จริงหรือ..ที่คำพูดมักเร็วกว่าความคิด
ในขณะที่มีหลักฐานศึกษาว่าความคิดเร็วกว่าคำพูดถึง 3-4 เท่า
( คิด 600 คำต่อนาที กับ พูด 150-200 คำต่อนาที - ขอบคุณ
คุณหมอธิรัมภา สำหรับข้อมูลน่าสนใจนี้ค่ะ)
..ไม่ได้ติดตามข่าวบันเทิงมานาน..
ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ข่าวนักร้องชายชื่อดังท่านหนึ่ง
ด้วยบันทึกของเพื่อนสมาชิกใน gotoknow
หลังจากได้ฟังสัมภาษณ์จากคลิปข่าว ก็ทำให้นึกถึงภาพนี้..
.
.
.
หากไม่มีนาฬิกา ก็ไม่รู้ว่า เป็นตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้น
หรือ พระอาทิตย์ตก
หากไม่มีแผนที่ หรือ GPS ก็คงบอกได้เพียงเป็นทะเลแห่งหนึ่ง
แต่ไม่รู้ที่ไหน
หากไม่ได้เดินเข้าไปถาม คนตัวเล็กๆ ขวามือ
ก็ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นชื่ออะไร มาจากไหน
"ทิศทาง- Orientation" ประกอบด้วย การรู้เวลา-time สถานที่-place
และบุคคล-person
เป็นความรู้พื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขก็ว่าได้
..
ข้าพเจ้าไม่ขอวิพากษ์เรื่องราวของนักร้องชายท่านนั้น
แต่ขอมองกลับมาที่ตนเอง
..ที่ผ่านมาได้ใช้เวลา และต้นทุนชีวิต
ไปกับการกระทำที่หลงทิศทาง
โดยเฉพาะ..การพูด
การพูดที่ขาดการหยั่งทิศทาง เหมือนการยิงกระสุนออกไปในความมืด
การพูดที่ขาดการหยั่งทิศทาง เหมือนการยิงกระสุนออกไปในความมืด
คำพูดตนเอง อาจไปทำร้ายผู้อื่น..และย้อนมาทำร้ายตนเอง
.
.
ปณิธานในวันใกล้ปีใหม่ - New year's Intention
สิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งใจจะปรับปรุงคือ...
"การคิดจับทิศทางก่อนพูด"
ก่อนจะพูดอะไร ต้องคิดก่อนว่ามัน "คุ้มไหม" ที่จะ
พูดในเวลานี้
พูดในสถานที่นี้
และที่สำคัญ..พูดกับคนนี้
.
เมื่อ ศึกษาธิการในสหรัฐพบว่า การล้อเลียน
นักเรียนที่รักร่วมเพศ
lesbian, gay, bisexual or transgender (LGBT)
ด้วยคำพูดเช่น "so gay"
ส่งผลให้นักเรียนเหล่านี้มีปัญหาสุขภาพจิต ขาดเรียน
จึงมีรณรงค์ชื่อ " ThinkB4Youspeak "
เพื่อย้ำเตือนว่าคำพูดที่ดูเหมือนไม่จริงจังอะไร
เมื่อพูดผิดเวลา สถานที่ และ บุคคล
อาจสร้างความเจ็บปวดยิ่งใหญ่ให้บางคนได้
.
ด้วยความปรารถนาดี ในวันใกล้ปีใหม่ค่ะ :-)
.
.

ภาพจาก http://funstoo.blogspot.com
ใครอ่ะ คนนี้ ;)...
*การคิดก่อนพูด..แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ ..การพูดก่อนคิด
*การพูดที่ถูกต้อง แตกต่างอย่างมีนัยกับ การพูดที่ถูกใจ
*การนิ่งฟังให้เข้าใจก่อนพูด แตกต่างในผลพึงได้กับ การด่วนพูดแบบไม่ฟัง
*พูดไปสองไพเบี้ย โบราณท่านสอนว่า นิ่งเสียตำลึงทอง
ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณหมอป.
