เมื่อวานได้present ความรู้ที่เคยสงสัยมานาน แต่มักลืมหาคำตอบทุกครั้งไป และความรู้ที่คิดว่ายังไงมันต้องไม่หยุดนิ่งแน่นอน (เกี่ยวกับผู้ป่วย stroke)
สิ่งที่สงสัยนั่นก็คือ ตามปกติ OT(Occupation Therapy) เองจะมีการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการรับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ในที่นี้จะกล่าวถึงการรับความรู้สึกที่ลดลง ซึ่งจะมี 2 วิธี ก็คือ 1.Compensation 2. Sensory retraining แต่ก็ไม่ได้บอกว่า วิธีไหนเป็นวิธีที่ควรนำไปใช้มากกว่ากัน
หลังจากที่ได้มีโอกาสหาความรู้ สิ่งที่ได้ก็คือ เราควรใช้วิธี Sensory retraining ก่อน ถ้าเกิดว่าเห็นการเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยดีขึ้น ก็ใช้ต่อ แต่ถ้ากระตุ้นวิธีนี้ทำอย่างไรก็ไม่ดี ก็ควรใช้วิธี compensation ต่อมา
ส่วนอีกเรื่องนึงนั่นก็คือ ในผู้ป่วย stroke ที่สูญเสียการรับความรู้สึกไปเลย มีวิธีการCompensation อย่างเดียว??? (ไม่มีวิธีอื่นที่ทำให้ดีขึ้นเลยรึไง) ก็เลยได้ค้นหาข้อมูลใหญ่โต หายากมาก แต่ก็หาได้เป็นpilot study ซึ่งใช้วิธีการกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นการรับความรู้สึก วิธีนี้ได้ผล แต่ยังไม่ควรนำมาใช้ เพราะการศึกษานี้มีข้อจำกัดหลายๆอย่าง ต้องลุ้น และศึกษาเพิ่มต่อไป
การนำเสนอได้ดีมากคะ น่าสนใจและไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรี่อง sensory ได้อย่างเข้าใจ
ปล. Slide สวยนะคะ^^
ประทับใจการนำเสนอของพิมประไพมากค่ะ
ครั้งหน้าขอให้เพิ่มเติมเนื้อหา แล้วจะสมบูรณ์มากค่ะ
ขอบคุณพิมประไพที่นำความรู้ประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันค่ะ
ชอบวิธีการนำเสนอที่แปลกใหม่ ทำให้ผู้ฟังมีอรรถรสในการฟังมากขึ้น
สร้างแรงจูงใจให้ผู้ฟังดีค่ะ :)
ขอบคุณสำหรับความรู้ทั้ง 2 เทคนิคนี้นะคะ
ความรู้ไม่มีวันหยุดนิ่ง หากเราใส่ใจกับการหาความรู้นั้นๆ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณเกี่ยวกับแนวทางในการให้บริการทางกิจกรรมบำแก่ผู้รับบริการที่มีความบกพร่องทางประสาทรับความรู้สึก
ซึ่งหากเป็นไปได้อยากให้มีประเภทและลักษณะความบกพร่องทางประสาทรับความรู้สึก รวมทั้งแนวทางการใช้ Sensory retraining และ compensation ดังกล่าวร่วมด้วย
โดยอยากขอเสริมสักเล็กน้อยเกี่ยวการฟื้นฟูประสาทรับความรู้สึกว่า
ในผู้ที่มี Hyposensation หรือ Hypersation เล็กน้อยที่สามารถทำกิจกรรมได้นั้น
นักกิจกรรมบำบัดสามารถนำกิจกรรมต่างๆมาประยุกต์เพื่อฟื้นฟูประสาทรับความรู้สึกร่วมกับการฟื้นฟูด้านอื่นๆได้
เช่น ใช้ putty เพื่อฟูด้าน tactile sense ร่วมกับการเพิ่ม muscle strength หรือ วาดรูปทรายเพื่อฟูฟูด้าน tactile sense ร่วมกับ fine coordination เป็นต้น
ชอบวิธีการนำเสนอของพิมประไพมากค่ะ เหมือนเป็นการเปิดมุมมองของการ Present ในรูปแบบใหม่ๆที่น่าสนใจและกล้าที่จะทำในรูปแบบที่ต่างจากคนอื่น ดั่งคำที่ว่า "หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็จะไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตนเอง"