ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 

แต่ละเรื่องมีรายละเอียดดังนี้ 

1) โครงการนิสิตพบผู้บริหาร

เป็น "ทำเนียมปฏิบัติอย่างเคร่งครัด" ของฝ่ายกิจการนิสิตฯ (เจ้าหน้าที่ทำ) ในปีนี้และปีต่อๆ ไป ในใจผมอยากให้เป็น "ทำเนียมปฏิบัติอย่างเคร่งครัด" เช่นกัน แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนิสิตทำ 

ปีนี้ผมตีกรอบวิธีการทำงานไว้ให้นิสิตระดับหนึ่งคือ ให้ทุกภาควิชาจัดประชุมระดมความคิดเห็นและความต้องการ แล้วส่งตัวแทนจากทุกชั้นปี ทุกชมรม ทุกภาควิชาฯ เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารของคณะฯ ตั้งใจว่าปีหน้าจะละลายกรอบนี้ทิ้งเสีย แล้วคอยเชียร์ว่านิสิตจะคิดทำอย่างไรกันเอง 

นอกจาก "ตีกรอบวิธี" แล้วผมยัง "ชี้นำความคิด" ของนิสิตด้วย (ความจริงแล้วผมไม่สรรเสริญทั้งสองวิธีนี้นัก) โดยการเสนอหัวเรื่องสำคัญ ที่ควรจะคุยกันในวงนิสิต ได้แก่

  • เกี่ยวกับปัญหาและความต้องการด้านการปรับปรุงกายภาพ เช่น อาคาร สถานที่ ภูมิทัศน์ โรงอาหาร ความสะอาด หรือห้องน้ำ เป็นต้น  
  • เกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น การจัดการเรียนการสอน บรรยากาศการเรียนการสอน บรรยากาศวิชาการ การจัดสัมมนาวิชาการ เป็นต้น
  • เรื่องเกี่ยวกับกิจกรรมนิสิต กิจการนิสิตของคณะฯ 

2) เรื่องทุนการศึกษา

ปัญหาคือ ทุนการศึกษาที่ประกาศรับเข้ามายังมหาวิทยาลัย จะเดินทางไปสู่กองกิจการนิสิต แล้วก็ดูเหมือนจะติดอยู่ที่นั่น ก่อนจะมาเร่งวันที่คณะฯ ทำให้หลายๆ ทุนคณะฯไม่สามารถทำการคัดเลือกนิสิตได้ทัน ก็หมดเขตวันสมัครเสียแล้ว 

วิธีแก้ที่ปลายเหตุที่ฝ่ายกิจการนิสิตทำต่อกันมาหลายปี และปีนี้เราก็กำลังจะทำก็คือ เปิดรับสมัครนิสิตตั้งแต่ต้นปี แล้วจัดลำดับความจำเป็น แบ่งเป็น 3 เด่นหรือ 3 หมวดได้แก่ เด่นเรียนดี เด่นกิจกรรมเด่น และหมวดขาดแคลนทุนทรัพย์ 

โดยวิธีการที่ผ่านมติที่ประชุมกรรมการฝ่ายฯ คือ วันที่ 16 - 25 มกราคมนี้ แต่ละภาควิชาจะรับสมัครนิสิตที่ประสงค์จะลงสมัครขอรับทุน มากรอกข้อมูลที่เราถาม ตามแบบฟอร์มที่เราพยายามสังเคราะห์จากทุนประเภทต่างๆ ให้เหลือข้อมูลสำหรับพิจารณาใน 3 หมวดข้างต้น  วันที่ 30 มกราคม  2555 ทุกภาควิชาจะทำการสอบสัมภาษณ์ แล้วจัดส่งรายชื่อนิสิตตามลำดับความจำเป็นมายังคณะฯ 

ทำดังนี้แล้ว เราจะมีรายชื่อพร้อมสำหรับทุนประเภท "เร่งด่วน" ตลอดปี เรียกได้ว่า "มีทุนมาปุ๊ป ส่งชื่อได้ปั้ป" เลยทันที ทั้งนี้จะต้องพิจาณาข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ของทุนแต่ละประเภทด้วยคณะกรรมการฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง 

3) เรื่องกีฬาราชพฤกษ์

ผมพูดเชิง Negative เชิง "ตัดพ้อ" ว่าแผนงานและงบประมาณที่เราทำนั้น โปรงใสเกินไป ทำให้ใครก็ไม่สามารถ "โยกเงินนั้นมาใส่เงินนี้" ตามที่หลายคนคิดว่าจะทำได้ ดังนั้น เมื่อนิสิตทำงานโดยไม่ได้พิจารณาดูตามแผน ว่ามีงบประมาณเท่าใด จึงทำให้งบดำเนินการของการจัดงานกีฬาครั้งนี้ เกินจากแผนไปเกือบเท่าตัว..... และลงท้ายโดยพูดไปถึงครั้งหน้าว่า นิสิตจะต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนี้ 

ผมเสนอต่อนิสิตว่า เรามีทางเลือก 3 ทาง ได้แก่ 1) ปรับลด งดบางอย่าง เพื่อทำให้ใช้งบน้อยลง 2) หาเงินเพิ่มเติมจากสปอนเซอร์ คือหาเงินสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่คณะวิทยาศาสตร์เราเป็นลูกค้าอยู่ ในแต่ละปีงบประมาณกว่าครึ่งหนึ่งใช้ไปอุดหนุนบริษัทขายเครื่องมือวัสดุเหล่านั้น 3) ออกเงินกันเอง อย่างหลังนี้ ผมชี้ให้ "ระวัง" ถึงน้องนิสิตที่ยากจน ขาดแคลนจริงๆ ทำอย่างไรจะไม่กระทบนิสิตเหล่านั้น ..

ประเด็นที่ 4) - 6) จะเขียนแยกบันทึกในลักษณะรายงานต่อไปนะครับ