เมื่อก่อนนาข้าวไทยเราแถบอีสานมีเขียดขาคำ และเขียดอีโม่ เยอะมาก มันเป็นเขียดตัวเล็กๆขนาดลำตัวกว้างสัก 0.5-2.0 ซม. ชาวนามักไปช้อนจับมาต้มปลาร้า อร่อยมาก แถมได้ธาตุอาหารดี แต่เดี๋ยวนี้มันหายไปเกือบหมดแล้ว ...หาทำยายากจริงๆ

กบและมดช่วยทำนากู้ชาติ

 

 

เมื่อครั้งผมเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษาในระดับสูงกะเขาอยู่ช่วงหนึ่ง (เริ่มพศ. ๒๕๔๓)  มักต้องเดินทางเข้ามาประชุมในกทม. บ่อยๆ เลยถือโอกาสใช้เวลาว่างจากการนั่งรถให้เป็นประโยชน์ด้วยการคุยกับคนขับรถ ซึ่งมักเปลี่ยนหน้ากันมามิได้ขาด ได้ประโยชน์สองต่อคือ ได้ความรู้จากพวกเขา และได้ความปลอดภัย (เนื่องจากทำให้คนขับรถไม่ง่วง)

 

สิ่งที่ผมถามเขาก็คือเรื่องความเป็นอยู่กับการทำมาหากิน โดยเฉพาะการทำสวนนาไร่ ซึ่งมักเป็นอาชีพดั้งเดิมของพวกเขาเหล่านี้

 

การถามซอกแซกของผม ทำให้ผมรู้ว่าเมื่อก่อนนาข้าวไทยเราแถบอีสานมีเขียดขาคำ และเขียดอีโม่ เยอะมาก  มันเป็นเขียดตัวเล็กๆขนาดลำตัวกว้างสัก 0.5-2.0 ซม. ชาวนามักไปช้อนจับมาต้มปลาร้า อร่อยมาก แถมได้ธาตุอาหารดี แต่เดี๋ยวนี้มันหายไปเกือบหมดแล้ว ...หาทำยายากจริงๆ

 

ผมนั่งฟังไปหลับไป สลืมลือ...แต่ก็แข็งใจถ่างตาถามเขาต่อไปว่าอ้าว..แล้วหายไปได้ยังไง เขาก็บอกว่าสงสัยมันจะสูญพันธุ์

 

แต่ผมเอามาคิด (ฝัน) ต่อยอดว่าต้องเป็นเพราะการใช้สารเคมีแน่ๆเลย  มันเลยตายหมด

 

จนกระทั่งผมไปเจอชาวนาที่เอาเขียดขาคำและอีโม่มาขายในตลาดสดทีตลาดสด อ.เมือง จ. ชัยภูมิ ก็ถามว่านานี้ใช้ยาเคมีไหม เขาบอกว่าไม่ใช้ แล้วเขายังบอกอีกว่านาที่ใช้เคมีไม่มีเขียดอีโม่เลย ...ผมถึงบางอ้อ (ที่เดี๋ยวนี้อ้อไม่มีเหลือแล้ว เพราะสารเคมีอีกแหละ)

 

ผมคิดเชื่อมโยงต่อไปอีกว่า เขียดพวกนี้กินอะไรเป็นอาหาร อ้อ...แมลง พวกนี้ลิ้นยาว มันแลบออกไปตวัดแมลงเข้าปากวันละมากตัว  ผมเลยเกิดแนวคิดว่าทำไมเราไม่เลิกใช้สารเคมีแล้วจงใจเลี้ยงเขียดอีโม่ในนาข้าวไปเสียเลย เพราะตัวมันเล็ก มันกระโดดเกาะไปตามใบข้าวได้ กินแมลงตัวเล็กๆ ไม่เหลือหรอ รวมทั้ง”เพลี้ย” “ไร” ต่างๆ

 

ส่วนมูล (ขี้..ตามประสาชาวบ้าน) ของมันก็กลายมาเป็นปุ๋ยชีวภาพให้ต้นข้าว เท่ากับว่าเปลี่ยนแมลงซึ่งเป็นศัตรูพืชมาเป็นประโยชน์ต่อต้นพืชไปเสียเลย ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปุ๋ยที่มีชื่อยี่ห้อเป็นภาษาหัวหรั่งที่อ่านแล้วไม่เข้าใจให้เปลืองเงินและเปลืองศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์อีกต่อไป (เพราะถูกเขาหลอก)

 

ส่วนการกำจัดแมลงตัวใหญ่เราก็เลี้ยงเขียดและกบตัวใหญ่สิ ซึ่งมันชอบน้ำในนาอยู่แล้ว   กบพวกนี้ยังจับไปขายได้อีก สร้างรายได้เพิ่มให้ชาวนา เป็นกบชีวภาพอีกด้วยนะ  เพราะเลี้ยงด้วยแมลงชีวภาพล้วนๆ น่าจะได้ราคาแพงกว่าปกติ

 

แถมพวกฝรั่งเศสที่มาโกงเอานครวัดและพระวิหารไปจากเราก็ชอบกินอีกด้วย จ่ายไม่อั้น จนเราอาจได้รายได้เอามาจ่ายซื้อเขาพระวิหารคืนมาจากเขมร (ที่ไม่ใช่ขอมแน่นอน) ก็เป็นไปได้นะ ..สิบ่อกไห่  (ถ้าไม่เชื่อไปหาอ่านบทความเก่าๆ ของผมซะ ที่เสนอว่า พระเจ้าอูท่องคือขอมที่ถูกเขมรไล่ฆ่า จนต้องหนีมาจากนครวัด)

 

 

ผมก็ได้แต่คิดไม่มีเวลาไปทำการทดลอง (ไปขอทุนเขาใครเขาจะให้เพราะเราเป็นวิดวะ) แต่อยู่มาวันหนึ่งผมไปพบนาที่อ.ประทาย จ.นครราชสีมา (ผ่านเครือข่ายเกษตรกรที่ผมไปเป็นที่ปรึกษาให้กับอำเภอประทาย) นาแห่งนี้ปลูกอยู่ข้างสระน้ำ เผอิญเจ้าของเอากบมาปล่อยในสระ ทำให้กบกระโดเข้าไปในนาข้าว โดยนาข้าวแห่งนี้ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่กลับงามที่สุดในละแวกนั้นซึ่งนาโดยรอบใช้สารเคมีทั้งสิ้น แสดงว่าทฤษฎีกบขจัดแมลงของผมน่าใช้ได้

 

....อ้าวชักยาวแล้ว เดี๋ยวจะเบื่อซะก่อน ...โปรดอ่านต่อตอนหน้า