BMW...E
ประวัติ BMW
...เป็นความชอบส่วนตัว เลยได้ความรู้กับสิ่งที่ชอบจากการโพสต์ของผู้รอบรู้ที่ใช้ชื่อว่า "mrkoma" เว็บไซต์หนึ่ง เป็นความรู้ใหม่ที่อยากเก็บไว้ เผื่อว่าจะมีคนสนใจ และได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน คุณ"mrkoma" เค้าเขียนไว้อย่างนี้ครับ...
บทความนี้เขียนเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่การจากไปของE-CODE(อย่างไม่มีวันกลับ 555)
รถทุกยี่ห้อทุกรุ่นจะมีรหัสพัฒนาที่แตกต่างกัน โดยBMWใช้รหัสE เป็นตัวอักษรนำหน้า จากนั้นตามด้วยตัวเลข เริ่มมีการใช้มาตั้งแต่ปี1968 จนทุกวันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้รหัสFแทน ดังนี้จึงถือได้ว่าเป็นการปิดฉากของE-codeแล้วก็ว่าได้.
รถทุกยี่ห้อทุกรุ่นจะมีรหัสพัฒนาที่แตกต่างกัน โดยBMWใช้รหัสE เป็นตัวอักษรนำหน้า จากนั้นตามด้วยตัวเลข เริ่มมีการใช้มาตั้งแต่ปี1968 จนทุกวันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้รหัสFแทน ดังนี้จึงถือได้ว่าเป็นการปิดฉากของE-codeแล้วก็ว่าได้.
ด้วยวาระนี้ จึงอยากจะย้อนความเป็นมาของE-codeให้ได้ทราบกันไว้เผื่อใครเกิดไม่ทันรุ่นแรกๆ (ซึ่งผมก็เกิดไม่ทันเช่นกัน) จะได้ทราบกัน.
บทความนี้จะแบ่งตามรหัสของE-code จากน้อยไปมาก โดยจะนำเสนอเฉพาะรถที่มีการจำหน่ายเท่านั้น.
E3 E-codeรหัสแรก (1968 - 1977)

เปิดตัวE-codeด้วย E3 คงสงสัยว่าทำไมถึงไม่เป็น E1 จริงๆแล้ว E1ใช้เป็น
รหัสตัวถังของprototypeรุ่นหนึ่ง และยังเกิดทีหลังE3อีกด้วย แต่เพราะเหตุใด
ถึงเป็นเช่นนั้น ผมก็ไม่ทราบ-*-.
E8 :1800 2000 (1969 - 1972)

BMW E8 เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นของBMWที่เลือกใช้ไฟหน้ารูปแบบสี่เหลี่ยม
แต่อย่างไรก็ตามสัญลักษณ์สำคัญซึ่งคือไตคู่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่
ไตคู่ในสมัยนั้นๆมันเหมือนกับฟันหนูมากกว่าไตอ่ะ.
บทความนี้จะแบ่งตามรหัสของE-code จากน้อยไปมาก โดยจะนำเสนอเฉพาะรถที่มีการจำหน่ายเท่านั้น.
E3 E-codeรหัสแรก (1968 - 1977)

เปิดตัวE-codeด้วย E3 คงสงสัยว่าทำไมถึงไม่เป็น E1 จริงๆแล้ว E1ใช้เป็น
รหัสตัวถังของprototypeรุ่นหนึ่ง และยังเกิดทีหลังE3อีกด้วย แต่เพราะเหตุใด
ถึงเป็นเช่นนั้น ผมก็ไม่ทราบ-*-.
E8 :1800 2000 (1969 - 1972)

BMW E8 เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นของBMWที่เลือกใช้ไฟหน้ารูปแบบสี่เหลี่ยม
แต่อย่างไรก็ตามสัญลักษณ์สำคัญซึ่งคือไตคู่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่
ไตคู่ในสมัยนั้นๆมันเหมือนกับฟันหนูมากกว่าไตอ่ะ.
E10 :2002 (1968 - 1975)

สุดคลาสสิกแห่งโลกคงต้องยกให้กับ2002 (E10) มนต์เสน่ห์ของมันยังคงมีอยู่ในตัว อีกทั้งราคาขายในท้องตลาด บางคันแพงกว่ารุ่นที่ใหม่กว่า
มันด้วยซ้ำไป.
E12 :5series (1972 - 1981)

