....ดู ๆ ไปแล้ว เป็นการหาความสุขใส่ตัวแบบ เอาชีวิตจิตใจไปแลกกับมัน ตกเป็นทาสของมัน

จดหมายถึงลูกฉบับที่สาม ความสุข

แม่จำได้ว่า ลูกเคยถามแม่ว่า

“ความสุข คืออะไร คือทุกข์น้อยหรือเปล่าแม่”

ซึ่งลูกถามก็เพราะในครั้งนั้น แม่พูดคุยกับลูกว่า สุขแท้จริงนั้นไม่มี  มีแต่ความรู้สึกทุกข์น้อย หรืออาจจากที่ลูกเคยเอาหนังสือรวมเล่มบทกวี ของแม่เล่มแรกไปอ่านก็ได้

น่าจะเป็นบทนี้นะ

 

สุข_ทุกข์

สุขจริงนั้นไม่มี 

ทุกข์น้อยที่แลเห็น

สุขทุกข์ระลึกเป็น 

ความขุกเข็ญคำนึงตรอง

สุขสอนเราสนุก 

ทุกข์สอนสัจจะผอง

สุขทุกข์ต่างทำนอง 

คือนิวรณ์ยึดครองใจ

 

แล้วเราสองคนก็(แย่งกัน)คุยเกี่ยวกับ ความสุข ความทุกข์

แม่จำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้แล้ว

มาวันนี้ที่แม่อ่านหนังสือ พุทธธรรม อีกเป็นรอบที่เท่าไรไม่ได้นับ แม่คิดว่าหนังสือเล่มนี้ เหมือนพระคัมภีร์ หรือคู่มือที่คนเราต้องมีและอ่านทำความเข้าใจในเนื้อหาและทำความเข้าใจให้เข้ากับประสบการณ์ในชีวิต อ่านเรื่อย ๆ เมื่อไม่เข้าใจในบางเรื่อง บางช่วงของชีวิต หรือเมื่อมีเวลาว่าง อ่านไว้เป็นความรู้แบบเก็บเกี่ยวสะสมให้เกิดสติปัญญาต่อตนเอง 

แหม แม่อาจจะพูดเรื่องยากเกินวัยลูกไปหน่อย อย่างที่บอก แม่ขอให้ลูกเก็บรักษาจดหมายแม่เอาไว้อ่านอีกเมื่อโตกว่านี้ นะครับ

ถ้าไม่เก็บรักษา แม่จะไม่สนับสนุนลุกเรื่องทุนการศึกษานะ (ขู่ได้เรื่องเดียว)

  

เข้าเรื่องต่อ มาวันนี้หลังจากแม่อ่าน พุทธธรรม เจาะอ่านเรื่องความสุข

แม่เริ่มเข้าใจเพิ่มเติมไปจากความรู้เดิมดังนี้

 

พระอาจารย์ พระพรหมคุณาภรณ์ ท่านอธิบายไว้ว่า

ความสุขแบ่งได้เป็นสองอย่าง

อย่างหนึ่งคือ ความสุขในทางโลก ความสุขที่มนุษย์เรา เสาะแสวงหามาซึ่งสิ่งตอบสนองต่อเราในทางกายหรือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เพื่อให้เกิดความพอใจ เช่นซื้อเสื้อผ้าใหม่ หาอาหารรสอร่อยมากิน ฟังเพลงพราะ ๆ ใช้สบู่ ของหอมหรือครีม โลชั่นหอม ๆ อย่างที่เราสองคนก็ชอบทำประจำ แล้วเราในฐานะมนุษย์ธรรมดา ก็บังเกิดความพอใจ หรือ เกิดความสุขระดับหนึ่ง

ความสุขระดับนี้ คนเราติดง่าย หามาง่าย มีเงินใช้หาใช้ซื้อได้ เสพติดได้

เมื่อขาดหายไป ผิดหวัง เกิดความทุรนทุราย ยิ่งเสพติดหรือหวังในความสุขชนิดนี้มากเท่าไร เมื่อขาดหายก็ยิ่งทุกข์มากเท่านั้น

และจากความจริงที่ว่าความสุขชนิดนี้ แปรปรวนและหมดได้ เราอาจไม่มีเงินซื้อ เสาะหาแหล่งซื้อไม่ได้ บริษัทอาจเลิกผลิต เปลี่ยนรูปแบบ หรือใจเรานั่นแหละเปลี่ยนไป เกิดเปลี่ยนใจไม่ชอบไม่พอใจสิ่งเดิม ๆ 

เมื่อนั้นเราเกิดความคับข้องใจเกิดความทุกข์  ดู ๆ ไปแล้ว เป็นการหาความสุขใส่ตัวแบบ เอาชีวิตจิตใจไปแลกกับมัน ตกเป็นทาสของมัน

ทั้งที่รู้ว่า ความสุขชนิดนี้เป็นความสุขที่เป็น อนิจจตา คือไม่เที่ยง 

 

ความสุขอีกอย่างหนึ่งคือ ความสุขในทางธรรม คือสุขแบบอิสระ

(มีต่อ)