Orientate แล้ว งานนั้นก็ยากที่จะสมบูรณ์ได้ จริงไหมคะ
ยังต้องใช้ความพยายามในบางครั้ง
ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีคิดให้ช้าลง คิดถึงผลกระทบ เพื่อให้พูด...หลังคิด หรือแก้ไขให้เร็วที่สุด แฮ่ ๆ ....ถ้ารู้ว่าพลาด
เพราะหากพูดให้ทันความคิด เป็นไปได้ยาก อารมณ์จะไปก่อน
สมองคิดเร็วกว่าความสามารถในการพูดของเราอยู่แล้ว จำ reference ไม่ชัดว่ากี่เท่า เขาเปรียบเป็นคำน่ะค่ะ คิดประมาณ 600 คำ พูดได้ประมาณ 100 กว่า - 160 คำ
อ. Wasawat Deemarn "ใครอ่ะ คนนี้ ;)..." เกี่ยวประเด็นนี้ไหมเนี่ย
5555...แซว แต่ อ.หมอ ป. จะตอบก็ได้นะคะ
ไม่ว่าไร
สวัสดีค่ะคุณหมอ.
...นำบันทึกดีๆมาชวนลับปัญญาอีกแล้ว ขอบคุณนะคะ.
...แค่เพียงรูปภาพก็ชวนจินตนาการได้ไกล(ใครอะ!)รึคุณหมอกำลังถ่ายมิวสิคคะ.
...ภาพถ่ายได้อารณ์กลมกลืนกับธรรมชาติดีจริๆค่ะชวนคิดไกลแต่ไม่คิดลึก.
...ขอบพระคุณแง่คิดจากท่านนงนาท ข้าน้อยขออนุญาตเก็บไปใช้ให้มากกับตัวเอง.
...ชีวิตที่ถูกกระทำจากคำพูดจากบุคคลที่ไม่สามารถหลีกหนีได้(10ปีแทบกลั้นใจตาย)แต่ก็เพราะคำพูดเสียดแทงเหล่านั้นที่เป็นแรงผลักดันให้ข้าพเจ้าพิสูจน์ชีวิตตัวเองค่ะ.
...นำมาซึ่งการเตือนตัวเอง"ให้คิดก่อนคิด"ในทุกครั้งที่คิดทุกครั้งที่พูดต้องสำรวจใจตัวเองด้วยว่าตั้งอยู่ตรงไหน.
...สุดท้ายก็เลยพูดมากแต่เรื่องต้นไม้กับธรรมะค่ะสบายใจได้ปัญญา.
...ขอบคุณข้อคิดเตือนใจภาพสวยปฎิทินปีใหม่๒๕๕๕ค่ะ...
"ขอบคุณค่ะอาจารย์ ป. ที่มาเน้นเด่นชัดเรื่อง คิดก่อนพูดด้วยคำว่า Orientated mind before open mouth.
บ่อยครั้งที่ครูนกเลือกที่จะเข้า mode เงียบในยามที่ใจไม่สงบ แต่ก็ใช่ว่าจะได้ทุกครั้งยังต้องพยายามอยู่
สวัสดีครับคุณ หมอ มาทำOD ของโรงพยาบาล กับ อาจารย์ จอมพล สุภาพ เรียนรู้การพูดแบบการทูต และการคิดแบบโครงสร้าง ทฤษฎี ธรีซาวด์ (3D)การใช้หลักเหตุผลและอารมณ์ แล้วจะกลับไปบันทึกแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกัน
ฮืมม์..ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ
แต่เป็นคนเดียวกับนี่
ภาพ สคส. สีสันสดใสทั้งคนและพื้นหลัง
ขอบคุณสำหรับ ข้อความที่มีนัยยะและสัมผัสน่าจดจำค่ะ
งานใด หากขาด Orientation ยากที่จะสำเร็จ..ขอบคุณค่ะ
..