หลังจากที่มีการใช้E-codeมาหลายปี BMWได้กำหนดระบบเรียกขนาดรถ
ของตัวเองขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 5 7 และE12นี้เอง น่าจะเป็นE-codeคันแรก
มีระบบseriesมากำหนด(ซีรี่ย์5 คันแรก).
E20 :2002turbo (1973 - 1975)

กระแสนิยมของ2002ยังคงมีอยู่มาก BMWจึงได้ดัน2002turboออกมา
ขายซะเลยในช่วงท้ายอายุของมัน แทนที่รุ่นแต่งจะใช้รหัสเดิม แต่กลับให้
รหัสตัวถังมันใหม่คือE20ซะเลย (ไม่ใช่น้ำมันนะ).
E21 :3series (1977 - 1983)

ซีรี่ย์3 คันแรกที่คลานตามพี่5 มาติดๆ(ตรงไหน) ไม่รู้ว่ามันมีรุ่นสี่ประตูไหม
แต่คิดว่าไม่มีเพราะไม่เคยเห็นเลย.
E23 :7series (1977 - 1986)
พี่ใหญ่คนแรก E23 ซีรี่ย์7ที่มาพร้อมรูปร่างอันใหญ่โต เหมาะกับคนรัก
ครอบครัว แต่จะว่าไปแล้ว ขนาดของมันพอๆกันซีรี่ย์ห้าในปัจจุบันนี่แหละ.
E24 :6series (1976 - 1989)
E24 ซีรี่ย์6 รุ่นพิเศษที่เกือบจะเรียกได้ว่าซีรี่ย์7 คูเป้ เพราะดูๆแล้วใช้พื้นฐาน
ทางวิศวกรรมครึ่งคันหน้าร่วมกันเลย อย่างที่บอกว่าเป็นรุ่นพิเศษ ถึงเวลาทำ
ตลาดจะนาน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คันเท่านั้น.
E26 :M1 (1978 - 1981)
M1 เป็นรถที่มีการออกแบบมาได้แตกต่างจากBMWทุกๆรุ่น ทั้งที่ผ่านและ
หลังจากE26 นี้ก็แทบจะไม่มีรถในลักษณะนี้อีกเลย จะมีก็เห็นแต่ซีรี่ย์8
อีกอย่างนึง คือตอนแรกผมไม่คิดว่าM1 จะเป็นรถที่ได้ทำออกมาจำหน่าย
แต่BMWแจ้งไว้ว่าไม่ได้เป็นprototype หรือconcept ผมก็งง เลยเอามา
รวมในนี้ซะด้วยเลย คงไม่ว่ากันนะ.
E28 :5series (1981 - 1987)
ซีรี่ย์5 คันที่สอง ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก ทำให้หลายคนสับสนกับ
E12 แต่ขอให้ดูที่เสาC ถ้าE28จะไม่มีช่องอากาศอย่างE12.
E31 :8series (1989 - 1999)
สุดยอดรถในฝันของใครหลายๆคน(ผมด้วย) แม้กระทั่งวันนี้เป็นรถมือสองแค่ราคาของมันตกที่ประมาณ2-4ล้านบาท แบ่งเป็น850และ840 ขอบอกว่าถ้าใครมีละก็ ฮืมมม สุดยอดดดด.
หลังจากนี้จะเป็นรถที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีแล้วจะขออธิบายแค่บางกรณี.
E32 :7series (1986 - 1994)

.
E34 :5series (1988 - 1996)
สุดที่รัก^_^
.
E36 :3series (1990 - 1998)

.
E38 :7series (1994 - 2001)

.
E39 :5series (1995 - 2003)

.
E46 :3series (1997 - 2005)

.
E52 :Z1 roadster (1999 - 2003)
หนึ่งในบรรดารถในฝัน ที่สุดแสนจะหายาก ยากมากๆ รูปร่างที่มีเอกลักษณ์
ในไทยก็มีนะครับ แต่ก็ไม่กี่คันหรอก ข้อมูลอื่นใดนั้น ผมไม่ทราบเลย
(ใครรู้เมลล์มาบอกผมที จะเป็นพระคุณยิ่ง [email protected] ).
E53 :X5 (1999 - 2006)
เป็นSUVคันแรกของBMW โดยอาศัยศักยภาพของ Land Rover ซึ่งสมัยที่เปิดตัวนั้นกระแสก็แรงไม่เบา เพราะปกติจะเห็นแต่BMW ซีดาน ไม่เคยมีรถในลักษณะอื่นๆแบบนี้เลย.
E60 :5series (2002 - 2009)

