เรื่องเรียนกันอย่างเอาเป็นเอาตายนี่ จริงๆ ก็ยังถามคุณภรรยาอยู่เหมือนกันว่าจะเรียนอะไรกันนักหนา เจ้าคุณลูกทั้งหลายสมัยนี้ แต่ผมก็ต้องทำเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรนั่นเอง!
ยังนึกถึงวันนี้เมื่อปีที่แล้วได้อยู่เลย ตอนที่ลูกต้องไปสอบแข่งขันเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ครอบครัวเรามองออกไปนั้น..มืดมาก คล้ายๆไม่มีหนทางไปสู่จุดหมายได้  เราไม่สามารถพึ่ง หรือวางใจกับโรงเรียนที่เข้ากันกับแนวคิด เรียนอย่างมีความสุขได้เลย วันนั้นเราได้ชั่งน้ำหนักแล้ว หากเราจะเปิดประตูมหาวิทยาลัยได้ ผลสรุปมันก็มาลงตัวที่เราจะต้องไปสู้กับคนอื่นๆ แข่งกับคนอื่นเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีผลงานการผลิตนักเรียนเก่งนั่นเอง

และเมื่อไปเรียนแล้วหากเราไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการเปรียบเทียบก็คงต้องสไลด์ชั้นลง เพราะวิธีการจัดการเรียนการสอนเขาแปลผันตามเกรดที่ได้ ก็เลยต้องว่ากันไปตามกลุ่มที่ใช้สมองซีกซ้ายเป็นหลักคือ ชีวิตมีแต่การเรียนนั่นเอง

ส่วนการสร้างสมดุลก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวจะเติมให้นะ และผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร เราก็ใช้หลักเดียวคือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำในสิ่งที่เรารักเราปรารถนา ชอบที่จะทำและอยู่ในกรอบศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีของเรา

ส่วนว่าจะมอง จะประเมินว่าดีหรือไม่อย่างไร สามารถรู้ได้ด้วยการมองย้อนกลับ การลากเส้นต่อจุดอย่างที่สตีฟจ๊อบว่าไว้อย่างนั้น... ถูกหรือผิดขึ้นเราคงไม่รู้ แต่แนวทางที่ศรัทธานั้นต้องชัดเจน

นี่คงเป็นสาเหตุของการแข่งขันกันเรียนในบ้านเรามั๊ง