ความชัดเจน Time, Place, Person มีความสำคัญยิ่งนัก
เคยเห็นคนเขียนการ์ด เขาจะนั่งทวนอีกรอบ
บอกว่า สิ่งที่ห้ามผิด คือ
1. ชื่อคนรับ
2. สถานที่ซึ่งกล่าวอ้าง
3. วันที่ซึ่งกล่าวอ้าง
เพราะทำให้คนรับเสียความรู้สึกมากได้ค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆ ให้ได้คิดอีกแล้วค่ะ ... ทุกสิ่งอย่าง เวลาจะพิสูจน์ค่ะ
ขอบคุณที่ช่วยเสริมค่ะ
ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นที่จับตามอง คำพูดยิ่งมีน้ำหนัก
หากกล่าวทางบวกก็ คูณทวี
หากกล่างทางลบ ก็ หารหลายเท่าเช่นกัน
ชอบตรง การแก้ไขให้เร็วที่สุด เมื่อรู้ว่า (พูด) พลาด นี่แหละค่ะ..
เมื่อรู้ว่าคำพูดใดก่อบาดแผล แล้วรีบสมานแผลตอนยังใหม่ๆ ก็มีโอกาสหายเร็ว ไม่เป็นแผลเป็น
ข้อมูลที่คุณหมอธิรัมภา แนะนำน่าสนใจค่ะ เลยไปหาใน youtube มาแบ่งปันกันต่อ
การที่ความคิดคนเราเร็วกว่าการพูด 3-4 เท่า เป็นเหตุให้เกิดการ "ด่วนสรุป"ในผู้ฟัง ขณะเดียวกัน ผู้พูดก็สามารถใช้ความสามารถที่ธรรมชาติให้มานี้ พิจารณาก่อนพูด..ปัญหาอย่างเดียว คือ "อารมณ์" ซึ่งสงสัยจะไวเหนือแสงนะคะ
สาวอายุเยอะคนนี้
กับเด็กก๋ากั๋นคนนี้
เป็นคนเดียวกันหรือนี่ โอ้ !
"ความคิดย่อมเร็วกว่าคำพูด" อิ อิ
ตอนนี้เลยพูดไม่ทันครับ คิดไปก่อนแล้ว
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ป.
"การพูดที่ขาดการหยั่งทิศทาง เหมือนการยิงกระสุนออกไปในความมืด คำพูดตนเอง อาจไปทำร้ายผู้อื่น..และย้อนมาทำร้ายตนเอง" ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เตือนสติผม ผมคิดว่าผมเป็นประเภทนี้ด้วย ปรัชญาความเป็นครูของผม "ครูขายความจริง ไม่ขายความเชื่อให้ศิษย์" ครูคือ "Teacher" ไม่ใช่ "Presenter" ผมมีโอกาสได้ไปทำหน้าที่สอนนักศึกษาอยู่บ้าง ในความแตกต่างของแต่ละบุคคล ยอมรับครับว่าเวลาที่เราจะใช้คำพูดออกไปมันเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง (พวกนักศึกษาส่วนมากเป็นคนทำงานแล้ว ช่วงวัยจะมีช่องว่างอยู่มากครับ) ใช้คำที่สื่อในทิศทางให้วัยรุ่นโดนใจ วัยที่เหลือน้อยก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ พอใช้คำที่วัยเหลือน้อยพอจะเข้าใจ เจ้าวัยรุ่นไม่เคลียร์อีก ต้องตีความกันอีก เวลาผมพูดสิ่งที่เป็นความจริง คำพูดมันอาจจะตรงๆเกินไป ไม่ได้แต่งเสริมปรุงแต่งใดๆ กลุ่มที่เขาเข้าใจเขาก็จะไม่มีปฏิกิริยาเท่าไหร่ อาจจะมีการแสดงพฤติกรรมให้เรารับรู้ว่าเขาเห็นด้วย