.
E63 :6series (2002 - 2007)
โมเดลเชจน์ครั้งแรกของซีรี่ย์6 (หูย นานจริง) ตั้งแต่จากไปเมื่อ1989 เป็นสปอร์ตคูเป้ขนาดใหญ่อีกคันจากBMW .
E65-E66 :7series (2001 - 2008)
E65จะเป็นรุ่นปกติธรรมดา ส่วนE66 จะเป็นรุ่นฐานล้อยาว ไม่ใช่รุ่นก่อน/หลังไมเนอร์เชนจ์อย่างที่หลายคนเข้าใจกันอย่างไร (ไมเนอร์เชนจ์ไม่มี่การเปลี่ยนรหัสตัวถัง).
E70 :X5 (2006 - now)

.
E71 :X6 (2008 - now)
เอสยูวีที่BMW เรียกว่าSAV ครึ่งคันหน้าใช้พื้นฐานวิศวกรรมร่วมกับ X5 แต่ท้ายจะเทลาด คล้ายกับคูเป้เลยทีเดียว(คันในรูปคือX6M เอสยูวีบ้าพลัง แรงทะลุโลกถึง555แรงม้าเลยทีเดียว).
E81-E82 :1series (2007 -now)
รุ่นเล็ก ที่เล็กจริงๆจากBMW ให้ชื่อว่าซีรี่ย์1 เหมาะกับการใช้งานในเมืองคล่องเคล่วและปราดเปรียว แต่ก็มีเครื่องยนต์ให้เลือกตั้งแต่สี่สูขนาดเล็กไปจนหกสูบพ่วงเทอร์โบกันเลยทีเดียวE81 เป็นรุ่นสามประตู E82เป็นรุ่นคูเป้.
E83 :X3 (2003 - 2010)

หลังจากที่เปิดตัว X5ไปไม่นาน BMWก็เข็นเจ้าน้องX3ออกมาติดๆ แต่ดูเหมือนว่ากระแสจะไม่แรงมากเท่าพี่มัน.
E84 :X1 (2009 - 2016)
เอสยูวีรุ่นเล็ก ที่ในตอนแรกบอกว่าจะใช้ซีรี่ย์1 เป็นพื้นฐานในการพัฒนาแต่ พอเอาเข้าจริงแล้ว มันไม่ได้เล็กเลย ขนาดใหญ่พอๆกับพี่X3ด้วยซ้ำ.
E85-E86 :Z4 (2002 - 2009)
.
E87 :1series (2004 - 2006)
ซีรี่ย์1 อีกคัน แต่คราวนี้มาใครรูปแบบแฮตช์แบค (ห้าประตูนั่นเอง).
E89 :Z4 (2009 - 2016)

.
E90-E91 :3series (2005 - 2012)

ซีรี่ย์สามรุ่นปัจจุบัน ที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของชีวิต
E90 จะเป็นซีดานสี่ประตู ส่วน E91 เป็นแวกอนหรือที่BMWเรียกว่าทัวริ่ง
E92 จะเป็นสปอร์ตคูเป้ และE93 เป็นรุ่นเปิดหลังคา
.
E93 :3series (2007 - 2014)
.
หลายคนสงสัยว่ารุ่นMนั้นมีการจะซีรี่ย์และE-code อย่างไร ตอบเลยว่ารุ่นM จัดเป็นรุ่นท็อปของE-codeนั้นๆ ไม่มีการตั้งE-codeใหม่แต่อย่างใด
.
อีกอย่างที่หลายคนสงสัยแน่ๆหลังจากดูกระทู้นี้จบคือ Z3 หายไปไหนล่ะนั่นดิ!! ผมก็งง เลยลองไปหาๆดูก็พบว่าZ3 ใช้รหัสตัวถังว่าE36 ??นั่นหมายความว่ามันใช้พื้นฐานจากซีรี่ย์3 E36 ก็เลยทำให้ผมพลาดไปในการลงรูปรถรุ่นนี้ ก็คงต้องขออภัยล่ะครับ
.
จบแระกับอีกหนึ่งบทความ จะว่าไปมันก็ไม่ได้ให้ความรู้เท่าไหร่เลยอ่ะ
ก็แค่ไล่ลำดับ E-codeเท่านั้นเอง
.
จากนี้ไปBMWรุ่นใหม่ๆจะใช้รหัสF แทนในการเรียกชื่อรุ่นตัวถัง
ก็คงต้องฝากอนาคตไว้กับรุ่นน้องว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์และ
ความประทับใจได้เท่าๆE-codeหรือไม่...

