ผมคิดว่าการช่วยเหลือโดยให้เบ็ด(แห)ให้เขาตกปลาหาปลากินเอง ดีกว่าการช่วยแบบสังคมสงเคราะห์(แจกเงิน)เหมือนที่ผ่านมา เพราะวิธีการนี้เป็นการสอนให้เขาพึ่งตนเองได้ และมีความรู้สึกภาคภูมิใจได้มากกว่า

    วันนี้ผมนั่งเครื่องบินกลับจากไปเที่ยวอุบลราชธานี  ขณะเครื่องกำลังลดระดับลงสนามบินสุวรรณภูมิ  ผมมองลงไปข้างล่าง(คงเป็นแถวอยุธยา ปทุมธานี และชานเมือง กทม.) เห็นน้ำทุ่งเริ่มลดลงแล้ว (หลังจากเมื่อกลางเดือนที่แล้วเห็นเป็นเหมือนท้องทะเล) ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา  จะเห็นมีการหว่านกล้าทำนากันเป็นบางหย่อม  เลยเกิดความคิดขึ้นฉับพลันว่า...
     ช่วงน้ำกำลังลดลงตอนนี้ ขณะที่หลายหน่วยงานทำ "บิ๊กคลีนนิ่งเดย์" กันยกใหญ่ แต่ชาวนา ชาวสวน ที่ผ่านความชอกช้ำกันมาใหม่ๆ  เงินที่รัฐบาลเยียวยาให้ 5,000 บาท คงช่วยอะไรได้ไม่มาก  เห็นรัฐบาลกำลังคิดแผนเยียวยากันอยู่  ก็เลยมีความคิดแวบหนึ่งขึ้นมา แบบชาวบ้านๆ  ตามประสาคนรักต้นไม้(เที่ยวนี้ก็ถูกน้ำท่วมไปทั้งหมดเหมือนกัน) ที่ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกับเขาหรอก  แต่เอาความต้องการของตัวเองไปเทียบเคียงกับใจของชาวนา ชาวสวนที่ประสบอุทกภัยว่า...
     อยากให้แจกพันธุ์ข้าวดีๆให้ชาวนา และแจกพันธุ์ไม้ให้ชาวสวน รวมทั้งเมล็ดผักต่างๆให้เยอะๆ  อีกทั้งปุ๋ยชีวภาพ  สารไล่แมลงฯลฯ  ถ้าต้องการให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรชนิดใด เพื่อส่งไปขายทั้งในและต่างประเทศ  ก็แจกปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวอย่างเป็นสัดส่วน (ตอนนี้ผมตระเวณหาซื้อเมล็ดผัก และปุ๋ยที่ร้านไหนก็ไม่มีขาย) และถ้าจะช่วยกันให้ถึงที่สุดก็น่าจะจัดรถไถ/คราด/พรวน/หว่าน บริการให้แต่ละ อปท.บริหารจัดการกันเอง  จะได้ใจชาวบ้านเยอะเลย
     ถ้าจะให้ดีก็ต้องจัดเป็นมหกรรมแจก/ปลูกต้นไม้กันให้ครึกครื้น จะเรียกบิ๊ก....เดย์อะไรก็เรียกไป เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวนา ชาวสวนเหมือนที่ ต.บ้านชี  อำเภอบ้านหมี่ ลพบุรี เขาทำกัน
     ผมคิดว่าการช่วยเหลือโดยให้เบ็ด(แห)ให้เขาตกปลาหาปลากินเอง  ดีกว่าการช่วยแบบสังคมสงเคราะห์(แจกเงิน)เหมือนที่ผ่านมา  เพราะวิธีการนี้เป็นการสอนให้เขาพึ่งตนเองได้  และมีความรู้สึกภาคภูมิใจได้มากกว่า 
     ตอนนี้ย่างเข้าหน้าหนาวแล้วปลูกพืชผักอะไรก็งอกงามดี  รัฐบาลอย่าทิ้งโอกาสอันดีนี้เสียล่ะ...ใช้งบประมาณน้อยกว่าเรื่องอื่นๆตั้งเยอะ