มีสติอยู่ในปัจจุบัน 

 

ภาวะจิตใจของเรามีผลต่อคนรอบข้าง คนที่สงบทำให้คนรอบข้างสบายใจ  อารมณ์ และคุณธรรม มีผลกว่าเรื่องที่ทำ คำที่พูด ลองสังเกตดูจะพบว่าวันไหนที่ครูทำสมาธิตอนเช้า มีจิตที่สงบรอบคอบ วันนั้นเด็กจะเชื่อฟังดี เพราะอารมณ์ภายในจิตใจครูมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กด้วย

 

ถ้าเอาจิตใจที่มีความชอบ ไม่ชอบของเราเป็นมาตรฐาน เราจะทุกข์ง่าย สุขยาก แต่ถ้ารับรู้จิตใจของพวกเราทั้งหมด จิตของเราจะเบาสบาย ให้ลองสังเกตความจริงจากสิ่งที่ปรากฏดู ไม่ใช่ให้เชื่อในคำสอน

 

ชีวิตจะคับแคบ ความสุขจะน้อย ถ้ายึดเอาความชอบไม่ชอบเป็นหลัก คนที่มีสติ มีความสุขกว่าคนที่ไม่มีสติ ใช่ไหม  ความสุขที่ได้จากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นำไปสู่ความทุกข์ได้ง่าย เมื่อเห็นว่าความสุขที่ดีกว่านี้มีอยู่ ชีวิตเราก็จะเปลี่ยน

 

เมื่อไหร่จิตใจมีสติอยู่ในปัจจุบัน จิตใจมีความสุขทันที ไม่มีข้อเสีย ไม่มีความทุกข์เป็นเงาตามตัว ฉันทะ ความพอใจในการปฏิบัติจะเกิดขึ้น การรักษาศีลเป็นเงื่อนไขปัจจัยที่นำไปสู่ความสุขที่เราต้องการ ความสุขจากการผิดศีลเป็นความสุขที่ไม่คุ้มค่า หวังจะดับทุกข์ แต่ทุกข์ไม่ดับ ผิดศีลเป็นความบกพร่องทางงปัญญามากกว่าอย่างอื่น

 

ฝึกตน 

 

พระพุทธองค์ทรงเข้าใจธรรมชาติภายในของมนุษย์ พระวินัยคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อที่สุดต่อการปฏิบัติ การพัฒนาชีวิตตัวเองต้องมีทั้งด้านในและด้านนอก การฝึกตนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในชีวิต ต้องมีสติระมัดระวังการแสดงออก เราต้องเป็นตัวอย่างของเด็กได้ เราอาจจะยังทำได้ไม่สมบูรณ์ แต่เราให้ความสำคัญ มีความพยายาม มีความจริงใจในการฝึกตน รักในหน้าที่ความเป็นครู ทำงานด้วยจิตวิญญาณของนักศึกษา สังเกตผลจากการสอนของเรา เด็กตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ เราสังเกตได้ แล้วนำสิ่งที่สังเกตมาพัฒนาให้ดีขึ้น

 

การเทศน์ที่มีล่ามแปล ทำได้ยาก ตอนที่กำลังเทศน์เราสังเกตได้ว่าผู้ฟังตั้งใจ ไม่ตั้งใจ จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจต้องมีอุปมาเข้ามาช่วย และต้องพูดประโยคสั้นๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการแปล  และจะดีขึ้นไปอีกถ้ามีเพื่อนที่เราไว้ใจมานั่งฟัง มาให้เสียงสะท้อนกับเราโดยไม่ต้องเกรงใจ

 

นิสัยการสอน การแสดงออกของเรา เรามองไม่เห็น ต้องมีผู้หวังดีที่มีวิชาความรู้มาช่วยแนะนำ ชาวพุทธไม่สันโดษในสิ่งดีงามและวิชาความรู้ มีความสุขด้วยการฝึกตน

 

ต้องการให้ชีวิตงามก็ปั้นให้งามด้วยกาย ด้วยวาจา และด้วยใจ ความรู้ใหม่และความสามารถใหม่ คือความก้าวหน้า เวลาที่เด็กเข้าใจในสิ่งที่เคยไม่เข้าใจ เขาจะมีความสุขทันที ครูต้องตั้งคำถามที่ชวนให้เขาสังเกตตัวเองว่าเขามีความสุขไหม แล้วเด็กจะรักการเรียน คือมีฉันทะ  ความเพียรจากการเรียนรู้จะชัดเจน ต่อเนื่อง เกิดความสุขในสิ่งที่เป็นกุศล ฉลาดในการมองเห็น ความสุขจากจิตใจที่มีสติ ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา จะทำให้เราดีขึ้น สูงขึ้น ฉลาดขึ้น

 

การสร้างความสุขของตนและคนอื่น ต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำเพื่อตนเอง เพื่อคนอื่น เสียสละความต้องการของตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จะทำให้ได้ความสามัคคีของหมู่คณะ  เราต้องยินดีที่จะรับฟังความวิพากษ์วิจารณ์เพื่อขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น แสดงออกด้วยคำพูดที่เคารพ ไพเราะ อ่อนหวาน จะได้ชุมชนที่มีพลังปัญญาและสามัคคี