แหลมสิงห์หินคว่ำ ปากน้ำหินหงาย
หลังจากเมื่อคืนทุกคนช่วยกันkey ข้อมูลSPSS ไปข้ามเที่ยงคืน วันนี้เริ่มต้นตอนสายๆ (สิบเอ็ดโมง^-^) ด้วยแซนวิซสุดแซ่บจากเบนจี้ นวล และปุ๊กปุ๋ย และการชงโอวัลตินจากมด อาหารเช้าของเราเลยกลายเป็นอาหารเที่ยง เริ่มทำงานกันเวลาบ่ายโมง สามหนุ่มสามมุม( ขิง ทอม ชนก)และสองสาว (มด ปุ๊กปุ๋ย ) ระดมกำลังในการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คุณผู้ใหญ่บ้านชวนพวกเราไปประชุมกับท่านนายอำเภอ ประชุมการเปิด ศูนย์การเรียนรู้ที่หมู่หนึ่งเป็นเจ้าภาพ ห้าสาวไปเป็นแก๊งจักรยานนำทีมโดยหมูแฮม ยา พลอย เบนจี้ และนวล เพื่อเข้าร่วมประชุม ไปถึงก็แอบงงเล็กๆ วันนี้มีคนสำคัญของอำเภอมากมาย และได้ข้อสรุปว่าศูนย์เรียนรู้มีหลายฐาน แต่ละฐานมีคนรับผิดชอบ หนึ่งฐานในนั้นมีการทำน้ำหมักชีวภาพ แต่กระนั้นก็ยังไม่เกี่ยวข้องกับบพวกเราท่าใดนัก สี่สาวจึงกลับมามาช่วยเพื่อนที่บ้าน ให้หมูแฮมอยู่ประชุมต่อ +55
ประชุมร่วมกับชุมชน
ในขณะที่ทุกคนกำลังปวดหัวกับการวิเคราะห์ข้อมูล อาจารย์อุไรและพี่ต้องได้มาเยี่ยมพวกเรา<เหมือนนางฟ้ามาโปรด^^> เลยต้องเรียกตัวหมูแฮมกลับมา หลังจากที่พวกเราได้นำเสนอไปว่าผู้นำชุมชนไม่ว่าจะเป็นท่านนายอำเภอ นายกเทศมนตรี ผอ.วีระ ล้วนแต่ฝากฝังพวกเราเกี่ยวกับปัญหาสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลงในชุมชนและจากแบบสอบถามของเราชาวบ้าน concern เรื่องยาฆ่าแมลงมากที่สุด และจึงได้ข้อสรุปว่าเราจะเปลี่ยนเรื่องมาทำเรื่องเกี่ยวกับยาฆ่าแมลง อาจารย์เลยให้คำแนะนำให้เรากำหนดปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจึงได้ปัญหาที่สมบูรณ์มาคือ “ปัญหาสารเคมีในเลือดที่สูงกว่าปกติของคนในชุมชน” การวิเคราะห์ข้อมูลของสุขภาพดีวิถีไทยในชุมชนที่พวกเราคิดไม่ตกก็ไม่ต้องไปปวดหัวอีกแล้ว เย้!!! แต่พวกเรายังระบุประเด็นไม่ได้ สิ่งที่พวกเราต้องทำคือหาประเด็นปัญหา ทำ theoretical web และเอามาปรับแบบสอบถามถ้าแบบสอบถามเก่ายังไม่ครอบคลุม อาจารย์ได้แนะนำให้พวกเราไปขอข้อมูลความรู้จากสถานที่ราชการต่างๆ และได้แนะนำพวกเราอีกหลายเรื่อง ทำให้พวกเราไปถูกทาง ต้องขอบคุณอาจารย์มากๆค่าาาา สุดยอดค่าาาาาาาาาา
อาจารย์บอกว่ามากลุ่มเราเหนื่อยสุดเลย 5555
ตอนเย็นไปพักสมองกันที่เสม็ดแดง ไปถึงสิ่งแรกที่พวกเราตะลึงก็คือมลพิษทางเสียงจากกลุ่มขายตรงเอนไซม์ ( เอ่อออออ…….. มันคืออะไรนะ) ได้ยินเขาเล่นเกมแล้วตะโกนว่า “แหลมสิงห์หินคว่ำ ปากน้ำหินหงาย” ฟังที่แรกก็ขำดี ไม่รู้ว่าจริงป่าว ถ้าอยากรู้ก็คงต้องค้นหาความจริงกันต่อไป ก็คงเหมือนกับการงานของกลุ่มเรา ต้องทำ theoretical web เพื่อระบุปัญหาให้ได้ (อุปมาอุปมัยได้มั้ยเนี่ย!) แต่หลังจากกินกันอย่างเอร็ดอร่อยน้ำหูน้ำตาตาไหลหไปซักพัก ก็ต้องตะลึงกับฝูงยุงมหึมา(น่าจะไปเรียกกลุ่มอ่างครีมาพิสูจน์ยุงให้หน่อยอิอิ ) และก็โขมงควันที่เขาจัดมาไล่ยุงให้ confuse กันไปเลยทีเดียว เนี่ยพวกเรากำลังเจอวิบากกรรมอะไรเนี่ย +55555555 กลับมาบ้านก็มาประชุมกันอีกครั้งกับการทำ theoretical web แม้ว่าจะง่วงนอนกันไปบ้างแต่ปุ๊กปุ๋ยก็ทำให้กลุ่มเรามีเสียงหัวเราะ ต้องขอบอกว่า “It’s complicate” อิอิ และในที่สุดงานคืนนี้ก็สำเร็จจากน้ำพักน้ำแรงและสมมันสมองของทุกๆคน เย้+++++++++++++++++++++++
สะพานแหลมสิงห์ยามเย็น สวยมากๆ
เสม็ดแดงกันเบาๆ
มาให้กำลังใจและตามติด "สุขภาพดีวิถีไทย นสพ.เวชศาสตร์ชุมชน คงต้องทำงานร่วมกับ สาธารณสุขชุมชน เพื่อให้ชุมชน มีสุขภาวะที่ดี
