อยากรู้และตื่นเต้นว่า อาจารย์ไปเล่าเรื่องงานเบาหวานในเมืองไทยแล้วคนทางนู้นจะตอบสนองอย่างไร .......เมื่อวานที่โรงพยาบาลสมุทรสาครก็มีเรื่องตื่นเต้นเหมือนกัน ......
เช้านี้ ตื่นเช้าตั้งใจจะมาดูงานที่น้องๆทำ slide นำเสนอเพื่อการตรวจเยี่ยมเพื่อรับรองเป็นแหล่งฝึกการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยติดเชื้อเอช ไอ วี จากสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาลในวันที่ 14-16 ธันวาคมนี้ เปิด คอม..ชะรอยเจอบันทึกของคุณรัชดา(อ้อ)ในFacebook เครือข่ายภาคเหนือ เคลิ้มไปกับกิจกรรมที่ได้อ่าน แล้วนึกถึง อาจารย์วัลลา ไปดูไบ อยากรู้และตื่นเต้นว่า อาจารย์ไปเล่าเรื่องงานเบาหวานในเมืองไทยแล้วคนทางนู้นจะตอบสนองอย่างไร ตามอ่านblog..การเตรียมตัวก่อนไปตั้งแต่เลือกเฟ้นเรื่องเล่า และจิปาถะมากมายเหลือเกิน เส้นทางสู่เวทีนี้หนักนัก..แต่อาจารย์วัลลา ก็เอาอยู่ 555
เมื่อวานที่โรงพยาบาลสมุทรสาครก็มีเรื่องตื่นเต้นเหมือนกัน น้องภางค์เภสัชกรประจำศูนย์ CCC เล่าว่าเมื่อวานสอนฉีดยาคุณลุงคนหนึ่งหลังสอนเสร็จลุงให้เงิน 200 บาท !!!! ซึ่งน้องภางค์ได้บอกคุณลุงว่า "การสอนฉีดยาคุณลุงคือหน้าที่ของหนูค่ะ"
แอบมีความซ่อนเร้นที่ว่า ช่วงนั้นเป็นเวลาพักกลางวันคุณลุงมารับบริการตั้งแต่เช้าได้รับการส่งต่อให้สอนฉีดยาจากหลายจุด...และไปหยุดอยู่ที่ ภญ.สุภางค์ คุณลุงคิดบวกจะให้ค่าล่วงเวลากินข้าวช้า นี่เอง...
นี่คือบทเรียนหนึ่งที่ต้องวางแผน ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการเตรียมพร้อมก่อนวันได้รับยาฉีด....
และตอนนี้ก็ถึงเวลาต้องเตรียมตัวไปทำงานเสียแล้ว..ยังไม่ได้ดู slide เลยน้องๆจ๋า...
สวัสดีตอนเช้า เภสัช มด
ผมอ.จารย์ วัลลา ไปดูงานที่ดูไบ ทางบันทึกด้วยกันครับ ...
คิดบวก ของคุณลุง ค่าล่วงเวลา อาหารเที่ยง...
ขอเพียงมีความจริงใจในบริการ และใส่ใจในผู้รับบริการ ผลบวกมีมาเสมอ
บางครั้ง มีผลบวกเป็นลองกองมาเป็นเข่ง กินกันทั้ง รพ. ก็มีมาแล้ว
นำภาพมาเยี่ยมพร้อมคำกวี
ที่แน่ๆ เครือข่ายได้ทุน มาทำงานวิจัยกันด้วยล่ะ งานครั้งต่อไปอีก 2 ปี เราจะ go inter กัน ผมจองหน้าที่เป่านกหวีดเหมือนเดิมนะ
ขอบคุณค่ะ ที่แวะเข้าไปทักทายกันในบันทึกของต้อม ^^ ชีวิตเรามีเรื่อง "ตื่นเต้น" กันได้บ่อยๆ นะคะ