แต่กลุ่มที่กระแทกถูกใจดำเขานี่ซิ เหมือนของขึ้นเลยครับ ถึงเขาไม่แสดงออกผมก็พอทราบครับ แต่ผมมองเป็นเรื่องสนุกและท้าทายสำหรับผมมากกว่าครับ ผมคิดว่าการทำให้คนเราปรับเปลี่ยนกรอบแนวคิดเดิมๆของตนเองนั้นมีหลากหลายวิธีการ เพราะคนมีหลากหลายประเภท อาจบังเอิญว่าชีวิตผมมาเจอพวกชอบนิยมความรุนแรงเป็นส่วนใหญ่ ผมมาอ่านบันทึกท่านอาจารย์วันนี้ พร้อมกับการทบทวน และพิจารณาตนเอง เกิดตระหนักขึ้นมาทันที และพอเข้าใจแล้วว่า คำพูดที่ดีที่สุดนั้นคงไม่มี มันอยู่ที่ความเหมาะสมกับบริบทรอบข้างตัวเรามากกว่า ผมก็คงจะทำร้ายคนด้วยคำพูดมาไม่น้อยทีเดียวครับ แต่เจตนาของผมก็เหมือนกับคุณครูทุกๆท่าน ที่ต้องการเห็นลูกศิษย์นั้นมีความรู้แจ้งด้วยปัญญาที่แท้จริง เป็นคนดีของสังคม ก็เท่านั้นเองครับ (โดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ครับ ผมชอบฟัง ชอบอ่านมากกว่า พูดไม่เก่ง เขียนก็ไม่ค่อยได้เรื่องเลย)/ภาพเด็กน้อยกับเพื่อนสี่ขาสองท่านดูเป็นธรรมชาติมาก เด็กน้อยคนนี้เมื่อเติบโตขึ้นมาเธอต้องเป็นผู้ที่รักและเข้าใจในความเป็นธรรมชาติอย่างมากทีเดียวครับผม ^_^
ขอบคุณ คุณน้อย ที่มาแบ่งปันความคิดและแรงสร้างสรรค์ ณ แห่งนี้เสมอนะคะ :-)
สัญญาณไฟเขียว ไฟแดง ที่พี่ใหญ่ - นงนาท กลั่นกรองจากประสบการณ์เป็นของขวัญปีใหม่ ที่มีคุณค่าจริงๆ ค่ะ
ชื่นชมอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้อ่านข้อความนี้..
ชีวิตที่ถูกกระทำจากคำพูดจากบุคคลที่ไม่สามารถหลีกหนีได้(10ปีแทบกลั้นใจตาย)แต่ก็เพราะคำพูดเสียดแทงเหล่านั้นที่เป็นแรงผลักดันให้ข้าพเจ้าพิสูจน์ชีวิตตัวเอง..
มีบางคนเท่านั้น ที่สามารถอดทนต่อความรู้สึกเจ็บเสียดแทง ไม่เหลียวหลังอย่างเคียดแค้น แต่เดินไปข้างหน้า..ชื่นชม คุณน้อยเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ
เห็นด้วยกับคุณครูนกค่ะ
เคยคิดว่า หากเราเป็นเขา
เวลาเจอเรื่องหนักๆ แบบนี้
คงขอเก็บตัวสักพัก เข้า silent mode ไปก่อน
เลือกพูดกับคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ
ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ชีวิต
..
แต่ก็เป็นไปไม่ได้
เพราะไม่มีทาง ที่เราจะยืนอยู่บนรองเท้าที่เขาสวม
แต่ละคนย่อมมีวิธีแก้ปัญหาของตนเองค่ะ
ขอบคุณ บังวอญ่า แนะนำสิ่งยั่วความอยากรู้อยากเห็นเราอีกแล้ว
เจอคลิป ท่าน ดร.จอมพล สุภาพ
ปล. OD กับ 3D ตัว D นี้เหมือนกันหรือไม่หนอ ขอความรู้ด้วยคนค่ะ :-)