ข้อมูลจากพี่ๆในหมู่บ้านที่เคยรวมกลุ่มกันแก้ปัญหาเรื่องการใช้สารเคมี และการเกิดสารเคมีตกค้างในเลือดของประชากรในชุมชน สำคัญมากๆนะคะ อย่าลืม... อะไรเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนในครั้งนั้น อะไรทำให้ต้องสลายตัว
มุมมองและแนวโน้มการสนับสนุนเรื่องนี้ของผู้นำในชุมชน (ทั้งเป็นทางการและของจริง)
เป็นวันแรกที่กลุ่มนี้ไม่บ่นเหนื่อย เพราะอาจารย์เหนื่อยแทน...555
ฝากดูแนวคิดเรื่องความยั่งยืนที่พี่คัดลอกคำพูดของ อ.นพ.สญชัย วัฒนา แปะไว้ที่แสดงความคิดเห็นใน DAY3 ภารกิจพิชิตไข้เลือดออกของกลุ่ม อ่างคีรีด้วยค่ะ
เห็นพวกเรา(ทุกกลุ่ม) มักจะพูดถึงการทำให้โครงการ กิจกรรมต่างๆ อยู่อย่างยั่งยืน ทำให้นึกถึงที่รุ่นพี่ปีที่แล้วกลุ่มแหลมสิงห์ ได้แนวคิดจาก อ.นพ. สัญชัย วัฒนา อดีตรองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ดังนี้ หลักการที่จะทำให้โครรงการมีความยั่งยืนต้องใช้หลัก 3 ก ได้แก่ 1) กรรมการ(แกนนำ) 2) กองทุน ในโครงการเราต้องมีแผนชุมชนรองรับ อาจจะเป็น เทศบาลหรือ อบต 3) กำลังคน ซึ่งหากมีแกนนำแล้วก็ไม่ยาก ที่สำคัญคือต้องมีการลงมากระตุ้นชุมชนเป็นช่วงๆด้วย หากทำไม่ได้ก็อย่างน้อยต้องมีการติดต่อกับแกนนำอย่างต่อเนื่อง (ในประเด็นนี้พี่ขอเพิ่มว่าเป็น ก. ที่4 เกาะติด/กำลังใจ อีกประเด็นที่สำคัญคือ ความยั่งยืนจริงๆแล้วความเป็นจริงโดยมากจะทำไม่ได้เพราะในอนาคต วิถีชุมชนเปลี่ยนไป ความรู้ใหม่ๆที่ดีกว่าความรู้เดิมก็ย่อมเข้ามาแทน ประเด็นที่สำคัญโครงการที่ทำควรคาดหวังว่าให้ยั่งยืนได้ในระยะหนึ่งจนกว่าจะมีสิ่งที่ดีกว่าเข้ามา -------------------------------------------------------------------
อันนี้ใช่ไม๊คะอาจารย์ ขอบคุณมากเลยค่าา ^^
ฟังยังแตกต่างระหว่าง 3ประโยคนี้
"ปัญหาสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลงในชุมชน"
"ชาวบ้าน concern เรื่องยาฆ่าแมลงมากที่สุด"
"ปัญหาสารเคมีในเลือดที่สูงกว่าปกติของคนในชุมชน"
identify ชัดกว่านี้ต้องอาศัยข้อมูลอะไรบ้าง
จะได้คำตอบจากแหน่งใด
เชื่อว่าพวกเรามีศักยภาพ
สู้ๆจ้า
มาถึงจุดนี้ กลุ่มนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเเล้ว ดีใจด้วยนะครับ ... แต่เหมือนอย่างที่อาจารย์อุไรบอกครับ คงต้อง Define ปัญหาให้ชัดเจน ว่าอะไรเป็นปัญหา ตั้งแต่ เรื่องการใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงศัตรูพืช -//-> ได้รับสารเคมีเกินมาตรฐาน -//-> เกิดโรคจากได้รับสารมีเกิน (ซึ่งเชื่อว่าพิสูจน์ได้ยากครับ) ... น้องคงต้องพิสูจน์ให้เห็นครับ
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ น้องๆ ควรจะได้รับทราบก็คือ การทำงานกับชุมชนที่น้องทำนี้เป็นการทำงานที่สั้นมาๆๆๆๆๆ เมื่อเทียบกับการทำงานในชีวิตจริง เราจึง focus ไปที่ Problems & Diseases มากๆ เเต่น้องต้องไม่ลืมว่าขณะที่เราจ้องการลดทุกข์โดยการทำ unhealthy community assessment เราไม่ทำให้คนในชุมชนเกิดความสุข เราต้องทำ healthy community assessment ด้วย ซึ่งอาจจะสำคัญกว่า ยกตัวอย่าง ในระดับตัวบุคคล คนแก่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายรักษาไม่ได้ เรามองว่าเป็นทุกข์ เพราะยังไงก็ต้องตายและอาจจะทรมาน แต่คนไข้อาจมีความสุขก็ได้ ซึ่งพี่คิดว่าน้องคงเคยเห็นมาเเล้วในการดูคนไข้ เปรียบเทียบอุปมากับการทำงานชุมชนก็เช่นกัน จึงขอฝากไว้ มีอะไรสงสัยก็ถามได้นะครับ https://www.facebook.com/Sariddet