ชีวิตยังคงดำเนินไป งานประจำก็ยังคงมีเหมือนเดิม ลูกๆก็กลับมาอยู่รวมกันในวาระน้ำท่วม เป็นเวลาที่น่าจะมีความสุข แต่เมื่อเรามีคุณย่าของสามหนุ่มที่ท่านกำลังป่วย ให้พวกเราได้ช่วยกันลุ้นทุกๆวันว่าอาการของท่านจะเป็นอย่างไร ไปเยี่ยมท่านทุกวันด้วยความตั้งใจทุกครั้งว่าจะพกพาพลังใจไปเต็มที่ แต่ก็พบว่าทุกครั้งหลังกลับจากเยี่ยม เราก็จะรู้สึกห่อเหี่ยวแทนท่านเหลือเกิน นึกถึงใจท่านที่ต้องนอนอยู่กับที่อย่างนั้นมานานนับเดือน มีสายมีท่อระโยงระยางอยู่ตลอด หลับบ้างตื่นบ้าง แต่ท่านรู้สึกตัวค่อนข้างมาก และพยายามสื่อสารกับเราทุกครั้งว่าอยากกินน้ำ อยากกินข้าวต้ม ซึ่งเราทำให้ได้เพียงน้ำครั้งละเล็กน้อย แต่ท่านก็ดูเหมือนจะกลืนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกอยากหมุนเวลาไปข้างหน้าให้ท่านได้มีโอกาสลุกขึ้นมา กินข้าวต้มอย่างที่อยากกินสักที ได้แต่พูดปลอบใจว่าอีกไม่นาน ขอให้ท่านแข็งใจอดทนอีกหน่อย เราเองยังรู้สึกว่าช่างนานเหลือเกิน สำหรับท่านนี่คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง สงสารท่านจับใจจริงๆ
บอกได้เลยว่าใจของเรานี่แหละสำคัญที่สุด เพราะดูเหมือนว่าเรายังคงดำเนินชีวิตตามปกติ แต่ความกังวลที่มีอยู่ลึกๆตลอดเวลา ทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร เคยปลอบใจคนอื่นมาก็มากมายนะคะ แต่พอเจอกับตัวเองก็รู้ว่าทำใจนี่ทำได้ยากจริงๆ นี่ขนาดไม่ใช่ความเจ็บป่วยของตัวเราเอง แต่พอเราไม่สามารถจะช่วยให้อะไรดีขึ้นเร็วๆอย่างที่อยากให้เป็น ก็พลอยทำให้รู้สึกไม่อยากจะทำอะไรเลย
แม้แต่การเขียนบันทึกที่มีความคิดมากมายแล่นไปมาเสมอในทุกกิจกรรมที่ทำ เพราะยังคงพยายามตั้งสติ มีสมาธิกับทุกงานที่ทำ แต่พอมีเวลาว่างใจก็จะวนกลับไปที่เรื่องเดิม จนไม่รู้สึกอยากเขียนอะไร เขียนบันทึกนี้เพื่อเตือนตัวเองว่า เราต้องทำใจแยกแยะให้ได้ว่าอะไรที่เราทำได้ อะไรที่เราได้แต่หวัง ต้องไม่ให้สิ่งที่เราบังคับไม่ได้มามีอำนาจเหนือใจเราจนเกินไปอย่างนี้ พยายาม...พยายาม...
เป็นกำลังใจให้ย่าพี่เหน่น พี่วั้น น้องฟุง ด้วยคนค่ะ ขออยู่เคียงข้างป้าโอ๋ในวันที่ป้าโอ๋ทุกข์ใจเหมือนเช่นตอนที่ครอบครัวจันมีความทุกข์หนัก มีอะไรให้ช่วยเหลือบอกได้เลยอย่าได้เกรงใจนะคะ
แม้แต่การเขียนบันทึกที่มีความคิดมากมายแล่นไปมาเสมอในทุกกิจกรรมที่ทำ เพราะยังคงพยายามตั้งสติ มีสมาธิกับทุกงานที่ทำ แต่พอมีเวลาว่างใจก็จะวนกลับไปที่เรื่องเดิม
..
เป็นเช่นเดียวกันค่ะ
ยังมีสิ่งค้างในใจ ที่ว่างเมื่อไหร่ก็ยังย้อนกลับไป
ได้ข้อคิด แต่ละขั้นของชีวิต ไปทีละขั้นๆ อาจช้า แต่ก็ไม่มีขั้นไหนที่ยังติดค้าง
สวัสดีค่ะ
ขอเป็นกำลังใจ และพลังใจให้ท่านด้วยนะคะ...ขออย่าได้ติดค้างเรื่องเจ้ากรรมนายเวรนะคะ...
มาส่งพลังใจให้นะคะ
ขอบคุณทุกพลังใจทั้งจาก
อ.จัน
อ.พจนา
น้องหมอป.
อ.วัส
น้องปู
อ.วิไล
ครูนุช
คุณคนบ้านไกล
พี่แก้ว นะคะ คุณย่าดีวันดีคืนค่ะ ตอนนี้เจาะคอแล้ว ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ แต่ยังต้องกินอาหารทางสายยาง เพราะเสมหะเยอะมาก อาจจะได้ออกจาก ICU วันสองวันนี้ สงสารที่ท่านบอกว่าอยากกินสิ่งที่เราให้ท่านทางปากไม่ได้ ต้องแตะๆจิบๆเอาเท่านั้น ทำให้เราเองก็ใจเหี่ยวที่ตามใจท่านไม่ได้ทั้งหมด ต้องพูดปลอบใจท่านอยู่เรื่อยๆให้อดทนหน่อยที่ไม่ได้อย่างใจ (อยากเปลี่ยนคำพูดจะแย่อยู่แล้วค่ะ ขัดใจตัวเองแทนท่านอยู่เหมือนกัน)
อ่านความเห็นอ.จันเมื่อคืนวานแล้ว น้ำตาไหลเองเลยค่ะ รู้สึกว่าเรามักจะอ่อนแอในยามแบบนี้จริงๆ หวังว่าคุณย่าท่านจะไม่รู้สึกท้อแท้ เหนื่อยใจอย่างที่เรารู้สึก อยากไปหาท่านแบบร่าเริง แต่ก็รู้ตัวว่าต้องพยายามเหลือเกินจริงๆค่ะ
ส่งกำลังใจมานะคะ หายใจลึกๆ ค่ะ
"...เขียนบันทึกนี้เพื่อเตือนตัวเองว่า เราต้องทำใจแยกแยะให้ได้ว่าอะไรที่เราทำได้... อะไรที่เราได้แต่หวัง... ต้องไม่ให้สิ่งที่เราบังคับไม่ได้...มามีอำนาจเหนือใจเราจนเกินไปอย่างนี้พยายาม...พยายาม..."
มาส่งกำลังใจค่ะพี่โอ๋
และจะพยายาม...ตามนี้เช่นกันค่ะ