ประเด็นสำคัญจาก Assoc. Prof. Micheal K. Iwama ในหัวข้อ The River Flows from Asia to the World: Heralding a Paradigm Shift in Occupational Therapy Theory & Practice จากงาน APOTC2011

แบบจำลองของ Kawa ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า สายน้ำ นั้นได้สะท้อนศักยภาพทางวิชาชีพกิจกรรมบำบัดใน "การปรับตัวของการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational Adaptation, OA) ตามบริบทของสังคมและวัฒนธรรม"

นักกิจกรรมบำบัดควรทำความเข้าใจรูปแบบของการทำกิจวัตรประจำวันของผู้รับบริการที่ Meaningful, dynamic, diverse, shared, contexual, และ Unique เพื่อตอบโจทย์ว่า "เราทุกคนทำกิจวัตรประจำวันจริงๆ เหมือนกันหรือไม่ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนั้นจะส่งผลให้มีความต้องการแตกต่างกันอย่างไร"

ในจักรวาลนี้ ความคิดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตที่ปกติของมนุษย์ คืออะไร

  • ตัวเราและธรรมชาติแยกออกเป็นส่วนหนึ่งของโลกหรือไม่
  • สุขภาพและสุขภาวะเกิดขึ้นตามสภาวะร่างกายหรือไม่
  • ปัจจัยที่เชื่อมโยงกันระหว่างวิทยาศาสตร์ ชีวการแพทย์ และการฟื้นฟู คืออะไร

สิ่งแวดล้อมภายในตัวตนนั้นสะท้อนเหตุผลทางคลินิกและการแปลข้อมูลที่ซับซ้อนให้เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมภายนอกตัวตนได้ เราเรียกว่า Paradigm shift (Real stories, my reality to structured scientific revolution) นั่นคือ นักกิจกรรมบำบัดสามารถวัดความพึงพอใจของบุคคลสู่การแปรผลในความจริงของชีวิตที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้ยอมรับ/ไม่ยอมรับได้ (Acceptable/unacceptable thinking - completly change) หรือเกิดความเชื่อใหม่ (New belief) ในหลายระดับกระบวนการที่แตกต่างกันตามยุคสมัย ได้แก่

Modernism                                                             Postmodernism

Rational thought                                                     Irrational thought

Quantitative                                                           Qualitative

Universalism                                                           Particularism

Ground theories                                                      No ground theories

Meta-Narratives                                                      Micro-Narratives

Homogeneity                                                          Heterogeneity

Objective                                                               Subjective

Monotheism                                                           Polytheism

Cause-Effect (Explain phenomenon in the world)        Chance   

External reality (Outside yourself)                              Karma

Objective truth                                                        Subjective truth 

นักกิจกรรมบำบัดจึงควรตระหนักถึงการเคลื่อนไหวความคิดที่ผสมผสานยุคสมัยที่ Modernism และ Postmodernism โดย:-

  1. Approach needs & realities
  2. Relevant knowledge based
  3. Develop models of practice
  4. Rethink client-centerness
  5. Appreciating their concept of their daily lives

เดิมกรอบความคิดที่สัมพันธ์กันแบบเส้นตรงได้ปรับเปลี่ยนสู่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมตามลำดับ เช่น ชีวิตและสุขภาพเปรียบเสมือนสายน้ำ ผนังดินรอบแม่น้ำเปรียบเสมือนปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคม ก้อนหินเปรียบเสมือนอุปสรรคต่อสภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิต ท่อนไม้ซุงขนาดต่างๆ เปรียบเสมือนปัจจัยส่วนบุคคล เมื่อมองภาพตัดขวางและภาพกว้างของการไหลของน้ำสู่ทะเล ก็สะท้อนถึงสุขภาวะของทักษะความสามารถ/ศักยภาพส่วนบุคคลที่มีการปรับเปลี่ยนของความสามารถสูงสุดร่วมกับความช่วยเหลือของนักกิจกรรมบำบัดให้ผู้รับบริการสำรวจข้อจำกัดและรู้ถึงหนทางการแสดงความสุขความสามารถทำกิจกรรมที่มีความหมายในชีวิต

ดังนั้นควรแบ่งเวลาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของการดำเนินชีวิตระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและผู้รับบริการ คือ

  • ทำความเข้าใจกรอบอ้างอิงที่ใช้ทางกิจกรรมบำบัด
  • สื่อสารการวางแผนเครื่องมือการประเมินและการรักษา
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาวะในแต่ละบุคคล
  • เรียนรู้สื่อการบำบัดที่เพียงพอต่อความรู้ความเข้าใจเฉพาะบุคคล