การทำงานเชิงรุก

 มีกรณีตัวอย่างของการทำงานเชิงรุกหลายอย่างที่ทำแล้วเห็นว่าเขารุกกันต่อเนื่อง ที่พยายามรุกและเห็นทางสื่อสารมวลชน เช่น การรุกของ ปปส. ที่รุกกันให้เห็นแทบทุกวัน การรุกของตำรวจในการปราบบ่อนการพนัน ที่เริ่มรุก การรุกของทีวีช่อง 3 ช่วงน้ำท่วม ที่รุกมาแต่ต้น และยังรุกไม่จบ ฯลฯ การทำงานเชิงรุกต้องมีกำลัง เสบียงกรัง กำลังใจภายใน และภายนอก จึงจะรุกได้สำเร็จ จะทำงานเชิงรุกได้ต้องสะสมกำลังใจภายใน ในตัวเองไว้นาน ๆ ถ้าขาดกำลังใจภายใน รุกไปๆ ได้ไม่กี่น้ำก็จอด ถ้ามีกำลังใจภายในอย่างต่อเนื่อง มั่นคง ทำเพราะอยากทำ ทำเพราะอยากเห็น ความสำเร็จ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้อยากทำต่อ ความไม่สำหรับเป็นสิ่งท้าท้ายให้อยาก ทำ นี่เป็นกำลังใจภายใน ต่อไปนาน ๆ ก็เป็นไปได้ว่ากำลังใจจากภายนอกจะมาสบทบ มาเสริม ทำให้ทำได้มากขึ้น และดีขึ้นไปอีก

การทำงานในหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ต้องมีหลัก จะใช้หลักการพื้น ฐานเข้าถึงเข้าใจ พัฒนาของในหลวงก็ได้ ผมขอแปลเอง ดังนี้

       เข้าถึง แปลว่า ได้มีโอกาสพบสภาพจริงของบุคคล องค์กร ชุมชน ได้เห็นกิริยาท่าทีเมื่อใจดี เมื่อโกรธ

       เข้าใจ แปลว่า รู้ตื้นลึกหนาบาง นิสัยใจคอ และประวัติ ภูมิหลัง โดยเฉพาะของ บางคน ที่มีอะไรแปลกๆ กว่าคนปกติ (ทั้งแลบและบวก ลบและบวกของคน มักจะมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก) ของคนที่เกี่ยข้องกับงานของตัวเอง

       พัฒนา แปลว่า ช่วยให้เขาเก่ง และดีขึ้น หรือ การยกระดับความดี และความเก่งของ เราให้สูงขึ้นเพื่อให้ช่วยเขาได้มากขึ้น และดีขึ้น

ความจริงจังต่อเนื่องที่คงทนถาวร ต้องมาจากกำลังใจภายใน ที่เป็นไปเพื่อให้คนที่รับผลจากงานที่ทำได้ประโยชน์ ความสุข ความสำเร็จ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนที่เกินเลยจากงานในหน้าที่ตามปกติ การทำงานได้อย่างนี้ถือว่าเป็นการสะสมบารมี ที่จะทำงานใหญ่ในอนาคต ที่จะต้องใช้ทรัพยากร หรือเสบียงกรังมาก

กรณีที่ช่อง 3 ได้รับเงินบริจาคไปช่วยผู้คนในกรณีน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ก็เข้าหลักการเชิงรุก และหลักเข้าถึงเข้าใจพัฒนา การเข้าถึง ก็คือการไปสัมผัสสภาพจริงของชาวบ้าน ในฐานะ นักข่าวทั้งกลางวัน กลางคืน ดึกดื่น และยามเช้า เข้าใจหัวจิตหัวใจของชาวบ้านว่ายามใดที่ควรเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกล่องที่ต้องแยกข้าวกับ กับข้าว สิ่งของที่ต้องมอบให้หลังน้ำลด ฯลฯ แล้วก็คิดโครงการไปช่วยประชาชน การทำงานของช่อง 3 จึงได้รับการยอมรับ มีเงินบริจาคเข้ามามากมาย เป็นแบบอย่างให้นักการเมือง และบุคคลทั่วไปได้เป็นอย่างดี

นายก รองนายกน้ำท่วมใหญ่ สรยุทธ์และกิตติ แห่งช่อง 3 และช่อง 3 เอง เป็นบุคคล และองค์กรที่มีต้นทุนความดี ความเก่งในเรื่องทีวี อยู่แล้ว จึงกลายเป็นผู้มีบารมี ที่ผู้คนเชื่อถื่อว่า ไม่เหลวไหล ไม่โกง จึงทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากมาย ทั้ง ๆ ที่มิใช่หน้าที่โดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของพลเมืองดี องค์กรดีของประเทศ

ใคร ๆ ก็น่าจะเอาดีได้ หากใช้วิธีการเชิงรุกแบบไม่รู้จบที่ใช้หลักเข้าถึงเข้าใจพัฒนาของในหลวง รัฐบาลก็จะเอาดีได้ ถ้าใช้วิธีการเชิงรุก และทำให้ผู้คน องค์กรช่วยกันรุกที่จะแก้ ปัญหา ใหญ่ ๆ ของประเทศ  มิฉนั้นปัญหาของประเทศก็จะรุกประเทศและประชาชน......แล้วประชาชนจะพึ่งใคร